กลิ่นอับชื้นของกระสอบแป้งสาลีเก่าๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นผงของห้องเก็บของท้ายบ้านตระกูลโจว ช่างชวนให้เวียนหัวเสียเหลือเกินค่ะ
หลินฮวายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว สายตาคมกริบกวาดมองสิ่งของกองระเกะระกะตรงหน้า รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ เมื่อสมองอันชาญฉลาดประมวลผลเหตุการณ์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
*ช่างกล้านัก... คิดจะใช้แผนสกปรกยัดเยียดข้อหามี "ของเถื่อน" ไว้ในครอบครอง เพื่อทำลายล้างอนาคตของฉันกับโจวหยางสินะคะ!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่องเบาจนแทบไม่ได้ยินดังขึ้นที่หน้าประตูไม้เก่าๆ ร่างท้วมของจางชุ่ยฮวา แม่ผัวตัวแสบโผล่เข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมในความมืด นางรีบดันบานประตูให้ปิดลงแล้วลงกลอนจากด้านนอกทันที เสียงล็อกโลหะดัง "คลิก" สะท้อนก้องในความเงียบราวกับเสียงประกาศิตแห่งความตาย
"ฮวาฮวา ลูกสะใภ้ตัวดี... อยู่ในนั้นให้สบายใจเถอะนะ!" เสียงแหลมสูงของจางชุ่ยฮวาเอ่ยลอดช่องประตูเข้ามาด้วยความสะใจระคนสมเพช "อย่าหาว่าแม่ใจร้ายเลยนะ แกมันตัวซวย พาความวิบัติมาสู่ตระกูลโจว สมควรแล้วที่จะต้องไปนอนในคุกซะให้เข็ด!"
หลินฮวาไม่ได้ส่งเสียงกรีดร้องโวยวายตามที่แม่ผัวคาดหวังแม้แต่น้อยค่ะ หญิงสาวเพียงแต่ถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย นางก้าวเข้าไปใกล้กองกระสอบมุมห้องที่มีผ้าใบเก่าๆ คลุมทับไว้ มือเรียวดึงผ้าใบออกอย่างไม่เกรงกลัว สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือลังไม้สนขนาดกลางหลายใบ เมื่อเปิดออกดูก็พบเนื้อหมูป่ารมควันชั้นดีและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามเด็ดขาดตามกฎหมายปันส่วนยุค 70-80 นี้ หากเจ้าหน้าที่สหกรณ์การค้ามาพบเข้าในบ้านของใคร คนๆ นั้นจะต้องถูกจับข้อหา "ค้ากำไรเกินควรและกักตุนสินค้าเถื่อน" โทษทัณฑ์หนักหนาสสาหัสถึงขั้นใช้แรงงานทาสในเหมืองหลายปีทีเดียว
"คิดตื้นเขินเสียจริง คิดว่าวิธีนี้จะกำจัดฉันพ้นทางได้หรือคะแม่ผัว" หลินฮวากล่าวพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น นัยน์ตาส่อแววเจ้าเล่ห์เป็นประกาย ทว่าสงบนิ่งอย่างยิ่ง
ในมิติลับในห้วงจิตสำนึกของนาง... วัตถุดิบเครื่องเทศระดับตำนานและอุปกรณ์ทำอาหารนับร้อยชนิดกำลังสั่นไหวเบาๆ ราวกับรับรู้ถึงสถานการณ์ตึงเครียดภายนอก หลินฮวาหลับตาลงตั้งสติเพียงชั่วพริบตาเดียว ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสลังไม้เหล่านั้น แล้วพริบตาเดียว! สินค้าเถื่อนมูลค่ามหาศาลนับร้อยชั่งก็หายวับเข้าไปอยู่ในมิติลับอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและกลิ่นอางจางๆ เท่านั้น
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูป เสียงฝีเท้าเอี๊ยออ้าวดังสนั่นพร้อมกับเสียงตะโกนโهاมฮูของคนกลุ่มใหญ่ หน้าประตูบ้านตระกูลโจววุ่นวายขึ้นมาทันที
"เปิดประตู! เจ้าหน้าที่ตรวจตราตลาดและคณะกรรมการหมู่บ้านมาตรวจสอบ! ได้รับแจ้งว่าบ้านนี้มีการกักตุนสินค้าเถื่อนผิดกฎหมาย!"
