เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 2

มิติลับและความหวังเดียว

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกซุกซ่อนอะไรไว้ในบ้านหลังนี้!" เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก พร้อมกับเสียงแหลมสูงของจางชุ่ยฮวาที่แผדแผดก้องทะลุกรอบไม้ผุๆ เข้ามาในห้องครัว ทว่าในห้วงเวลานี้ หลินฮวากลับไม่ได้สนใจแม้แต่จะชายตามองประตูหน้า ร่างบางยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้ามิติลับในห้วงสำนึกที่กำลังเปิดกว้างออกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กลิ่นหอมหววนรัญจวนใจของเครื่องเทศนานาชนิด ทั้งโป๊ยกั๊ก ออบเชย ลูกจันทน์เทศ และพริกเสฉวนคั่วใหม่ๆ พวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกสีทองจางๆ จนอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ นี่ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา แต่เป็น "คลังสมบัติสวรรค์" ที่บรรจุวัตถุดิบชั้นเลิศระดับเชฟกระทะเหล็กจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดไว้ครบถ้วน ทั้งเนื้อหมูสามชั้นติดมันวาววับแปรรูป น้ำตาลกรวดสีทองอร่าม และกระสอบแป้งสาลีขาวบริสุทธิ์ที่ต่อให้ทั้งหมู่บ้านกินกันสามปีก็ยังไม่หมด! "ฮวาเอ๋อร์..." เสียงทุบประตูด้านนอกเงียบลงชั่วขณะ แทนที่ด้วยเสียงทุ้มต่ำและแหบแห้งของโจวหยางที่ดังขึ้นใกล้ๆ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องครัวด้วยรอยแผลเป็นที่พาดผ่านใบหน้า ความกังวลฉายชัดในดวงตาคมกริบ เขายื่นมือหนาหยาบกร้านเข้ามาหมายจะดึงข้อมือภรรยาให้ออกห่างจากมุมห้องที่ดูแปลกประหลาด "แม่ข้างนอกนั่น... นางกำลังอาละวาดเรื่องตั๋วอาหารปริศนาเมื่อครู่ ถ้าพวกเราไม่มีอะไรจะให้ นางคงไม่ยอมรามือแน่ เจ้า... เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าซีดเช่นนั้น" หลินฮวาสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของเครื่องเทศช่วยปลุกสติและสัญชาตญาณนักสู้ในตัวนางให้ตื่นเต็มตา นางหันไปสบตากับสามีผู้ซื่อสัตย์ แววตาที่เคยอ่อนแอและยอมให้คนอื่นรังแกได้ถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวและเฉียบคม นางดึงมือหนาของโจวหยางมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มส่งผ่านความจริงใจมาถึงหัวใจ ทำให้นางรู้ว่าในยุคสมัยที่โหดร้ายและขาดแคลนเช่นนี้ นางไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง "พี่หยาง..." หลินฮวาเอ่ยเสียงกระซิบ ทว่ามั่นคงกังวาน "ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่" โจวหยางชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายประกายประหลาด เขาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปในตัวภรรยา ร่างกายที่เคยบอบบางและเอาแต่ก้มหน้ารับกรรม บัดนี้กลับยืนหยัดตรงสง่างามราวกับพญาหงส์ที่รอวันกาง ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ หนັກแน่น "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าซ่อนความลับอะไรไว้ แต่ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไร ข้า... โจวหยาง ผู้นี้จะอยู่เคียงข้างและปกป้องเจ้าด้วยชีวิต ต่อให้ต้องหักกับแม่หรือคนทั้งตระกูลก็ตาม" คำพูดซื่อตรงจากสามีทำให้ขอบตาของหลินฮ้าร้อนผ่าว นางยิ้มรับด้วยความซาบซึ้ง ก่อนที่ประกายตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ ในเมื่อแม่ผัวตัวแสบและญาติจอมสูบเลือดต้องการบีบให้พวกนางจนมุม เช่นนั้นนางก็จะใช้ "คลังสมบัติสวรรค์" นี้แหละ สั่งสอนคนพวกนั้นให้รู้สำนึกชนิดที่ไม่มีวันลืม! "ดี ในเมื่อพวกมันอยากได้เสบียงนัก ข้าก็จะจัดให้สาสม" หลินฮวาพึมพำเบาๆ นางแอบส่งจิตเข้าไปในมิติลับ มือเรียวเล็กคว้าจับโหลแก้วบรรจุ "ผงพะโล้สูตรลับสวรรค์" ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลออกมากำหนึ่ง พร้อมกับตั๋วแลกเนื้อหมูชั้นดีสามชั่งที่ซ่อนอยู่ในซอกลึกของมิติ ออกมาถือไว้ในมืออย่างแนบเนียน ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมสูงของจางชุ่ยฮวาที่ทนรอไม่ไหว "เปิดประตูเดี๋ยวนี้อีสะใภ้ตัวดี! แกคิดจะขังตัวอยู่ในนั้นเพื่อกินของดีอยู่คนเดียวอย่างนั้นเรารึ! ฉันเป็นแม่นะ! ถ้าแกไม่เปิด ฉันจะไปตามคนในหมู่บ้านมาพังประตูบ้านแกข้อหาซุกซ่อนสินค้าหนีภาษีแน่!" หลินฮวายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางหันไปกระซิบสั่งสามีเสียงเบา "พี่หยาง ไปเปิดประตู... แล้วปล่อยให้ข้าจัดการเอง" โจวหยางพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินดุ่มๆ ไปปลดกลอนประตูไม้เก่าๆ ออกอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงจากการเปิดประตูกะทันหันทำให้จางชุ่ยฮวาที่กำลังเงื้อมือจะทุบซ้ำ เซถลาเกือบล้มคะเมนตีลังกาเข้ามาในบ้าน หากไม่ได้สายตาคมกริบของบุตรชายคว้าแขนเสื้อยื้อไว้เสียก่อน "แม่ มีธุระอะไรดึกดื่นถึงได้มาโวยวายเสียงดังที่นี่" โจวหยางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังกดดันจนแม่ผัวชะงักไปชั่วขณะ จางชุ่ยฮวาใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นางสะบัดแขนหลุดจากการจับกุมของบุตรชาย กวาดสายตามองไปรอบห้องครัวด้วยความโลภและริษยา ก่อนจะพุ่งเป้าไปที่ร่างบางของหลินฮวาที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ "ดี! พ่อตัวดี กล้าดียังไงถึงมาทำเสียงแข็งใส่ฉัน!" จางชุ่ยฮวาชี้หน้าสะใภ้ด้วยความโมโห น้ำลายแตกฝอย "นังตัวดี แกซ่อนอะไรไว้ในบ้าน กลิ่นหอมบ้าบออะไรมันลอยออกมาถึงหน้าบ้านฉัน! แกแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินเองสินะ ทั้งที่ครอบครัวเรากำลังจะอดตายอยู่แล้ว แกมันอกกตัญญู เห็นแก่ตัว!" หลินฮวาไม่โต้เถียง นางค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มบางเบาบนเรียวปากช่างดูงดงามแต่กลับเยียบเย็นจนจางชุ่ยฮวาต้องหุบปากฉับโดยไม่รู้ตัว นางแบมือออก เผยให้เห็นกระดาษสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งที่ส่งกลิ่นหอมจางๆ พร้อมกับห่อกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุเครื่องเทศชั้นยอด "แม่พูดถูกค่ะ... บ้านเรากำลังจะอดตายจริงๆ" หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเสียดสีไว้เต็มเปี่ยม "แต่แปลกนะเจ้าคะ ทำไมตอนที่ท่านบอกว่าไม่มีเงิน ไม่มีตั๋วอาหาร แม้แต่แป้งสักขีดก็ยังไม่มีจะกรอกหม้อ จู่ๆ ถึงได้มี 'ตั๋วอาหารปริศนา' ใบนี้มาโผล่อยู่ที่หน้าบ้านเราได้ล่ะเพคะ?" จางชุ่ยฮวาเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อเห็นกระดาษในมือของสะใภ้ นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ร่างอ้วนท้วมสั่นเทาด้วยความตกใจและหวาดกลัว "ทะ... แก... แกเอาตั๋วนั่นมาจากไหน!" หลินฮวาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แววตาสดใสทอประกายคมปลาบ "เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกค่ะแม่... สำคัญตรงที่ว่า ในเมื่อแม่มาถึงที่นี่แล้ว และอยากได้กลิ่นหอมๆ นี่นัก งั้นคืนนี้เรามาทำ 'ขาหมูพะโล้สูตรพิเศษ' กินกันให้หนำใจดีไหมคะ? รับรองว่ารสชาติของมัน จะทำให้แม่จดจำไปจนวันตายเลยทีเดียว!" พูดจบลมหนาววูบหนึ่งก็พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ พร้อมกับกลิ่นหอมหวานเข้มข้นของน้ำพะโล้เคี่ยวเคี่ยวเคี่ยวจนเข้าเนื้อที่ลอยฟุ้งกระจายออกไปนอกตัวบ้าน ทว่าในวินาทีที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง... สามครั้งเน้นๆ อย่างเป็นจังหวะ และคราวนี้... เงาร่างที่ยืนอยู่หลังประตู ไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่สหกรณ์การค้า ที่ถือหีบไม้ลึกลับพร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ส่งตรงมาถึงหน้าบ้านของพวกนางโดยไม่มีใครคาดคิด! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหลินฮวาด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%