กลิ่นอับชื้นของสารเคมีสังเคราะห์คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ภายในห้องปฏิบัติการใต้ดินชั้นที่เจ็ด เสียงคำรามต่ำของเครื่องปั่นไฟควอนตัมที่กำลังแบกรับภาระเกินขีดจำกัดดังสะท้อนก้องจนแผ่นอกสะเทือน คินยืนนิ่งอยู่หน้าแผงควบคุมโฮโลแกรม แสงสีฟ้าอมม่วงสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขสถิติอัตราการแพร่กระจายที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าใจหายบนหน้าจอ
“ระบบประเมินสถานการณ์พลาดไปสองวินาที การเคลื่อนพลของพวกมันเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพึมพำกับตัวเอง มือหนากดแป้นพิมพ์รัวเร็วเพื่อปิดกั้นระบบระบายอากาศของเขตการค้าหมายเลขสี่ แม้เขาจะรู้ดีว่ามันเป็นเพียงการซื้อเวลาอันน้อยนิดเท่านั้น แต่อย่างน้อยที่สุด ประชาชนผู้บริสุทธิ์นับแสนชีวิตในเขตชั้นนอกก็จะมีเวลาอพยพหลบหนีไปยังหลุมหลบภัยใต้ดินเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย
ทางด้านหลังของห้องทดลอง เซร่าในชุดยูนิฟอร์มสีขาวของสถาบันวิจัยกำลังง่วนอยู่กับการถอดรหัสพันธุศาสตร์ของตัวอย่างเชื้อไวรัสที่เก็บกู้มาได้ นิ้วเรียวยาวพรมลงบนคีย์บอร์ดแสงอย่างแม่นยำ เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามไรผมและกรอบหน้าคมคาย แม้ว่าดวงตาคู่สวยจะฉายแววเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนมาเกือบสามสิบชั่วโมง แต่สมาธิของเธอยังคงแน่วแน่ไม่มีสั่นคลอน
“คุณคิน แรงดันอากาศในท่อส่งตัวอย่างลดลงแปดเปอร์เซ็นต์ครับ” เสียงหวานติดจะห้วนเล็กน้อยเอ่ยเตือน โดยที่สายตายังไม่ละจากหน้าจอวิเคราะห์โมเลกุล “ถ้าตระกูลเวนเดลยังดึงดันใช้แผน ‘กวาดล้างสีคราม’ จริงๆ ละก็ อีกไม่เกินสิบห้านาที สารชีวภาพชนิดนี้จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในบรรยากาศ และเมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้มีหน้ากากกรองอากาศรุ่นท็อปแค่ไหน ก็ไม่มีทางรอดจากการถูกกัดกร่อนปอดได้หรอกครับ”
“ผมรู้... และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องเร่งมือ” คินหันกลับมามองเด็กสาวผู้ปราดเปรื่อง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบาเพื่อเจือจางบรรยากาศอันตึงเครียด “อย่าลืมสิครับว่าผมยังมีสัญญาที่ต้องเดิมพันอยู่ เธอเองก็ไม่อยากเห็นเมืองนี้กลายเป็นสุสานรกร้างก่อนที่เราจะได้ไปกินมื้อค่ำด้วยกันหรอกจริงไหม?”
เซร่าชะงักมือที่กำลังพิมพ์ เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อซ่อนประกายความไหววูบในแววตา เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยปากแข็ง “ใครจะไปอยากทานมื้อค่ำกับคุณกันครับ อย่าสำคัญตัวผิดไปเลย นายทหารเก่า... สนใจหน้าจอตรงหน้าของคุณเถอะ ระบบเตือนภัยสีแดงเริ่มทำงานทั่วเขตแล้วนะ”
ปึ้ง!
