เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 24

ความรักที่เริ่มหวานล้ำ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าคุณยังกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบเรือนของเราอีกครึ่งก้าว ฉันจะสาดน้ำแกงเผ็ดหม่าล่าร้อน ๆ นี้ใส่หน้าให้เสียโฉม ไม่เชื่อก็ลองดูค่ะ ป้าใหญ่จาง!" เสียงตวาดกร้าวของหลินฮวาที่ดังลั่นห้องครัวเล็ก ๆ แทบจะกลบเสียงฟืนปะทุในเตาไฟจนหมดสิ้น ร่างอวบอิ่มสมส่วนในชุดผ้าฝ้ายสีครามเก่าแต่สะอาดสะอ้าน ยืนถือทัพพีไม้ด้ามยาวมั่นคงราวกับถือกระบี่วิเศษ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความดุดัน ทอดมองร่างท้วมของจางชุ่ยฮวา แม่สามีตัวแสบที่ชะงักค้างอยู่ตรงธรณีประตู สีหน้าของหญิงสูงวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวระคนกัน เมื่อสูดกลิ่นหอมฉุนของพริกเสฉวนและเครื่องเทศนานาชนิดที่ลอยตลบอบอวลจนแสบจมูก จางชุ่ยฮวาอ้าปากพะงาบ ๆ หมายจะแผดเสียงด่าทอตามนิสัยเดิม แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตานิ่งสนิทแต่คมกราบของหลินฮวา บวกกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของโจวหยาง สามีหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาโดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นก็พลอยซีดเผือดลงทันตาเห็น โจวหยางในยามนี้ไม่ได้สวมเสื้อคลุมทหารเก่า แต่ไหล่กว้างทั้งสองข้างยังคงตั้งตรงสง่างาม รอยแผลเป็นที่หางคิ้วไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย เขายืนบังร่างของภรรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนากร้านจากการถืออาวุธและจับจอบจับเสียมเอื้อมไปกุมมือเล็กที่ถือทัพพีไม้ไว้หลวม ๆ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของสามีทำให้ความตึงเครียดในกายของหลินฮวาคลายลงทีละน้อย "แม่กลับไปเสียเถอะค่ะ" น้ำเสียงของโจวหยางทุบต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงฮวบ "ที่นี่ไม่ใช่บ้านของแม่ และเราไม่มีข้าวสารหรือเงินหยวนเหลือเผื่อแผ่ใครอีกแล้ว เงินทุกเหมาที่หลินฮวาหามาได้จากน้ำพักน้ำแรง ต้องเก็บไว้ซื้อยาและบำรุงน้อง ๆ ถ้ายังไม่เลิกสร้างความวุ่นวาย... อย่าหาว่าผมไม่เห็นแก่ความเป็นแม่ลูก" "ไอ้ลูกเนรคุณ! แกเข้าข้างนังตัวดีนี่จนไม่เห็นหัวแม่แท้ ๆ แล้วใช่ไหม!" จางชุ่ยฮวาแผดเสียงแหลมปรี๊ดด้วยความเหลืออด แต่ก็ไม่กล้าก้าวล่วงเข้ามาในเขตบ้านหลังเล็กที่เพิ่งซ่อมแซมใหม่ "แกคอยดูเถอะ สักวันพวกแกจะต้องอดตายอยู่ข้างถนน!" ประโยคสาปแช่งนั้นถูกกลืนหายไปกับความเงียบ เมื่อโจวหยางค่อย ๆ ปิดประตูไม้ลงตรงหน้าแล้วลงกลอนอย่างแน่นหนา เสียงฝีเท้าที่กระแทกกระทั้นเดินหนีไปด้วยความแค้นเคืองค่อย ๆ 3จางหายไปในความมืดของยามค่ำคืน หลินฮวาพรูลมหายใจยาวเหยียดไหล่ลู่ลงเล็กน้อย นางวางทัพพีไม้ลงบนโต๊ะไม้ไผ่ ก่อนจะหันไปมองสามีที่ยังคงยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายดินฝนและเหงื่อจาง ๆ จากการทำงานหนักตลอดทั้งวันของชายหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "เหนื่อยไหมคะ?" นางเอ่ยถามเสียงแผ่ว พลางเอื้อมมือเรียวไปแตะรอยแผลเป็นบนแขนเสื้อที่ขาดวิ่นเล็กน้อยของเขาอย่างเบามือ โจวหยางส่ายหน้าช้า ๆ ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองศัตรูหรือผู้คนด้วยความระแวดระวัง บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนและลึกล้ำยามที่ทอดมองภรรยา "ไม่เหนื่อยเลยครับ... ถ้าเทียบกับสิ่งที่เธอต้องเจอ" คำว่า 'ครับ' ที่หลุดออกมาจากปากของสามีผู้ซื่อสัตย์ ทำให้หลินฮวาอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มบาง ๆ นางรู้ดีว่าเขาพยายามปรับตัวเพื่อความเท่าเทียมในครอบครัวยุคใหม่ แม้บางครั้งเขาจะติดพูดคำทางการหรือคำขรึมตามประสารืออดีตทหารก็ตาม "วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลยนะคะ โจวหยาง" หลินฮวาแกล้งทำเสียงอ่อนระโหยโรยแรง นางทิ้งน้ำหนักตัวพิงเข้ากับแผ่นอกกว้างที่อบอุ่นและแข็งแกร่งราวกับกำแพงหิน "ทั้งต้องงัดข้อกับพวกป้าใหญ่ ไหนจะต้องเคี่ยวซุปหม่าล่าขายในตลาดมืดจนดึกดื่น