เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 22

ศัตรูตัวฉกาจปรากฏกาย

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าคิดว่าใช้สูตรพริกหมาล่าเกรดต่ำนั่นแล้วจะแย่งลูกค้าจากร้านข้า ‘พี่น้องตระกูลเฉิน’ ไปได้... เจ้าก็คงประเมินฝีมือคนตระกูลเฉินต่ำเกินไปแล้ว, แม่ค้าเร่ไร้หัวนอนปลายเท้า!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษชามกระเบื้องสั่นระรัว น้ำเสียงแหลมสูงและเปี่ยมด้วยความริษยาของ ‘เฉินอิง’ ลูกสาวเจ้าของร้านเครื่องเทศรายใหญ่ที่สุดประจำเขตการค้าหมายเลขสามดังขึ้นกลางตลาดมืด ท่ามกลางสายตานับสิบที่หันมามองเป็นตาเดียว หลินฮวายังคงยืนสงบนิ่งอยู่หลังแผงขายของ มือเรียวบางที่เพิ่งบรรจงห่อ ‘หมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สูตรลับยี่สิบสี่เครื่องเทศ’ ส่งให้ลูกค้าประจำ ชะงักไปนิดเดียวก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างไม่สะทกสะท้าน หลินฮวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที นางปล่อยให้ความเงียบสร้างความกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามก่อน กลิ่นหอมกรุ่นของโป๊ยกั๊ก อบเชย และพริกเสฉวนคั่วแห้งที่อบอวลอยู่ในอากาศรอบตัวนางเวลานี้ ช่างตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของเฉินอิง "อ๋อ... ที่แท้ก็คุณหนูเฉินผู้สูงศักดิ์นี่เอง" หลินฮวาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่แข่งคนสำคัญ แววตาของนางนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่กลับซ่อนประกายคมกริบไว้อย่างแนบเนียน "ลมอะไรหอบท่านมาถึงตลาดมืดแห่งนี้ล่ะคะ? หรือว่า... เครื่องเทศสูตรดั้งเดิมของตระกูลเฉินเริ่มขายไม่ออก จนต้องมาเดินสำรวจตลาดล่างเพื่อหาทางลอกเลียนแบบสินค้าของชาวบ้านเขา?" คำพูดเจ็บแสบแต่สุภาพนิ่มนวลนี้ทำเอาเฉินอิงหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบกระออกเป็นเลือด นางเป็นถึงลูกสาวคนโตของเถ้าแก่เฉิน ผู้ผูกขาดการค้าวัตถุดิบปรุงรสในเมืองนี้มานานหลายปี ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำด้วยเช่นนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น สองสัปดาห์มานี้ ยอดขายของร้านตระกูลเฉินดิ่งฮวบลงอย่างน่าใจหาย ลูกค้าประจำต่างพากันแอบลักลอบมาซื้อผงปรุงรสและอาหารสำเร็จรูปจากแผงลอยเร่ของหลินฮวาที่มีรสชาติจัดจ้าน ล้ำลึก และติดตรึงใจเสียจนลืมรสชาติเดิมๆ ไปหมดสิ้น "ปากดีนักนะ! แกคิดว่าตัวเองเก่งกาจมาจากไหนกันเชียว? ของเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตค้าขายแบบนี้ อีกไม่นาน... ทางคณะกรรมการตลาดและเจ้าหน้าที่รัฐก็คงมาจัดการกวาดล้างให้สิ้นซาก!" เฉินอิงขู่ฟอด พลางส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องร่างใหญ่สองคนก้าวเข้ามาประชิดแผงลอยของหลินฮวาหมายจะปัดกวาดทำลายข้าวของให้พังพินาศ ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงราวกับเสียงกลองศึกก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความโกลาหล "ถ้าใครกล้าแตะต้องภรรยาของผมแม้แต่ปลายนิ้ว... อย่าหาว่าผมไม่เตือน" โจวหยางก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ด้านหลังแผงลอย ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตทหารเก่าๆ แม้ขาข้างหนึ่งจะกะเล็กน้อย