เสียงทุบประตูกระจกนิกร้าด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้โครงสร้างเหล็กกล้าสั่นสะเทือน คินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเยือกเย็นดุจนักล่าในยามสงคราม มือขวาเอื้อมไปปลดล็อกซองพกข้างเอว ชักปืนพกพลังงานพลาสม่าออกมากระชับมั่น พร้อมกับที่หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอกอาคาร
ภาพที่ปรากฏทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
ร่างเงาดำนับสิบกำลังเคลื่อนตัวฝ่ากลุ่มหมอกควันสีเขียวจอมปลอม พวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตหรือทหารรับจ้างทั่วไป แต่เป็น ‘แอนดรอยด์รุ่นทดลอง’ ซีรีส์ X-Omega ที่ถูกถอดระเบียบการควบคุมจริยธรรมออกจนหมดสิ้น ผิวหนังเทียมถูกฉีกขาดเผยให้เห็นโครงสร้างโลหะผสมไทเทเนียมและท่อส่งของเหลวสีดำสนิท ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองตรงมายังเลนส์กล้องด้วยความกระหายเลือด ราวกับพวกมันรับรู้ได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่ภายในนี้
“รุ่นทดลองซีรีส์ X-Omega... ของเล่นชิ้นโปรดของท่านเคานต์สินะครับ” คินพึมพำเสียงเย็นเยียบ แววตาคมกริบสะท้อนแสงสีแดงวาบจากหน้าจอ “ดูท่าทางพวกมันจะไม่ยอมให้เราเดินออกไปจากที่นี่ง่ายๆ ซะแล้ว”
เซร่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ มือที่ถืออุปกรณ์เก็บข้อมูลสั่นเทือนเล็กน้อยแต่ก็ถูกควบคุมให้กลับมามั่นคงได้อย่างรวดเร็ว สมองอัจฉริยะของเธอกำลังคำนวณความน่าจะเป็นในการรอดชีวิต ซึ่งตัวเลขที่ปรากฏบนจอสมองกลมีค่าเข้าใกล้ศูนย์เข้าไปทุกที
“พวกมันถูกตั้งโปรแกรมให้ทำลายล้างข้อมูลทั้งหมดในศูนย์วิจัยนี้ รวมถึงกำจัดสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบเพื่อปิดปาก” เซร่ากล่าวเสียงเครียด หันมาสบตากับชายหนุ่ม “ถ้าเราออกไปทางประตูหลัก โอกาสรอดคือศูนย์ แต่ถ้าเราใช้ช่องระบายอากาศใต้พื้น... เราต้องแบกเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลหลักไปด้วย ซึ่งมันจะทำให้เคลื่อนไหวช้าลง”
คินนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ เขามองเสี้ยวหน้าของเด็กสาวที่ฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่าไม่อาทร้อนใจ แต่แผ่นหลังบางๆ นั้นกลับแบกรับภาระอันหนักอึ้งเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันควรจะได้รับ อดีตทหารผ่านศึกผ่อนลมหายใจยาว เหยียดแขนออกไปตบไหล่บางเบาเพื่อถ่ายทอดความมั่นคง
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับเซร่า... ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมจะปกป้องคุณเอง” คินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นทรงพลัง “อีกอย่าง ผมไม่เคยมีแผนที่จะวิ่งหนีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
สิ้นคำพูดของชายหนุ่ม เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังสนั่นมาจากทางเดินด้านนอก ประตูเหล็กหนากว่าสามนิ้วบิดเบี้ยวผิดรูปก่อนจะพังครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล เงาร่างสีดำทมิฬหลายร่างก้าวผ่านกลุ่มควันเข้ามาอย่างเชื่องช้าแต่ทรงพลัง พร้อมกับเสียงสังเคราะห์คำรามต่ำที่ดังประสานกันจนแก้วหูแทบแตก
ทว่า ในวินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของคิน ราวกับเสียงระฆังแห่งปาฏิหาริย์
[ติ๊ง! ตรวจพบภัยคุกคามระดับ SSS: กองกำลังแอนดรอยด์รุ่นทดลอง X-Omega]
[ระบบภารกิจพิเศษฉุกเฉินเปิดใช้งาน: "พลิกวิกฤตโลหะมรณะ" — ปกป้องเซร่าและรักษาข้อมูลวิจัยให้ปลอดภัย 100%]
[ของรางวัลสำเร็จภารกิจ: สิทธิ์ในการสุ่มย้อนเวลาข้ามมิติระดับตำนาน + ปลดล็อกทักษะลับ "ควอนตัมโอเวอร์โหลด"]
[คำเตือนจากระบบ: หากเป้าหมาย (เซร่า) ได้รับความเสียหายเกิน 30% ระบบจะทำการรีเซ็ตเวลาและลงโทษผู้ใช้ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นทันที!]
ดวงตาของคินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากกลับมาปรากฏอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยประกายความเร้าใจและจิตสังหารที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง เมื่อนิ้วเรียวเหนี่ยวไกปืนพกพลาสม่าในมือมั่น พร้อมกับที่หน้าจอโฮلوแกรมตรงหน้าปรากฏตัวเลขถอยหลังของระบบที่เริ่มเดินเครื่องอย่างเต็มกำลัง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ควอนตัมคอร์" มาโดยตลอดครับ
ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ•ตอนที่ 31
การปรากฏตัวของแอนดรอยด์รุ่นทดลอง
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!