"ถ้าสัญญานี้มีเงื่อนไขเอาเปรียบชาวบ้านอย่างพวกเราแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว เกรงว่าร้าน ‘หอมหมื่นลี้’ ของเถ้าแก่เฉินคงไม่มีวาสนาได้ลิ้มลอง ‘ผงพะโล้สูตรลับ’ ของตระกูลโจวอีกตลอดกาลค่ะ"
สุ้มเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนของหลินฮวา ดังสะท้อนก้องขึ้นภายในห้องรับรองชั้นสองของภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในตัวเมือง โต๊ะไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจงกลายเป็นพื้นที่เจรจาธุรกิจที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เถ้าแก่เฉิน บุรุษวัยกลางคนร่างท้วมผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเขี้ยวลากดินในการค้าขายถึงกับเหงื่อตกซิก มืออูมที่สั่นเทาเล็กน้อยค่อยๆ เลื่อนกระดาษสัญญาฉบับร่างถอยหลังไปสองนิ้ว เมื่อปะทะเข้ากับดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกเล่ห์กลของสตรีตรงหน้า
โจวหยาง ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีเข้มสะอาดตา แม้จะไม่ได้เอ่ยปากพูดจาข่มขู่ผู้ใด แต่ไหล่กว้างที่ผึ่งผายและแววตานิ่งสนิทราวกับห้วงน้ำลึกของอดีตนายทหารสนามรบ ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ติดตามด้านหลังของเถ้าแก่เฉินไม่กล้าขยับตัวทำรุ่มร่าม
"คุณหนูหลิน... เอ่อ นายหญิงโจว ใจเย็นๆ ก่อนสิขอรับ" เถ้าแก่เฉินฝืนยิ้มแห้งแล้งจนหนังตาตกระรึก "ข้าเพียงแต่... อยากขอส่วนลดพิเศษในฐานะที่เราจะร่วมงานกันระยะยาวเท่านั้นเอง"
"ระยะยาว?" หลินฮวาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มงดงามที่แย้มขึ้นไม่ได้ไปถึงดวงตา "ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าหิ้วตะกร้าพาสินค้าล็อตแรกมาเร่ขายหน้าตลาดสด เถ้าแก่บอกว่าผงเครื่องเทศบดละเอียดของข้าเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อของแม่บ้านไม่ใช่หรือคะ? ผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือน สินค้าตัวนี้กลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งที่ต่อคิวซื้อกันยาวเหยียดจนล้นร้านท่าน... ตอนนี้ท่านยังมีหน้ามาต่อรองส่วนลดกับผู้ผลิตต้นทางอย่างพวกเราอีกหรือคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับรองชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิบชาอุ่นๆ ของหลินฮวาที่ดังขึ้นเบาๆ นางวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงบนจานรองอย่างนิ่มนวล แต่มันกลับสร้างเสียงกระทบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของเถ้าแก่เฉิน
ย้อนกลับไปจากจุดเริ่มต้นที่ยากลำบากในหมู่บ้านเล็กๆ ตระกูลโจวภายใต้การนำของหลินฮวาไม่ได้อาศัยเพียงแค่โชคช่วย แต่นางใช้มิติลับในห้วงจิตสำนึก คัดสรรเมล็ดพันธุ์เครื่องเทศชั้นเลิศ ผสมผสานกับภูมิความรู้ดั้งเดิมและเทคนิคการคั่วบดที่ล้ำยุค ทำให้ ‘พริกหมาล่าสูตรพิเศษ’ และ ‘ผงพะโล้ห้ากลิ่น’ ของนางส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งอำเภอ ท่ามกลางยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารขาดแคลนและเต็มไปด้วยตั๋วปันส่วน สินค้าของหลินฮวากลับกลายเป็นของล้ำค่าที่เหล่าพ่อค้าคนกลางและภัตตาคารใหญ่ต่างแย่งชิงกัน
ทว่าเป้าหมายของหลินฮวาไม่ใช่แค่การเป็นผู้ขายส่งรายย่อยในตลาดมืดอีกต่อไป การก้าวเข้ามาในตัวเมืองวันนี้ คือการ "ขยายอาณาจักรธุรกิจ" ขั้นเด็ดขาด เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงให้ครอบครัว และเพื่อตบหน้าบรรดาญาติจอมสูบเลือดอย่างบ้านใหญ่ที่คอยแต่จะรอจังหวะเข้ามาสูบผลประโยชน์
"ตกลงตามเงื่อนไขเดิม! ไม่มีส่วนลด ไม่มีผ่อนผัน!" เถ้าแก่เฉินกัดฟันกรอด ยอมจำนนต่อคุณภาพสินค้าที่หาตัวจับยาก "แต่... ข้าขอเพิ่มโควตาจัดส่งสัปดาห์ละห้าสิบกิโลกรัมจะได้หรือไม่? ทางสหายการค้าที่มณฑลข้างเคียงเริ่มส่งจดหมายมาถามหาแล้ว"
หลินฮวาปรายตามองสัญญาฉบับนั้นอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ นางตวัดพู่กันจุ่มหมึกดำเซ็นชื่อของตนเองลงไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ลายเส้นตัวอักษรสวยงามทรงพลังสะท้อนถึงความมั่นใจในตนเอง
"ห้าสิบกิโลกรัมไม่มีปัญหาค่ะ แต่ต้องจ่ายเงินสดล่วงหน้าครึ่งหนึ่ง... และสัญญานี้มีอายุเพียงสามเดือน หากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า หรือข้าพบว่าท่านแอบลักลอบนำสูตรไปให้ผู้อื่นลอกเลียน สัญญาฉบับนี้จะถูกฉีกทิ้งทันที และท่านจะต้องชดใช้ค่าเสียหายสิบเท่า"
เมื่อหมึกแห้งสนิท โจวหยางจึงเอื้อมมือหนาไปเก็บสัญญาฉบับนั้นมาพับเก็บใส่อกเสื้ออย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกวาดมองประเมินบรรยากาศรอบตัวอีกครั้งด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังภัยแบบทหาร ก่อนจะหันมาสบตาภรรยาด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
การเจรจาในตัวเมืองผ่านพ้นไปอย่างงดงาม เม็ดเงินก้อนโตจากการค้าขายล็อตใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นตั๋วแลกเงินและวัตถุดิบหายากที่หลินฮวาแอบซุกซ่อนไว้ในมิติลับระหว่างทางกลับบ้าน รถเข็นไม้ที่เคยว่างเปล่า บัดนี้เต็มไปด้วยแป้งสาลีเนื้อดี น้ำตาลทรายแดง และเนื้อหมูสามชั้นคัดพิเศษที่นางตั้งใจจะนำมาทำอาหารฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่ในค่ำคืนนี้
เมื่อสองสามีภรรยากลับมาถึงบ้านหลังน้อยในหมู่บ้าน บรรยากาศอันคุ้นเคยควรจะเป็นความสงบสุข แต่ทว่า... หน้าประตูรั้วไม้ไผ่กลับมีเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนยืนรออยู่ด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
จางชุ่ยฮวา แม่สามีผู้เห็นแก่ตัว ยืนเท้าสะเอวรออยู่หน้าบ้าน ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและแววตาวาววับด้วยความโลภ ทันทีที่เห็นหลินฮวากับโจวหยางเข็นรถเข้ามา นางก็พุ่งตรงเข้ามาขวางทางทันที
"นังสะเพร่า! เจ้าสองคนหายหัวไปไหนกันทั้งวัน ปล่อยให้ฉันมารอจนขาแข็ง!" จางชุ่ยฮวาแผดเสียงแหลมสูงใส่ ก่อนจะกวาดสายตามาเห็นถุงกระดาษและข้าวของพะรุงพะรังบนรถเข็น ดวงตาฝ้าฟางก็เป็นประกายวาววับราวกับหมาป่าเจอเนื้อชิ้นโต "โอ้โห! ซื้อของกินของใช้มาเต็มคันรถเลยรึนี่ ไหนล่ะเงินทองที่พวกแกแอบไปซุกซ่อนหามาได้ช่วงนี้ ส่งมาให้ฉันเก็บไว้บริหารจัดการซะดีๆ ในฐานะแม่ผู้ให้กำเนิด แกไม่มีสิทธิ์มาเก็บเงินไว้คนเดียว..."
หลินฮวาก้าวลงจากรถเข็น ยืนบังกระเป๋าใส่เงินและตั๋วแลกเงินไว้ด้านหลังอย่างมิดชิด รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก นางไม่แม้แต่จะชายตาแลความโกรธเกรี้ยวของแม่สามี ทว่าในวินาทีที่โจวหยางกำลังจะก้าวขึ้นไปจัดการไล่ตบหน้าผีเปรตตนนี้ให้พ้นทาง จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นจากปากผู้ใหญ่บ้านก็ดังแทรกขึ้นมาจากหัวมุมถนน
"หยางวะ! หลินฮวา! รีบหลบไปเร็วเข้า! ทางการ... ทางการจากอำเภอส่งคนมาที่บ้านพวกเธอแล้ว!"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปด้วยดีเสมอมานะคะ!
เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 21
ขยายอาณาจักรธุรกิจ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!