"หีบไม้นั่น... ถ้าไม่ใช่ใบรับรองโควต้าแป้งสาลีลอตพิเศษ ก็คงเป็นหมายเรียกจากทางคอมมูนเรื่องภาษีค้างชำระกระมังคะสหาย?"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่ทอดเสียงเยือกเย็นของหลินฮวา ดังแทรกขึ้นกลางความเงียบงัดที่น่าอึดอัดหน้าประตูบ้าน โจวหยางขยับกายมากำบังภรรยาไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ บาดแผลเก่าที่หัวเข่าทำให้เขาต้องยืนลงน้ำหนักด้วยขาขวาอย่างระมัดระวัง แต่แววตาสีเข้มที่จ้องมองชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้ากลับคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่ม
เจ้าหน้าที่สหกรณ์การค้าผู้มาเยือนหัวเราะแห้งๆ ออกมา เขารีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "โอ้ ไม่ๆ สหายหลิน ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงเช่นนั้นหรอกครับ... เอ๊ย! ไม่ใช่เรื่องแบบนั้นหรอกค่ะ เอ้ย แฮ่ม! ข้าพเจ้าหมายถึง มันคือสิ่งนี้ต่างหากล่ะ"
เขาก้มลงเปิดฝาหีบไม้ลึกลงไป กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหมึกราคาถูกลอยปะปนกับกลิ่นสาบยุคสมัย แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของหลินฮวาไม่ใช่เอกสารราชการเหล่านั้น มันคือห่อกระดาษไขมันหมูที่ซ่อนอยู่ก้นหีบต่างหาก—เนื้อหมูสามชั้นติดมันย่องที่เป็นโควต้าหลุดจำนำ และหัวหอมใหญ่แห้งกร้านอีกสามหัว!
ในยุคตั๋วปันส่วนปี 1978 ที่แม้แต่เศษกากถั่วเหลืองยังต้องแย่งกันด้วยตั๋วอาหาร ข้าวของเหล่านี้มีค่าดั่งทองคำ ทว่าในสายตาของคนบ้านโจว มันคือ ‘ภาระ’ ชิ้นโต เพราะจางชุ่ยฮวา แม่สามีผู้เห็นแก่ตัวมักจะแอบเอาของพวกนี้ไปซุกซ่อนไว้ให้ลูกชายคนโปรดกินคนเดียวปล่อยให้ครอบครัวหลักอดอยาก
"วางไว้ตรงนั้นเถอะค่ะ" หลินฮวายิ้มรับ รอยยิ้มของนางไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเต็มไปด้วยความเฉียบคมที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "ในเมื่อสหายเจ้าหน้าที่อุตส่าห์ดั้นด้นแบกมาส่งถึงที่ ทั้งยังมีน้ำใจนำของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ ติดก้นหีบมาด้วย... โจวหยางคะ หยิบเงินเหรียญค่าน้ำชาให้สหายเขาไปสิคะ ห้ามให้เสียเกียรติทหารผ่านศึกเด็ดขาด"
โจวหยางชะงักไปนิด ทว่าเขาเชื่อใจภรรยาเสมอ มือใหญ่ควักกระเป๋าหยิบเศษเงินจำนวนหนึ่งยใส่มือเจ้าหน้าที่ที่รีบโค้งตัวคำนับรับแล้วถอยร่นออกไปแทบไม่ทัน เมื่อประตูไม้ผุๆ ถูกปิดลง เสียงถอนหายใจยาวเหยียดจากมุมห้องก็ดังขึ้น
"นังตัวดี! แกกล้าใช้เงินสามีซื้อหน้ากับคนนอกเรอะ! เงินนั่นควรเก็บไว้ซื้อยาบำรุงให้พี่ใหญ่ของแกต่างหาก!"
ร่างท้วมของจางชุ่ยฮวาพุ่งออกมาจากห้องครัว ใบหน้าย่นยู่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ปะชุน แต่นัยน์ตากลับทอประกายโลภโมโทสันพุ่งตรงไปยังหีบไม้ทันที "เอามานี่! ของพวกนี้ทางสหกรณ์ส่งมาให้บ้านเรา ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของแก!"
หลินฮวาไม่แม้แต่จะหลบตา นางก้าวเข้าไปขวางหน้าแม่สามี กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรจีนจากมิติลับลอยวนอยู่รอบตัวนาง สร้างความกดดันประหลาดจนจางชุ่ยฮวาต้องชะงักฝีเท้า
"แม่คะ..." หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลัง "ท่านจำได้ไหมคะว่าเมื่อวาน พี่ใหญ่กับหลานชายกินข้าวต้มเจือจางจนแทบจะเห็นเงาตัวเองในชาม? หากพวกเขายังท้องกิ่วอยู่แบบนี้ เกณฑ์สอบคัดเลือกเข้าโรงงานในเมืองเดือนหน้า... พวกเขาจะมีแรงเดินไปถึงสนามสอบไหมคะ? หรือว่าท่านอยากให้ตระกูลโจวของเราไร้คนเชิดหน้าชูตาไปตลอดกาล?"
