เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 14

กลยุทธ์การตลาดฉบับยุค 70

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“ถ้าแกกล้าก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้ไปแม้แต่ก้าวเดียว ก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบกลับเข้ามาในฐานะลูกสะใภอร์ตระกูลโจวอีกเลย!” หลินฮวาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในทันที! น้ำเสียงแหลมสูงบาดหูของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบดังทะลุผนังดินเหนียวเก่าๆ ออกมา จนไก่ในเล้าข้างบ้านยังต้องกระพือปีกส่งเสียงร้องระงมด้วยความตกใจ ทว่าหลินฮวากลับไม่ได้หันกลับไปเผชิญหน้าทันที นางเพียงแค่ก้มลงมองกระดาษไขสีน้ำตาลอ่อนในมือ ที่บรรจงห่อพริกหม่าล่าสูตรลับคั่วแห้งส่งกลิ่นหอมหววนยั่วยวนใจ มุมปากที่เคยเรียบเฉยค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ในยุคตั๋วปันส่วนที่ข้าวยากหมากแพง ทุกคนต่างต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมภายใต้บัตรปันส่วนเนื้อสัตว์และแป้งสาลีอันน้อยนิด แต่สำหรับหลินฮวา ผู้มีมิติลับบรรจุวัตถุดิบชั้นเลิศจากศตวรรษที่ 21 ไว้ในครอบครอง นางไม่มีวันยอมก้มหัวให้ความยากจน และแน่นอน...ไม่มีวันยอมก้มหัวให้แม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อผู้นี้เด็ดขาด “แม่คะ พูดจาให้เกียรติกันบ้างสิคะ” หลินฮวาหมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่หลังม่านไหม “บ้านหลังนี้ ถ้าพูดถึงเงินที่ใช้ซ่อมแซมหลังคาเมื่อปีกลาย หรือแม้แต่ค่ารักษาพยาบาลตอนที่พี่หยางบาดเจ็บกลับมาจากชายแดน เงินก้อนนั้นมาจากไหน แม่น่าจะจำได้แม่นยำกว่าใครนะคะ” จางชุ่ยฮวาหน้าถอดสีทันที นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เมื่อถูกจี้ใจดำเรื่องที่นางเคยแอบยักยอกเงินเดือนทหารของโจวหยางไปส่งเสียให้ลูกชายคนเล็กในเมือง ดวงตาฝ้าฟู่ด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะไภ้ตัวดี “นัง...นังเด็กปากดี! แกกล้าดียังไงมาทวงบุญคุณกับฉัน!” “ฉันไม่ได้ทวงบุญคุณค่ะ แค่กำลังทวงความยุติธรรมให้ครอบครัวเราต่างหาก” เสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคงดังขึ้นจากด้านหลัง โจวหยางก้าวเข้ามาในห้องครัวแคบๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวทหารเก่าๆ แม้ขาข้างหนึ่งจะเดินกะเผล็กเล็กน้อยจากการบาดเจ็บ แต่รัศมีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้จางชุ่ยฮวาต้องหุบปากฉับ โจวหยางเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยา มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปกุมมือบางของหลินฮวาไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของสามีส่งผ่านความเชื่อมั่นมา200% ทำให้หัวใจที่ตึงเครียดของหลินฮวาคลายลงในพริบตา “ภรรยาผมพูดถูกทุกอย่าง แม่กลับไปพักผ่อนเถอะครับ ช่วงนี้เรื่องค้าขายของฮวากำลังไปได้สวย อย่ามาสร้างความวุ่นวายเลย” โจวหยางเอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดจนแม่สามีไม่กล้าต่อความยาว หลินฮวาแอบอมยิ้มในใจ สามีคนนี้นับวันยิ่งพูดจาเข้าหูและปกป้องนางได้ดีเยี่ยม สมกับที่นางทุ่มเททำอาหารบำรุงร่างกายให้เขาทุกค่ำคืน การแต่งงานในยุคที่คลุมถุงชนนี้ ใครจะคิดว่านางจะได้สามีที่เป็นทั้งโล่กำบังและแนวร่วมที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ เมื่อเคลียร์ปัญหาภายในบ้านเรียบร้อย หลินฮวาก็ไม่รอช้า นางหันมาทุ่มเทให้กับภารกิจสำคัญในวันนี้ทันที นั่นคือ **"กลยุทธ์การตลาดฉบับยุค 70"** ที่นางวางแผนไว้ สินค้าล็อตแรกของนางไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารสดที่จะเน่าเสียง่ายในสภาพอากาศร้อนชื้น แต่เป็น **"พริกหม่าล่าสูตรพิเศษคั่วแห้งบรรจุห่อกระดาษไข"** และ **"เนื้อหมูแดดเดียวคลุกเครื่องเทศลับ"** ที่แปรรูปมาจากวัตถุดิบในมิติลับ ในยุคที่ทุกคนได้กินแต่อาหารรสจืดชืดต้มต้มแกงแกงอย่างไร้รสชาติ เครื่องเทศเผ็ดชาและกลิ่นหอมเย้ายวนของพริกหม่าล่าจึงเปรียบเสมือนสิ่งเสพติดทางรสชาติที่ชาวบ้านในคอมมูนไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่วิธีการขายแบบเดิมๆ ที่วางขายแบกะดินในตลาดมืดนั้นเชยเกินไปแล้ว สำหรับอดีตเชฟมือทองอย่างนาง การสร้าง "มูลค่าเพิ่ม" ด้วยแพ็คเกจจิ้งคือหัวใจสำคัญ! หลินฮวาหยิบกระดาษไขสีน้ำตาลที่ตัดขนาดเท่ากันทุกแผ่น วางเรียงรายบนโต๊ะไม้เก่าๆ นางใช้พู่กันจีนจุ่มหมึกดำที่ทำจากกากถ่าน วาดลวดลาย "รูปดอกบัวคู่" สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งลงบนมุมซองทุกห่ออย่างประณีตบรรจง จากนั้นจึงใช้เชือกป่านเส้นเล็กผูกมูนปมอย่างสวยงามราวกับสินค้าส่งตรงจากห้างสรรพสินค้าใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ ทั้งๆ ที่ต้นทุนมีเพียงน้อยนิด “ฮวาจ๊ะ ห่อแบบนี้มัน... ดูงดงามเกินไปหรือเปล่า?” โจวหยางมองผลงานตรงหน้าด้วยความทึ่ง “ชาวบ้านแถวนี้เขาซื้อของกินกันใส่ใบตองห่อใหญ่ๆ ทั้งนั้น ถ้าทำประณีตขนาดนี้ พวกเขาจะไม่คิดว่ามันแพงเกินไปจนไม่กล้าซื้อหรอกหรือ?” หลินฮวายิ้มพราย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ นางยื่นห่อกระดาษไขผูกเชือกป่านให้สามีถือไว้ แล้วกระซิบเสียงหวานข้างหู “พี่หยางคะ นี่แหละคือจิตวิทยาของมนุษย์ ของที่ดูราคาถูก คนมักจะเมินเฉย แต่ถ้าเราทำมันให้ดูราวกับเป็น ‘ของขวัญล้ำค่า’ หรือ ‘สินค้าหายากจากต่างเมือง’ ต่อให้ตั้งราคาแพงขึ้นอีกเท่าตัว คนที่มีเงินเก็บซ่อนไว้ใต้เตียงก็แย่งกันซื้อค่ะ มนุษย์เราน่ะ มักจะยอมจ่ายเงินให้กับความรู้สึก ‘พิเศษ’ มากกว่าตัวสินค้าเสมอ” โจวหยางมองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและทึ่งจัด ผู้หญิงคนนี้มีความคิดความอ่านล้ำหน้าคนในยุคนี้ไปไกลลิบลิ่วเสียจนเขารู้สึกว่าบางครั้งนางก็เหมือนเซียนผู้หยั่งรู้ลงมาจุติ เช้าวันถัดมา หลินฮวาไม่ได้ไปตั้งแผงที่ตลาดมืดมุมเดิม แต่นางเลือกใช้กลยุทธ์ **"การบอกต่อผ่านผู้นำทางความคิด"** โดยการแอบนำสินค้าตัวอย่างฟรี 3 ห่อ ไปมอบให้กับ "ป้าหวัง" ภรรยาของหัวหน้าคอมมูน ผู้มีอิทธิพลและปากเสียงมากที่สุดในหมู่บ้าน ป้าหวังขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดและชอบนินทา แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบกินของอร่อยเป็นชีวิตจิตใจ ผลลัพธ์ที่ได้... เกินคาดหมายเสียยิ่งกว่าคาด! เพียงแค่เวลาผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมง กลิ่นหอมเผ็ดชาของพริกหม่าล่าที่ป้าหวังนำไปคั่วกินแกล้มกับเหล้าขาวต้มเอง ก็ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งลานหมู่บ้าน จนเพื่อนบ้านข้างเคียงต่างพากันวิ่งมาเคาะประตูบ้านป้าหวังเพื่อถามหาที่มาของความหอมนั้น “นังหนูหลิน! เจ้ายังมีพริกห่อกระดาษนั่นเหลืออยู่อีกไหม! ข้าขอซื้อสاخนึง! ไม่สิ เอามาสามห่อเลย!” เสียงตะโกนโหววกเหวกของป้าหวังดังลั่นหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรัวๆ ที่บ่งบอกถึงความคลั่งไคล้ หลินฮวาเปิดประตูบ้านออกช้าๆ นางแย้มรอยยิ้มพิมพ์ใจ ดวงตากวาดมองฝูงชนชาวบ้านนับสิบคนที่ยืนเบียดเสียดกันแย่งชิงห่อกระดาษไขในตะกร้าสานของนางอย่างเนืองแน่น เงินหยวนและตั๋วอาหารจำนวนมากถูกยื่นเข้ามาตรงหน้าจนแทบจะทับถมกัน นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างอาณาจักรความร่ำรวย... ทว่า ในจังหวะที่หลินฮวากำลังยื่นมือไปรับเงินสดจากลูกค้ารายแรก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงพูดคุยเข้มงวดของ "เจ้าหน้าที่ตรวจการตลาด" จากอำเภอกลับดังแทรกขึ้นท่ามกลางฝูงชน! “หยุดตรงนั้น! ใครอนุญาตให้เอาสินค้าลักลอบมาวางขายแลกเปลี่ยนกันเองในเขตคอมมูน แบบนี้มันฝ่าฝืนนโยบายรัฐ!” รอยยิ้มบนใบของหลินฮวาแข็งค้างในเสี้ยววินาที เมื่อเงาร่างของชายในชุดยูนิฟอร์มสีเขียวเข้มและปลอกแขนแดงปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูกลุ่มคนดู... และคนที่เดินนำหน้าเจ้าหน้าที่มาด้วยรอยยิ้มเยาะสะใจ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือจางชุ่ยฮวา แม่สามีผู้แค้นเคืองนั่นเอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความมั่งคั่งและฟาดฟันญาติจอมสูบเลือดไปพร้อมกับหลินฮวานะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%