แต่รัศมีน่าเกรงขามและความเย็นชาในแววตาคู่นั้นกลับทำให้ลูกน้องร่างใหญ่ของตระกูลเฉินถึงกับชะงักฝีเท้าโดยอัตโนมัติ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งขรึมเวลานี้ตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขายืนหยัดบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แสดงออกถึงความพร้อมที่จะปกป้องครอบครัวด้วยชีวิต หลินฮวาเหลือบมองสามี แววตาอ่อนลงวูบหนึ่ง ความอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นในอก นางรู้ดีว่าโจวหยางเกลียดการใช้กำลังเพียงใด แต่เพื่อนางแล้ว เขากลับพร้อมจะชนกับอิทธิพลท้องถิ่นอย่างไม่เกรงกลัว "แหม... มีสามีคอยปกป้องนี่เอง ถึงได้กร่างไม่กลัวใคร" เฉินอิงแค่นหัวเราะด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปเจอเป้าหมายอีกคนที่เพิ่งเดินถือตะกร้าผักเข้ามาสมทบพอดี "อุ๊ย! นี่มันแม่สามีตัวแสบไม่ใช่หรือคะ? จางชุ่ยฮวา... ลูกสะใภ้คนนี้ของแกกำลังทำตัวอวดดีจนบ้านจะแตกอยู่แล้ว แกไม่คิดจะสั่งสอนหน่อยหรือ?" เฉินอิงหันไปหาจางชุ่ยฮวาที่เพิ่งเดินมาถึงพอดีด้วยสีหน้าตกใจปนสมน้ำหน้า จางชุ่ยฮวาที่เพิ่งเดินถือตะกร้าผักเข้ามา ชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนสีทันที นางมองหน้าเฉินอิงสลับกับหลินฮวาและลูกชาย ในใจเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน แม้ช่วงนี้หลินฮวาจะแอบส่งเงินและอาหารดีๆ มาให้บ้านใหญ่บ้างเพื่อแลกกับความสงบสุข แต่สัญชาตญาณความเห็นแก่ตัวของนางก็ยังคงทำงานอยู่เสมอ เมื่อเห็นช่องทางที่จะได้ประโยชน์ จางชุ่ยฮวาจึงรีบก้าวเข้ามาทำทีเป็นดุลูกสะใภ้ทันทีเพื่อเอาหน้ากับคุณหนูตระกูลเฉิน "ฮวาฮวา! แกทำตัวเหลิงเกินไปแล้วนะ! นี่คุณหนูเฉินเชียวนะ ลูกสาวเถ้าแก่ใหญ่ผู้มีพระคุณต่อเมืองนี้ แกกล้าดียังไงไปต่อปากต่อคำกับท่าน!" จางชุ่ยฮวาแสร้งทำเป็นตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ หวังจะตบตาคนดูและเอาใจฝั่งตระกูลเฉิน หลินฮวาหรี่ตามองแม่สามีด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ นางอ่านความคิดของหญิงแก่คนนี้ออกทะลุปรุโปร่ง รอยยิ้มของหลินฮวาไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "คุณแม่คะ..." หลินฮวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะ แต่กลับทรงพลังจนจางชุ่ยฮวาต้องสะดุ้ง "ท่านแน่ใจหรือคะว่าจะยืนอยู่ฝั่งนั้น? อย่าลืมนะคะว่าเงินที่ท่านเอาไปซื้อตั๋วเนื้อเมื่อวานซืน ก็มาจากกำไรของแผงลอย ‘ของเถื่อน’ ที่ท่านกำลังดูถูกอยู่นี่แหละค่ะ" จางชุ่ยฮวาหน้าซีดเผือดลงทันที นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเพราะกลัวความลับเรื่องที่ตนแอบสูบเงินจากหลินฮวาจะถูกแฉต่อหน้าคนตระกูลเฉิน ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะได้ลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นจากปลายตรอกมืด พร้อมกับกลิ่นอายอันตรายที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที "เกิดอะไรขึ้นเสียงดังเอะอะโวยวายกันแถวนี้? ตลาดมืดแห่งนี้... ไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าจะมาส่งเสียงดังรบกวน ‘นายท่าน’ ของข้า!" ชายวัยกลางคนสวมหมวกปีกกว้างเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัวลากยาวจากหูขวาลงมาถึงคาง ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกคนนิ่งก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่หลินฮวา พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก—นั่นคือมือขวาของเจ้าพ่อตลาดมืดผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมณฑลนี้! ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%