คำพูดนี้จี้ถูกจุดดำมืดในใจของจางชุ่ยฮวาเข้าอย่างจัง! สำหรับแม่ผัวผู้เห็นแก่ตัวคนนี้ ลูกชายคนโตและหลานชายคืออนาคตและหน้าตาของตระกูล ส่วนโจวหยางที่เป็นทหารพิการและนางสะไภ้คนนี้เป็นเพียงเครื่องมือรีดไถเท่านั้น นางอ้าปากค้างจะด่าทอ แต่ทว่า... กลิ่นหอมประหลาดบางอย่างเริ่มลอยโชยออกมาจากเตาไฟหลังบ้าน
"กลิ่น... กลิ่นอะไรน่ะ?" จางชุ่ยฮวาจมูกกระตุก สัญชาตญาณความเห็นแก่กินเอาชนะความโกรธชั่วขณะ
หลินฮวาไม่ตอบ นางเพียงแต่หันหลังกลับเดินนำเข้าสู่ห้องครัว มิติพิเศษในห้วงจิตสำนึกของนางกำลังสั่นระริก เมล็ดข้าวเหนียวชั้นดีที่นางแอบเปลี่ยนจากข้าวสารหยาบในมิติ ผสมกับเห็ดหอมภูเขาและหมูสามชั้นที่เพิ่งได้มาใหม่ถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ วันนี้... นางจะใช้ "ข้าวต้มมัดใจ" สูตรลับเฉพาะของเชฟระดับท็อปจากโลกอนาคต สยบความอิจฉาริษยาและเปลี่ยนทัศนคติของคนในบ้านให้ราบคาบ!
แสงไฟจากเตาฟืนสาดส่องใบหน้างามที่ระคนไปด้วยความมุ่งมั่น โจวหยางเดินเข้ามาเงียบๆ เขายื่นมือหนามาช่วยสุมฟืนให้ภรรยาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด สายตาที่เขามองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความศรัทธาอย่างล้นพ้น
"ระวังมือนะคะคุณสามี เดี๋ยวควันจะเข้าตาเอา" หลินฮวาเอียงคอมองสามีพร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่นานๆ ครั้งจะปรากฏ นางตักน้ำสะอาดจากโอ่งที่ถูกชำระล้างด้วยน้ำในมิติลับจนใสสะอาด เทลงในหม้อดินเผาเก่าๆ
เสียงน้ำเดือดปุดๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศลับที่นางแอบใส่ลงไปทีละน้อย กลิ่นหอมล้ำลึกนั้นไม่ได้มีแค่ความมันของหมูสามชั้น แต่มีความหวานกลมกล่อมของรากผักชีและพริกไทยดำคั่วป่นที่ฟุ้งกระจายผ่านรอยแตกของผนังดินบ้านเก่า ทะลุออกไปนอกรั้วบ้านจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเริ่มชะโงกหน้าออกมาสูดกลิ่นกันเป็นแถว
จางชุ่ยฮวาที่ยืนกลืนน้ำลายเอื้อมมือจะเปิดฝาหม้อด้วยความทนไม่ไหว แต่มือเหี่ยวย่นกลับต้องชะงักเมื่อถูกปลายทัพพีไม้ของหลินฮวาเคาะลงเบาๆ
"ใจร้อนไปเดี๋ยวของอร่อยจะเสียรสชาตินะคะแม่... อดทนรออีกนิด แล้วท่านจะรู้ว่าข้าวต้มชามนี้ จะทำให้ลูกชายคนโปรดของท่านยอมก้มหัวให้เราอย่างเต็มใจ" หลินฮวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาระยิบระยับด้วยแผนการร้ายกาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความอร่อย
ทว่า ในวินาทีที่หม้อข้าวต้มกำลังเดือดพล่านจนส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านนั้นเอง...
ปัง! เสียงถีบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงตวาดกร้าวของชายแปลกหน้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย และประโยคที่ทำให้เลือดในกายของโจวหยางเย็นเฉียบ—
"แจ้งความจับคนบ้านนี้! ข้อหาลักลอบค้าขายสินค้าผิดกฎหมายจากตลาดมืด!"
หลินฮวาหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนมุมปากยังไม่ทันจางหาย แต่นางกลับพบว่า... แขกยามวิกาลกลุ่มนี้ ไม่ได้มาแค่ตัวเปล่า แต่พวกเขากำลังถือ "หลักฐานปลอม" ที่ถูกยัดใส่เข้ามาในยุ้งฉางของบ้านนางอย่างแม่นยำราวกับมีคนตาดีชี้เป้าให้!
รี้ดเดอร์ที่รักคะ... ตามหลินฮวามาลุ้นระทึกกับการพลิกเกมสู้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ด้วยกันในตอนต่อไปนะคะ!
เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 3
ข้าวต้มมัดใจในวันอดอยาก
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!