“ถ้าขยับอีกแค่เซนติเมตรเดียว ชีพจรของคุณจะกลายเป็นอดีตทันทีครับ เซร่า”
เสียงทุ้มต่ำของคินกระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอ ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงคำรามต่ำๆ ของระบบรักษาความปลอดภัยควอนตัมที่กำลังเร่งการทำงาน แสงเลเซอร์สีแดงฉานนับร้อยเส้นตัดผ่านความมืด พาดผ่านผิวเนื้อจนเกิดไอความร้อนจางๆ กลิ่นโอโซนผสมกับกลิ่นไหม้ของฝุ่นละอองลอยคละคลุ้งไปทั่วห้องนิรภัยใต้ดินของสถาบันวิจัย
เซร่ากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตาสสีนิลคู่สวยฉายแววไม่ยอมแพ้ แม้ว่าเหงื่อกาฬจะไหลซึมตามไรผมและแผ่นหลังยามเมื่อเธอต้องแนบชิดติดกับแผ่นอกของชายหนุ่มเพื่อหลบมุมอับของลำแสงมรณะ
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยเสียหน่อย... คิน” น้ำเสียงของเธอรอดไรฟันออกมาด้วยความดื้อรั้นตามเคย แต่ทว่ามือเรียวบางที่กำชายเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้จนแน่น กลับบ่งบอกความจริงที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
คินลอบถอนหายใจเบาๆ เขายังคงรักษาสติและคำนวณความเป็นไปได้ในหัวอย่างรวดเร็ว ระบบสุ่มย้อนเวลาในจิตสำนึกของเขาไม่ได้ส่งเสียงแจ้งเตือนใดๆ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาปลอดภัย ในทางกลับกัน... ความเงียบงันของระบบในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ มักจะเป็นสัญญาณเตือนภัยที่อันตรายที่สุด
ห้องควบคุมนิรภัยระดับ S-Class แห่งนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อกักกันและทำลายผู้บุกรุกโดยไร้ความปรานี ผนังห้องทำจากโลหะผสมไทเทเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์หนาพิเศษ ประตูทางออกถูกล็อกด้วยรหัสผ่านควอนตัมที่เปลี่ยนตัวเองทุก ๆ สามวินาที และที่แย่ที่สุดคือ ระบบระบายอากาศกำลังถูกสูบออกทีละน้อย ออกซิเจนในห้องนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาที
“เราไม่ได้มีเวลามาเถียงกันเรื่องศักดิ์ศรีหรอกนะครับ” คินขยับตัวเล็กน้อยอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบกับเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวรอบตัว สายตาคมกริบกวาดมองแผงวงจรควบคุมหลักที่อยู่ห่างออกไปเพียงสามเมตร “คุณก็รู้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยรุ่นนี้ใช้ตรรกะการตัดสินใจแบบตาข่ายนิวรัล มันไม่ได้ถูกควบคุมโดยมนุษย์ แต่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมที่เรียนรู้จากความผิดพลาดของเราเอง”
“แล้วคุณมีแผนอะไรล่ะ พลทหาร?” เซร่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่เจือความอ่อนล้าลงไปบ้าง เธอยอมรับในใจลึกๆ ว่า หากไม่มีชายคนนี้คอยดึงเธอหลบวิถีกระสุนพลังงานและกับดักกลไกมาตั้งแต่ชั้นใต้ดินชั้นแรก เธอคงกลายเป็นเศษซากไปนานแล้ว “หรือว่าเราจะต้องรอให้ออกซิเจนหมดปอดไปพร้อมกัน?”
“แผนของผมง่ายมากครับ...” คินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบที่มักทำให้เธอทั้งหมั่นไส้และอุ่นใจในเวลาเดียวกัน “ผมจะหลอกมัน”
“หลอกระบบปัญญาประดิษฐ์ระดับทหารเนี่ยนะ? คุณเสียสติไปแล้วหรือไง”
“บางครั้ง ความไร้เหตุผลของมนุษย์นี่แหละครับ คือบั๊กที่ระบบคอมพิวเตอร์ฉลาดที่สุดก็คาดไม่ถึง”
คินปล่อยมือออกจากเอวบางของเธออย่างสุภาพ ทำให้เซร่ารู้สึกวูบโหวงในอกอย่างประหลาดท่ามกลางความหนาวเหน็บ ชายหนุ่มดึงอุปกรณ์แฮกเกอร์รุ่นทดลองออกจากกระเป๋าคาดเอว สายตาจดจ่ออยู่กับการคำนวณจังหวะการกะพริบของแสงเลเซอร์ เขาไม่ได้เลือกที่จะหลบเลี่ยงมันแบบปลอดภัยอีกต่อไป แต่เลือกที่จะ ‘พุ่งทะยาน’ เข้าไปตรงจุดอับสายตาของเซ็นเซอร์ด้วยความเร็วสูงที่มนุษย์ทั่วไปแทบทำไม่ได้
พรึบ!
