"ถ้าพวกคุณกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะให้คนทั้งหมู่บ้านมาดูหน้า 'โจร' ที่แต่งตัวเป็นคนแต่จิตใจต่ำช้ากว่าสัตว์เดรัจฉาน!"
เสียงประกาศกร้าวของหลินฮวาดังก้องกังวานบาดลึกท่ามกลางความเงียบงันยามบ่ายของหมู่บ้านหง Hปิง ร่างระหงในชุดเสื้อผ้าเนื้อดีที่นางตัดเย็บเองยืนขวางประตูกั้นขอบเขตบ้านไว้อย่างมั่นคง แววตาคู่คมกริบกวาดมองผู้บุกรุกตรงหน้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
เบื้องหน้าของนางคือ 'จ้าวเต๋อเฉิง' ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายมารดาของโจวหยาง ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้มีใบหน้าอวบอ้วนผิวมันเยิ้มจากไขมัน และมีนิสัยสันดานอันเลื่องลือในเรื่องความตะกละตะกลามหน้าด้าน หน้าหนาชนิดที่ว่ายางอายบนโลกใบนี้ไม่เคยเกาะติดผิวหนังของเขาเลยสักนิด
ข้างกายจ้าวเต๋อเฉิงคือภรรยาของเขา นางผิงผิง ที่กำลังใช้สายตาดุจสุนัขจิ้งจอกกวาดมองเข้าไปในตัวบ้านอย่างตะกละตะกลาย คราบน้ำลายแทบจะไหลย้อยลงมาจากมุมปากเมื่อเห็นกลิ่นอายความร่ำรวยที่เล็ดลอดออกมาจากห้องครัว
"ฮวาฮวา เจ้าพูดจาอะไรเช่นนั้นเล่า?" จ้าวเต๋อเฉิงฝืนปั้นยิ้มหน้าด้าน หัวเราะกลบเกลื่อนความผิดด้วยเสียงอันดัง "พวกเราเป็นญาติสนิทมิตรสหายกันนะ! ข้าได้ยินข่าวว่าบ้านของพวกเจ้าค้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนมีเนื้อมีหนัง มีแป้งสาลีขาวละเอียดเก็บไว้กินไม่ขาดมือ ในฐานะพี่ชาย ข้าก็แค่วิตกกังวลว่าพวกเจ้าจะเหนื่อยเกินไป เลยแวะมา 'เยี่ยมเยียน' และช่วยตรวจตราความเรียบร้อยให้... เจ้ากลับกล่าวหาว่าพวกเราเป็นโจรเชียวหรือ? ช่างอกตัญญูเสียจริง!"
เยี่ยมเยียนกระนั้นหรือ?
หลินฮวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย นางจำได้แม่นยำว่าในยุคตั๋วปันส่วนที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ครอบครัวจ้าวผู้นี้เคยเหยียบย่ำครอบครัวของนางอย่างไรบ้าง ยามที่โจวหยางบาดเจ็บกลับมาและครอบครัวตกต่ำถึงขีดสุด คนพวกนี้ไม่เคยแม้แต่จะชายตาน้ำมามอง แถมยังเคยหัวเยาะเย้ยหยันถากถางว่าครอบครัวนางเป็นภาระสังคม บัดนี้เห็นกลิ่นอายความมั่งคั่งจากการค้าขายเครื่องเทศในมิติลับและการทำอาหารสตรีทฟู้ดของนางเริ่มออกดอกออกผล ถึงกับกล้าบุกรุกเข้ามางัดแงะถึงในบ้านขณะที่นางอยู่ลำพัง
"เยี่ยมเยียนด้วยการแอบย่องเข้าทางหลังบ้านแล้วพยายามงัดตู้เก็บอาหารของฉันเนี่ยนะ พี่ชายจ้าว... ฝีมือการแสดงงิ้วของท่านช่างน่าขันสิ้นดี เกรงว่าถ้ากรมศิลปากรมาเห็นเข้า คงต้องมอบรางวัลหน้าหนาไร้ยางอายระดับชาติให้ท่านเสียแล้วกระมั้ง"
คำพูดเสียสีถากถางของหลินฮวาทำเอาสีหน้าของจ้าวเต๋อเฉิงเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มจอมปลอมมลายหายไป เหลือเพียงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจับไต๋ได้
"นังสารเลว หลินฮวา!" ผิงผิงทนไม่ไหว แผדเสียงแหลมปรี๊ดพุ่งเข้ามาหมายจะใช้เล็บยาวๆ ตะปบใบหน้านาง "แกกล้าดียังไงมาพูดจาดูถูกสามีฉัน! พวกเราเป็นผู้ใหญ่ เป็นญาติผู้พี่นะเว้ย! ของกินของใช้ในบ้านหลังนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะตระกูลโจวมีบุญคุณค้ำจุน แกจะมีปัญญามาแต่งตัวสวยๆ ร่ำรวยอยู่รึไง? ส่งตั๋วอาหารและเนื้อหมูในครัวมาให้หมดเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าแกสะสมสินค้าผิดกฎหมาย ค้ากำไรเกินควร!"
