เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 1

วิญญาณใหม่ในยุคกันดาร

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เพียะ! แรงตบที่ฟาดลงบนข้างแก้มซ้ายนั้นหนักหน่วงเสียจนรสชาติคาวเลือดกระจายฟุ้งอยู่ในโพรงปาก ความเจ็บปวดแปลบปلاวยแล่นริ้วขึ้นสู่สมองราวกับถูกเหล็กร้อนทาบ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือความทรงจำอันกระจัดกระจายที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก—กลิ่นอับชื้นของบ้านดิน ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารต้องใช้ตั๋วแลกเปลี่ยน และร่างบอบบางที่กำลังถูกกดให้คุกเข่าอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ "นังสะใภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงแอบเก็บแป้งขาวไว้หลังตู้! บ้านเราไม่ได้เลี้ยงข้าวต้มยุงนะโว้ย! อยากให้ลูกชายฉันอดตายคาบ้านหรือไง!" เสียงแหลมสูงบาดหูของจางชุ่ยฮวา แม่สามีผู้มีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและโลภโมโทสัน ดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องแคบๆ มือเหี่ยวย่นราวกับกิ่งไม้แห้งเงื้อมขึ้นเตรียมฟาดลงมาเป็นครั้งที่สอง หลินฮวาในร่างใหม่กะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัส ความมึนงงเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ถูกแทนที่ด้วยประกายตาคมกริบที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก *หึ... เพิ่งจะข้ามมิติมาถึงก็ได้รับของขวัญต้อนรับชั้นยอดเลยสินะ* หลินฮวายกหลังมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่มุมปากอย่างไม่รีบร้อน นางไม่ใช่สาวน้อยอ่อนต่อโลกผู้ไร้เดียงสาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอีกต่อไปแล้ว แต่คือนักปรุงเครื่องเทศมือฉมังผู้กุมความลับของมิติลับสรรพวัตถุดิบ การจะมาตบตีกับหญิงแก่ไร้เหตุผลในยุค 70 เช่นนี้ รังแต่จะทำให้เสียเวลาทำมาหากิน ในจังหวะที่ฝ่ามือเหี่ยวย่นกำลังพุ่งเข้ามาหาอีกครั้ง หลินฮวาไม่หลบเลี่ยง แต่นางกลับคว้าข้อมือของแม่สามีไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่ส่งผ่านปลายนิ้วแม้จะดูบอบบาง แต่กลับหนักแน่นราวกับคีมเหล็ก จนจางชุ่ยฮวาต้องร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ "แก... นังเด็กเหลือขอ กล้าจับมือฉันรึ!" จางชุ่ยฮวาแผדเสียงแหลม ปล่อยมืออีกข้างหมายจะจิกผมของลูกสะใภ้ "แม่ค่ะ..." หลินฮวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลังจนอีกฝ่ายชะงัก ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองตรงไปยังแม่สามีด้วยแววตาที่เยือกเย็นและกดดันอย่างประหลาด "แป้งขาวถุงนั้น ฉันเป็นคนเอาเข้ามา... และฉันก็หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ไม่ได้ขโมยข้าวในหม้อของบ้านหลังนี้มาแม้แต่เมล็ดเดียว!" "เหลวไหล! แกไม่ได้ออกไปไหนแล้วจะมีแป้งขาวได้ยังไง! แกซ่อนมันไว้ที่ไหน คายออกมาเดี๋ยวนี้นะ!" จางชุ่ยฮวาพยายามสะบัดมือออกแต่ไม่เป็นผล แรงมหาศาลจากหญิงสาวที่นางเคยคิดว่าอ่อนแอคนนี้ทำให้แม่สามีเริ่มรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศในห้องคับแคบเต็มไปด้วยความตึงเครียด กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและควันไฟผสมผสานกับความโกรธเกรี้ยวที่คุกรุ่น หลินฮวายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันต่อความไร้เหตุผลของคนตรงหน้า ทว่า ก่อนที่สงครามประสาทจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม ปึง! ประตูกระดานไม้เก่าๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าซีดจางก้าวเข้ามา โครงร่างกำยำแต่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลและความเหนื่อยล้า โจวหยาง สามีผู้เงียบขรึมและถูกตราหน้าว่าเป็นทหารพิการไร้ประโยชน์กวาดสายตาคมกริบมองภาพตรงหน้า ร่างกายของเขาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ ขณะที่มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่แม่ของตน แต่มันหยุดลงที่รอยแดงช้ำและคราบเลือดบนแก้มของภรรยา "เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม บรรยากาศรอบตัวของอดีตนายทหารแผ่ไอสังหารจางๆ ออกมาจนจางชุ่ยฮวาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หลินฮวาลอบถอนหายใจในใจ นางรู้ดีว่าสามีคนนี้รักและปกป้องนางมากแค่ไหน เพียงแต่ที่ผ่านมา ร่างเดิมมักจะขี้ขลาดและยอมจำนนต่อแรงกดดัน จนทำให้โจวหยางต้องพลอยรับเคราะห์และรู้สึกผิดอยู่เสมอ แต่วันนี้... ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว นางค่อยๆ ปล่อยมือจากข้อมือของแม่สามี ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะยังรู้สึกวิงเวียนศีรษะอยู่บ้าง แต่แผ่นหลังของนางตั้งตรงแน่วแน่ นางหันไปสบตากับสามีผู้ซื่อสัตย์ แววตาที่ฉายความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวทำให้โจวหยางชะงักงันไปชั่วขณะ "ไม่มีอะไรค่ะพี่หยาง..." หลินฮวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดวงตากลับทอประกายคมปลาบ "แค่แม่มาทวงถามเรื่องมื้อเย็น... แต่บังเอิญว่าวันนี้ ฉันเตรียมเมนูพิเศษไว้ต้อนรับพี่พอดี" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองแม่สามีที่หน้าเสีย ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้สามี "และรับรองว่า... กลิ่นหอมของมัน จะทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องอิจฉาจนนั่งไม่ติดเลยทีเดียวค่ะ" พูดจบ หลินฮวาก็สะบัดหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในครัวคับแคบ ทิ้งให้โจวหยางยืนนิ่งงันอยู่กลางห้องกับมารดาผู้ตกตะลึง ทว่าในวินาทีที่ร่างบางก้าวพ้นขอบประตูครัว ประตูมิติลับในห้วงสำนึกของนางก็เกิดสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมกับแสงสีทองจางๆ ที่วับวาบขึ้นพร้อมกลิ่นหอมหววนรัญจวนใจของ "ผงพะโล้สูตรลับสวรรค์" ที่ลอยทะลักออกมาปะทะจมูกจนแทบหยุดหายใจ... และในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่มี "ตั๋วอาหารปริศนา" กำลังยืนรออยู่หน้าบ้านโดยไม่มีใครคาดคิด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะคะ หลินฮวายังมีเรื่องสนุกๆ มาเสิร์ฟอีกเพียบค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%