ร่างของคินพุ่งผ่านม่านเลเซอร์สีแดงราวกับเงาพราย การเคลื่อนไหวของเขานั้นเฉียบคมและทรงพลัง เป็นทักษะการต่อสู้และการเอาตัวรอดที่ผ่านสนามรบจริงมานับไม่ถ้วน ทว่า เลเซอร์เส้นหนึ่งกลับไวกว่าที่คาดไว้ มันกวาดเฉلافหัวไหล่ของเขาจนเกิดรอยขาดและรอยไหม้บนเนื้อผ้า พร้อมกับเลือดสีแดงสดที่ซึมออกมา
“คิน!” เซร่าอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ความหวาดกลัวที่เธอไม่เคยสัมผัสมาตั้งแต่สูญเสียครอบครัวกำลังกัดกินจิตใจ—ไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความกลัวที่จะสูญเสียคนๆ นี้ไป
“ผมไม่เป็นไรครับ... โฟกัสที่งานของคุณเถอะ!” เสียงหอบหายใจของคินดังลอดมาจากหน้าแผงควบคุมหลัก นิ้วมือของเขารัวลงบนแป้นพิมพ์แสงโฮโลแกรมด้วยความเร็วจนเกิดภาพติดตา
ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงแจ้งเตือนของแผงควบคุมเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเหลืองกระพริบ
“ระบบกำลังรีบูต... ตรวจพบการแทรกแซงจากโปรแกรมแปลกปลอม...” เสียงสังเคราะห์ไร้ชีวิตชีวาของ AI ดังขึ้นก้องห้อง พร้อมกับเลเซอร์ที่เริ่มอ่อนกำลังลงทีละน้อย เซร่ารีบพุ่งตัวเข้าไปสมทบกับเขาที่หน้าแผงควบคุมทันที นิ้วเรียวของเธอช่วยป้อนรหัสผ่านสำรองที่เธอจดจำไว้ในฐานะอัจฉริยะนักเรียนทุนเข้าไปเสริม
“อีกนิดเดียว...!” เซร่ากัดฟันกรอด เหงื่อเม็ดโตไหลอาบแก้ม
ทว่า ในวินาทีที่แถบความคืบหน้าพุ่งถึง 99% และประตูห้องนิรภัยกำลังจะเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียงนั้น จู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอีกครั้ง พร้อมกับข้อความขนาดใหญ่ที่สว่างวาบขึ้นด้วยตัวอักษรสีเลือด
[Warning: Override Failed. Security Protocol Level SSS Activated.]
[ประกาศ: ตรวจพบความพยายามแฮกข้อมูลระดับอาชญากรสงคราม เริ่มกระบวนการกักกันถาวร]
ครืนนนนน!
พื้นห้องใต้เท้าของทั้งคู่ยุบตัวลงทันที แรงโน้มถ่วงเทียมถูกตัดขาด และเสียงกลไกมรณะจากเบื้องล่างกำลังคำรามก้องราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล
คินคว้ามือของเซร่าไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะร่วงหล่นลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง ร่างของทั้งสองห้อยต่องแต่งอยู่เหนือเหวลึกที่เต็มไปด้วยใบมีดหมุนวนด้วยความเร็วสูง
“ยึดผมไว้แน่นๆ นะครับ เซร่า!” คินตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของเครื่องจักร
เซร่าเงີยหน้ามองชายหนุ่มที่กำลังใช้มือข้างหนึ่งยึดขอบประตูเหล็กไว้จนเลือดอาบฝ่ามือ แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นและประกายตาที่พร้อมจะท้าทายโชคชะตา
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนลึกลับที่ทั้งคุ้นเคยและเยือกเย็นก็ดังขึ้นในหัวของคินอย่างชัดเจน
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับ: 'เผชิญหน้ากับความตายร่วมกับเป้าหมายระดับ S']
[ระบบสุ่มย้อนเวลา ทำการปลดล็อกสกิลพิเศษขั้นสูง: "ควอนตัมโอเวอร์โหลด (Quantum Overload)"]
[คำเตือน: การใช้งานสกิลนี้จะดึงพลังงานจากอนาคตมาใช้ 100% โปรดยืนยันการใช้งาน...]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาแห่งกาลเวลาไปพร้อมกับผมนะครับ
ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ•ตอนที่ 25
กับดักมรณะ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!