นี่คือสันดานดิบของคนตระกูลนี้ ขู่กรรโชกและรีดไถหน้าด้านๆ โดยใช้กฎหมายยุค 70-80 มาเป็นเครื่องมือ
หลินฮวาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน นางยืนกอดอกนิ่ง มองความน่าสมเพชของสองสามีภรรยาคู่นี้ด้วยความเยือกเย็น สติปัญญาและการฝึกฝนจิตใจผ่านการค้าขายในตลาดมืดมานับครั้งไม่ถ้วนทำให้นางเหนือกว่าคนพวกนี้หลายขุม
"ฟ้องงั้นหรือ?" หลินฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "เชิญตามสบายเลยค่ะ ไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านเลยว่าพวกท่านบุกรุกเคหสถานยามวิกาล พยายามลักทรัพย์ และข่มขู่กรรโชกทรัพย์สิน มาดูกันว่ากฎหมายบ้านเมืองยุคนี้จะลงโทษ 'โจรย่องเบา' อย่างพวกท่าน หรือจะลงโทษแม่ค้าสุจริตอย่างฉัน!"
สายตาที่เฉียบคมราวกับใบมีดของหลินฮวาทำให้จ้าวเต๋อเฉิงชะงักกึก เขาเหลือบไปเห็นท่อนไม้ฟืนขนาดใหญ่ที่วางอยู่ข้างประตูบ้าน ซึ่งจังหวะนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งเย็นเยียบลงไปอีกเมื่อเขาจำได้ว่า โจวหยาง สามีของนังผู้หญิงคนนี้ แม้จะขาเจ็บแต่ก็เป็นทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาอย่างโชกโชน หากโจวหยางกลับมาเจอเหตุการณ์นี้เข้า มีหวังกระดูกทั่วร่างของเขาคงหักเป็นท่อนๆ แน่
"ฮึ่ม! นังปากจัด!" จ้าวเต๋อเฉิงกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง พยายามรักษาฟอร์ม "ฝากไว้ก่อนเถอะหลินฮวา! คิดว่ามีเงินทองหน่อยแล้วจะเบ่งใส่ญาติพี่น้องได้รึไง? ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ คืนนี้พวกแกอาจจะไม่ได้นอนอย่างสงบแน่!"
พูดจบ จ้าวเต๋อเฉิงก็ลากภรรยาจอมตะกละที่ยังคงส่งเสียงโวยวายไม่หยุดให้ถอยร่นออกไปจากเขตบ้าน โดยไม่ลืมหันมาถ่มน้ำลายลงพื้นบ้านด้วยความเจ็บใจก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีหายไปจากตรอก
หลินฮวายืนมองตามหลังคนทั้งสองด้วยแววตานิ่งสนิท นางรู้ดีว่าคนอย่างจ้าวเต๋อเฉิงไม่มีทางรามือเพียงแค่นี้แน่ ความโลภและความหิวโหยในยุคสมัยนี้ทำให้มนุษย์กล and ร่างเป็นปีศาจได้ง่ายดายยิ่งนัก
นางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับเพื่อจัดการเก็บกวาดข้าวของในบ้านให้เรียบร้อย ทว่า... ทันทีที่นางก้าวเท้าเข้ามาถึงห้องครัว กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะตัวก็ลอยโชยเตะจมูกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นจากอาหารที่นางเพิ่งทำทิ้งไว้... แต่มันมาจาก 'มิติลับ' ในจิตสำนึกของนางเอง!
หน้าจอโฮโลแกรมเรืองแสงสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีปุ่มกดใดๆ กำลังกระพริบเตือนรัวเร็ว พร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวของหลินฮวา
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบมิติลับ: ตรวจพบความผิดปกติของพลังงานภายนอก วัตถุดิบระดับตำนาน 'พริกหมาล่าเสฉวนโบราณ' ในคลังแสงมิติถูกกระตุ้นการทำงานอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการปะทะกับพลังงานด้านลบของมนุษย์]*
หลินฮวานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นตัวเลขความคืบหน้าของภารกิจพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในพริบตาเดียว และสิ่งที่ทำให้หัวใจของนางเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ก็คือข้อความแจ้งเตือนบรรทัดสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอมิติลับ
*[คำเตือน: วัตถุดิบพิเศษชิ้นนี้ ได้ดึงดูด 'แขกไม่速之客' ผู้มีอำนาจลึกลับจากเมืองหลวงให้ก้าวเข้ามาเคาะประตูบ้านของท่านในอีกสามนาทีข้างหน้า... และเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก 'ชายผู้ถือตั๋วพิเศษ' ที่ท่านกำลังตามหา!]*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 16 และเตรียมพบกับการพลิกผันครั้งใหญ่ในตอนหน้านะคะ
เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน•ตอนที่ 16
ปะทะลูกพี่ลูกน้องจอมตะกละ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศสายสตรีทกับภารกิจกู้ชีพครอบครัวในยุคตั๋วปันส่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!