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว จางชุ่ยฮวาแสร้งทำเป็นวิ่งโร่มาเปิดประตูด้วยใบหน้าตื่นตระหนกตกใจอย่างแนบเนียน ฝีมือการแสดงระดับนางเอกงิ้วนี้ช่างน่าขันสิ้นดี นางบีบน้ำตาออกมาสองหยดแล้วโวยวายเสียงดังลั่นเพื่อให้ชาวบ้านละแวกนั้นแห่กันมามุงดู
"โอ้ย! ตายแล้วท่านหัวหน้าหมู่บ้าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ลูกสะใภ้บ้านฉัน... นังหลินฮวา นางแอบลักลอบค้าของเถื่อน เอามาซ่อนไว้ในห้องเก็บของท้ายบ้าน ข้าพยายามห้ามปรามแล้วแต่นางไม่ฟังเลยค่ะ!" จางชุ่ยฮวาตีอกชกตัว ร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายจนคนมามุงต่างพากันซSБใจและซุบซิบนินทากันระงม
หัวหน้าหมู่บ้านหลี่ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าเคร่งเครียดอย่างยิ่ง เขาโบกมือให้เจ้าหน้าที่ผู้ติดตามพังประตูห้องเก็บของเข้าไปทันที
"ค้นให้ละเอียด! ถ้าพบหลักฐาน ใครหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้ทั้งนั้น!"
เจ้าหน้าที่สองคนพังประตูห้องเก็บของพู่ผางเข้ามาพร้อมตะเกียงเจ้าพายุ ไฟสว่างสาดส่องไปทั่วทุกมุมห้อง จางชุ่ยฮวารีบเดินนำหน้าเข้ามาด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ปิดไม่มิด นางชี้มือไปยังมุมห้องที่เคยซ่อนลังไม้ไว้ แล้วร้องลั่นว่า "นั่นไงล่ะ! อยู่ตรงนั้น... เอ๊ะ?"
เสียงของนางขาดหายไปในลำคอ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มพลันซีดเผือดลงจนกลายเป็นสีเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อมุมห้องตรงนั้น... **ว่างเปล่า!** ไม่มีกระสอบ ไม่มีลังไม้ ไม่มีแม้แต่เงาของสินค้าเถื่อนแม้แต่ชิ้นเดียว! มีเพียงฝุ่นหนาเตอะและพื้นไม้เก่าๆ เท่านั้น
"เป็นไปได้ยังไง..." จางชุ่ยฮวาร้องอุทานออกมาอย่างลืมตัว นางพุ่งเข้าไปรื้อค้นผ้าใบเก่าๆ ตะกอนฝุ่นฟุ้งกระจายจนนางต้องไอโขลก แต่นอกจากความว่างเปล่าแล้ว ก็ไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อย
หัวหน้าหมู่บ้านหลี่หันมามองแม่ผัวจอมเจ้าเล่ห์ด้วยสายตาเย็นชาและไม่พอใจ "สหายชุ่ยฮวา นี่ท่านแจ้งความเท็จเพื่อให้ร้ายคนในครอบครัวตัวเองอย่างนั้นหรือ? นี่มันเรื่องล้อเล่นกันได้ที่ไหน!"
"ไม่นะเจ้าคะ! หัวหน้าหมู่บ้าน! เมื่อกี้... เมื่อกี้มันยังอยู่ตรงนี้แท้ๆ! นังเด็กบ้านี่มันต้องเอาไปซ่อนที่อื่นแน่!" จางชุ่ยฮวาลนลานจนพูดจาติดอ่าง เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยและมั่นคงก็ดังแหวกฝูงชนเข้ามา ร่างสูงใหญ่ของโจวหยางสามีผู้เงียบขรึมก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้องเก็บของ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉย บัดนี้กลับฉายแววเย็นเยียบและทรงพลังจนทุกคนต้องถอยรอดให้ทาง
โจวหยางกวาดสายตาคมกริบมองมารดาตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองภรรยาที่เดินออกมาจากมุมห้องด้วยท่าทีสงบเรียบร้อย เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
"แม่ครับ..." โจวหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนจางชุ่ยฮวาถึงกับตัวสั่นเทา "ท่านบอกว่าภรรยาผมค้าของเถื่อน... แต่หลักฐานอยู่ที่ไหนครับ?"
จางชุ่ยฮวาอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ขณะที่ชาวบ้านเริ่มซุบซิบและมองนางด้วยสายตารังเกียจที่กล้าใส่ร้ายแม้กระทั่งลูกสะใภ้ในไส้
แต่ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจความวุ่นวายนั้นเอง สายตาของหลินฮวากลับเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังแอบหลบมุมอยู่หลังกำแพงบ้าน พร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศชนิดพิเศษที่ลอยมาแตะจมูก... กลิ่นอายนี้มันไม่ใช่คนในหมู่บ้าน!
หลินฮวาหรี่ตาลงทันที นางสัมผัสได้ถึงอันตรายครั้งใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ...
**[Cliffhanger Hook]**
ก่อนที่หลินฮวาจะทันได้เอ่ยปากเตือนสามี เสียงกระซิบเยียบเย็นจากชายแปลกหน้าที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงก็ดังขึ้นเบื้องหลังนาง พร้อมกับคมมีดสั้นที่จ่อเข้าที่ลำคอขาวระหงอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ... "อย่าขยับ ไม่งั้นผัวรักของเธอได้กลายเป็นศพตรงนี้แน่!"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 23
กับดักในห้องเก็บของ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!