ขาของฉันระบมไปหมดแล้ว..." โจวหยางชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่มือหนาจะโอบรอบเอวบางของภรรยาไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่มั่นคงและอบอุ่นนั้นทำให้หลินฮวารู้สึกราวกับว่า โลกใบนี้ไม่ว่าจะมีอุปสรรคหรือความยากจนข้นแค้นเพียงใด นางก็ไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใดอีกต่อไป "ถ้ารู้ว่าเหนื่อย ทำไมไม่ยอมพักผ่อนเสียบ้าง" เสียงทุ้มต่ำเอמהดุอย่างไม่จริงจังนัก ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "เธอทำงานหนักเกินไปแล้ว หลินฮวา... ตั้งแต่แต่งงานกับผม มีแต่เรื่องลำบากให้เธอต้องรับ" "ใครว่าฉันลำบากกันคะ?" หลินฮวาเงยหน้าขึ้นสบตา ช้อนตาขึ้นมองสามีด้วยแววตาระยิบระยับซุกซน "การได้ทำอาหารอร่อย ๆ การได้เห็นเงินหยวนกองโตในมิติลับ และที่สำคัญ... การได้แกล้งคนใจร้ายให้ดิ้นพล่านจนอกแตกตาย มันคือความสุขที่สุดยอดต่างหากล่ะคะ" ความตรงไปตรงมาและรอยยิ้มเจิดจ้าของภรรยา ทำให้โจวหยางถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยรอยแผลจากสนามรบ บัดนี้กลับถูกความอบอุ่นของหญิงสาวตรงหน้าเยียวยาจนพองโต ในมิติลับของหลินฮวาตอนนี้ มีแป้งสาลีชั้นดี เนื้อหมูติดมัน และสมุนไพรหายากอีกนับไม่ถ้วนที่นางแอบซ่อนไว้เพื่อเตรียมขยายกิจการค้าขายครั้งใหญ่ แต่ในยามนี้ สิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองกองโต กลับเป็นอ้อมกอดที่มั่น โจวหยางไม่รอช้า เขาช้อนร่างบางของภรรยาขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างง่ายดายราวกับนางเบาหวิวดั่งขนนก หลินฮวาอุทานเบา ๆ ด้วยความตกใจ 2มือกอดรอบคอเขาไว้โดยอัตโนมัติ ใบหน้าเนียนนุ่มซบลงกับลาดไหล่กว้าง กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวของนางทำให้โจวหยางรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในแผ่นดินจีนยุคนี้ "อุ๊ย! คุณจะทำอะไรเนี่ย ปล่อยฉันลงนะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า..." นางเอ็ดเบา ๆ แก้มเนียนซับสีแดงระเรื่อโดยไม่ทราบสาเหตุ หัวใจเต้นโครมครามยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับแม่สามีเสียอีก "เราอยู่ในบ้านของเราเอง ใครจะกล้ามาเห็น" โจวหยางเอמהเสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาหลินฮวาลืมหายใจไปชั่วขณะ ชายหนุ่มพาภรรยาเดินตรงไปยังเตียงนอนไม้เก่าที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสะอาดสะอ้าน กลิ่นแดดอ่อน ๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาลอยอบอวลชวนเคลิบเคลิ้ม เขาวางร่างของนางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมราวกับนางคือไข่มุกราตรีล้ำค่าที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ทว่าก่อนที่โจวหยางจะผละตัวออก หลินฮวากลับเอื้อมมือเรียวไปคว้าปกเสื้อของเขาไว้ แล้วออกแรงดึงเล็กน้อยด้วยความซุกซน "จะรีบไปไหนล่ะคะ สามี..." นางกระซิบเสียงหวานหยาดเยิ้ม ดวงตาพราวระยับทอดมองชายหนุ่มที่ค้ำร่างของนางไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง "ไหนบอกว่าฉันทำงานหนัก... แล้วคืนนี้ คุณจะตอบแทนความเหนื่อยยากของภรรยาคนนี้อย่างไรดีคะ?" โจวหยางชะงัก นัยน์ตาคมกริบฉายประกายลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรในยามวิกาล ความยับยั้งชั่งใจที่เขาสั่งสมมานานนับปีพังทลายลงในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับรอยยิ้มเย้ายวนใจของภรรยา ทว่า ในขณะที่ใบหน้าคมเข้มกำลังโน้มลงมาใกล้ริมฝีปากนุ่มอิ่มของภรรยา เพื่อมอบจุมพิตที่อัดแน่นไปด้วยความรักและความโหยหาอันลึกซึ้ง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ตามมาด้วยเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นผู้ใหญ่บ้าน ที่ตะโกนแทรกเข้ามาในความเงียบยามวิกาล "สหายโจว! หลินฮวา! รีบเปิดประตูเร็วเข้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่โกดังเสบียงของคอมมูน สินค้าล็อตใหญ่ที่พวกเธอฝากไว้... จู่ ๆ ก็มีไฟลุกไหม้ขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ!" หลินฮวาเบิกตากว้าง ร่างกายที่กำลังเคลิบเคลิ้มแข็งค้างไปในทันที โจวหยางผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและเย็นชาขึ้นมาในเสี้ยววินาที ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%