เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 4

ศึกชิงตั๋วอาหาร

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"โคมไฟแก้วน้ำมันก๊าดในมือข้าส่องสว่างพอที่จะเห็นหน้าคนใจคดแถวนี้ได้ชัดเจนนะคะ ป้าใหญ่จาง... ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ลมหนาวก็โชยมาถึงชายคาบ้านรองของพวกเรา เหตุใดท่านถึงได้ขยันขันแข็งถึงขนาดลงทุนปีนรั้วเข้ามาช่วยจัดระเบียบยุ้งฉางให้ครอบครัวดิฉันถึงข้างในเชียวล่ะคะ?" น้ำเสียงของหลินฮวานั้นไม่ได้ดังเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่ามันกลับเยือกเย็นและบาดลึกเสียจนคนที่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่มุมมืดของกองฟางสะดุ้งสุดตัว แสงไฟสีส้มวับๆ แวมๆ เผยให้เห็นร่างท้วมของจางชุ่ยฮวา แม่ผัวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนาตระกูลจาง กำลังถือกระสอบป่านเก่าๆ ที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยตั๋วอาหารและคูปองธัญพืชจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นโควตาสุดท้ายที่รัฐบาลแจกจ่ายให้ครอบครัวทหารผ่านศึกอย่างพวกเขาไว้ประทังชีวิตในฤดูหนาวนี้ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความตกใจ ดวงตาตี่เล็กเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ แต่เพียงครู่เดียว รอยยิ้มจอมปลอมก็ถูกยกขึ้นมากลบเกลื่อนความผิด "ฮวาฮวา... ลูกสะใภ้รอง เจ้าพูดจาอะไรเช่นนั้นเล่า?" จางชุ่ยฮวาหัวเราะแห้งๆ พยายามซ่อนกระสอบในมือไว้ข้างหลังอย่างทุลักทุเล "ข้า... ข้าก็แค่เห็นว่าพวกเจ้าสองคนสามีภรรยาเหน็ดเหนื่อยจากการทำนามาทั้งวัน เกรงว่ายุ้งฉางจะปิดไม่สนิท หนูจะมากัดกินข้าวเปลือกและตั๋วสำคัญเหล่านี้เสียเปล่าๆ เลยแวะมาช่วยตรวจดูให้เรียบร้อยต่างหากเล่า ครອບครัวเดียวกัน ไยต้องพูดจาระแวงกันด้วย?" "ครอบครัวเดียวกันอย่างนั้นหรือคะ?" หลินฮวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงไปอีกหลายองศา "ถ้าท่านเห็นว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันจริง เหตุใดเมื่อเดือนก่อนตอนที่โจวหยางบาดเจ็บกลับมาจากชายแดน ท่านถึงบอกว่าบ้านใหญ่ไม่มีเงินแม้แต่เหวินเดียวเพื่อซื้อยาแผนปัจจุบันให้เขาเล่าคะ? เหตุใดตั๋วเนื้อหมูสามชั้นที่ควรจะเป็นสิทธิ์ของพวกเรา ถึงไปปรากฏอยู่บนโต๊ะอาหารของบ้านใหญ่เมื่อวานนี้ได้ล่ะคะ?" คำพูดแต่ละประโยคพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ ปักเข้ากลางใจของจางชุ่ยฮวาจนนางหน้าชาวาบ "นั่น... นั่นมันเพราะเจ้ามันผลาญเก่ง! ลูกชายข้าหาเงินมาได้ก็ต้องให้แม่ผู้ให้กำเนิดจัดการสิ!" จางชุ่ยฮวาเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าหลินฮวาตัวคนเดียว (ในสายตาของนาง) จึงคิดจะใช้ไม้แข็งขู่ตะคอกตามนิสัยเดิม "นังเด็กปากกล้า! อย่าคิดว่าแต่งเข้าบ้านตระกูลโจวแล้วจะปีนขึ้นมาขี่คอข้าได้นะ! วันนี้ข้าจะเอาตั๋วเหล่านี้ไปเก็บรักษาไว้ให้เอง เจ้าไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง!" พูดจบ นางก็พุ่งพรวดเข้าหาประตูยุ้งฉางหมายจะแหวกวงล้อมหนีออกไปให้พ้นทาง ทว่า... ในวินาทีที่นางคิดว่าตนเองจะรอดตัว เงาร่างสูงใหญ่ราวกับภูเขาผาของโจวหยางก็ก้าวออกมาจากความมืดตรงธรณีประตูพอดี มือหนาหยาบกร้านดั่งคีมเหล็กคว้าเข้าที่ข้อแขนของจางชุ่ยฮวาไว้แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก แรงมหาศาลจากอดีตทหารผ่านศึกทำให้นางดิ้นไม่หลุดแม้แต่นิดเดียว "แม่..." เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของโจวหยางดังขึ้น มันไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับเต็มไปด้วยความผิดหวังและความเย็นชาที่น่ากลัวกว่าการตะโกนด่าทอเสียอีก "ท่านทำเกินไปแล้ว" "ไอ้ลูกเนรคุณ! แกกล้าจับแม้กระทั่งแม่ตัวเองเรอะ! ปล่อยนะ! ปล่อยเดี๋ยวนี้!" จางชุ่ยฮวาแผדเสียงกรีดร้องโวยวาย หวังจะให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงตื่นขึ้นมาดูความวุ่นวาย เพื่อที่นางจะได้พลิกสถานการณ์ให้ตัวเองกลายเป็นผู้ถูกกระทำเหมือนอย่างเคย ทว่าหลินฮวากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย นางเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็นแม่ผัวช้าๆ กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศพะโล้และพริกเสฉวนที่ติดตัวมาจากมิติลับลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอับของยุ้งฉางอย่างชัดเจน "อยากร้องให้คนมาช่วยดูนักใช่ไหมคะ?" หลินฮวากระซิบเสียงเบาข้างหูอีกฝ่าย น้ำเสียงนั้นเย้ายวนแต่ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "เชิญเลยค่ะ ร้องดังๆ ได้ยิ่งดี ข้าจะได้เรียกหัวหน้าหมู่บ้านและสมาชิกคอมมูนมาเป็นพยานด้วยว่า 'ญาติผู้ใหญ่ผู้ทรงเกียรติ' กำลังย่องเบาเข้ามาขโมยตั๋วปันส่วนของครอบครัวทหารผ่านศึกผู้เสียสละเพื่อชาติ... ท่านคิดว่า ทางการจะตัดสินความผิดฐาน 'ลักทรัพย์ในยามวิกาลและบั่นทอนขวัญกำลังใจทหาร' อย่างไรดีล่ะคะ?" คำว่า 'ลักทรัพย์' และ 'บั่นทอนขวัญกำลังใจทหาร' ในยุคสมัยนี้มีน้ำหนักมหาศาลถึงขั้นถูกส่งตัวไปใช้แรงงานปรับทัศนคติในค่ายดัดสันดานทางเหนือได้เลยทีเดียว! ร่างท้วมของจางชุ่ยฮวาแข็งค้างทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับขาวด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด นางรู้ดีว่าหากเรื่องนี้ถึงหูหัวหน้าหมู่บ้าน ชื่อเสียงของบ้านใหญ่และลูกชายคนโปรดของนางที่กำลังจะสอบคัดเลือกเข้าทำงานในอำเภอจะต้องพังพินาศไม่เหลือชิ้นดีแน่ "เจ้า... เจ้า... นังสารเลว..." จางชุ่ยฮวาตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง ปากคอสั่นจนพูดไม่ออก "ข้าไม่ใช่คนใจร้ายนะคะ ป้าใหญ่จาง" หลินฮวาผละถอยหลังออกมายืนเคียงข้างสามี มือเรียวเล็กเอื้อมไปหยิบกระสอบตั๋วอาหารคืนมาจากมือของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล "ตั๋วเหล่านี้ เป็นน้ำพักน้ำแรงและสิทธิ์อันชอบธรรมของพวกเรา หากท่านอยากได้นัก... วันพรุ่งนี้เช้า เชิญมาต่อแถวซื้อสินค้าจากบ้านรองของเราในฐานะ 'ลูกค้า' เหมือนคนอื่นๆ ก็แล้วกันค่ะ" โจวหยางมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด มือใหญ่อีกข้างเอื้อมมาโอบไหล่บางของภรรยาไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องอย่างหนักแน่น จางชุ่ยฮวาถูกผลักไสไล่ส่งออกไปนอกรั้วบ้านท่าย์กลางความมืดมิดและสายตาที่เย็นชาของสองสามีภรรยา นางทำได้เพียงกัดฟันกรวดด้วยความแค้นใจ เดินกะโผลกกะเละกลับบ้านด้วยความพ่ายแพ้ยับเยิน เมื่อบานประตูรั้วไม้ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา หลินฮวาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ หันกลับมามองสามีที่ยืนเงียบอยู่ "เหนื่อยหน่อยนะคะ สามี..." นางเอ่ยเสียงอ่อนโยน พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขา โจวหยางส่ายหัวเบาๆ ดวงตาคมกริบมองสำรวจภรรยาด้วยความห่วงใย "เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม? ต่อไปอย่าไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นคนเดียวอีก มันอันตราย" "ใครว่าข้าอยู่คนเดียวเล่าคะ ข้ามีท่านอยู่ทั้งคนนี่นา..." หลินฮวาหัวเราะคิกคัก พลางยื่นมือไปจับมือหนาของเขามากุมไว้ "อีกอย่าง... วันพรุ่งนี้เรามีภารกิจใหญ่ต้องทำแล้วนะคะ วัตถุดิบในมิติลับพร้อมเต็มที่แล้ว ตั๋วอาหารพวกนี้รวบรวมมาได้ครบถ้วน แบบนี้แผนการเปิดแผงขาย 'บะหมี่แห้งคลุกน้ำมันพริกสูตรลับ' ในตลาดมืดวันพรุ่งนี้... จะต้องทำกำไรเป็นกอบเป็นกำจนพวกบ้านใหญ่ต้องตาค้างแน่ๆ ค่ะ!" กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำมันพริกคั่วใหม่ๆ และเครื่องเทศนานาชนิดจู่ๆ ก็โชยอบอวลขึ้นมาในอากาศรอบตัว ราวกับมันลอยออกมาจากห้วงมิติพิเศษของนางเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะในค่ำคืนนี้ ทว่า... ในขณะที่หลินฮวากำลังจะหันหลังเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมแป้งสำหรับทำเส้นบะหมี่สำหรับวันพรุ่งนี้ เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ไม่ใช่เสียงเคาะประตูรั้วแบบชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเคาะสามครั้งเว้นสองครั้งที่คุ้นเคยอย่างประหลาด... โจวหยางขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนหลินฮวาชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อนึกถึงเงาร่างปริศนาที่เคยแอบมองพวกนางเมื่อหลายวันก่อน... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหลินฮวาด้วยดีเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%