ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ•ตอนที่ 16

เริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาสโลว์ไลฟ์ที่ไม่มีอยู่จริง

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"คุณกำลังใช้ตรรกะแบบไหนคำนวณความคุ้มค่าของการซื้อตั๋วรถไฟลอยฟ้าสาย 07 ถึงได้เลือกที่นั่งติดกระจกฝั่งที่โดนแสงแดดส่องพอดีแบบนี้ล่ะครับ คุณเซร่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนในสถานีขนส่งกลางย่านอุตสาหกรรม คินยืนกอดอกพิงเสาสเตนเลสเงางาม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นปรับแสงอัตโนมัติมองหญิงสาวร่างเพรียวในชุดลำลองสีเข้ม เธอสวมเสื้อฮู้ดตัวใหญ่เกินไซส์เพื่ออำพรางรูปร่างและปืนพกพลังงานรุ่นทดลองที่ซ่อนไว้ใต้ร่มผ้า แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาไม่ใช่การแต่งตัว ท่าทางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดขณะกำลังจิ้มหน้าจอโฮโลแกรมตั๋วโดยสารต่างหากที่ทำให้มุมปากของอดีตทหารผ่านศึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เซร่าเงยหน้าขึ้นจากจอ ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดีตามนิสัยที่มักสร้างเกราะป้องกันตัวเสมอ นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองคินตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมา "ฉันคำนวณจากความน่าจะเป็นในการหลบเลี่ยงการตรวจจับของโดรนลาดตระเวนเขต 4 ต่างหากเล่า คิน นายต่างหากที่ไม่มีวิสัยทัศน์เอาเสียเลย การเลือกที่นั่งฝั่งตะวันตกจะทำให้เราได้รับรังสีความร้อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 ซึ่งสิ้นเปลืองพลังงานในการปรับอุณหภูมิชุดเกราะเบาที่นายสวมอยู่โดยใช่เหตุ" เธอยอกย้อนเสียงแข็ง พลางกระชับสายสะพายเป้หลังที่บรรจุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์น้ำหนักรวมไม่ต่ำกว่าสิบกิโลกรัมไว้แน่น "แต่นี่คือวันหยุดครับ และเรากำลังจะไปเดต... ไม่ใช่การแทรกซึมเข้าฐานบัญชาการลับของสหพันธ์" คินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าสายสะพายเป้ข้างหนึ่งของเธอมาถือไว้เสียเอง การกระทำที่รวดเร็วและเป็นธรรมชาติจนเซร่าชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจปนระแวง "นะ... นายทำบ้าอะไรเนี่ย! เอาคืนมานะ ฉันแบกเองได้ น้ำหนักแค่นี้ไม่ได้เป็นภาระระบบการทรงตัวของฉันหรอก" เธอรีบยื่นมือมาคว้าเป้คืน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่ออย่างรวดเร็ว—ไม่ใช่เพราะความเขินอายในความหมายของคู่รัก แต่เป็นความประหม่าที่ถูกใครบางคนเข้ามาทะลายกำแพงส่วนตัวที่เธอสร้างไว้หนาเตอะ "ในฐานะที่ผมเป็นคนชวนคุณมา 'สโลว์ไลฟ์' ตามคำแนะนำของระบบ... การปล่อยให้สุภาพสตรีต้องแบกสัมภาระหนักอึ้งในวันพักผ่อน ถือเป็นการละเมิดโปรโตคอลความเป็นสุภาพบุรุษขั้นร้ายแรงครับ" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขาส่งยิ้มบางๆ ที่แฝงความขี้เล่นตามแบบฉบับที่มักทำให้เซร่าไปต่อไม่ถูกทุกครั้ง เสียงสัญญาณเตือนรอบรถไฟลอยฟ้าดังขึ้น ประตูโลหะหนาเปิดออกพร้อมกับกระแสลมเย็นที่พัดกลิ่นอายของเมืองหลวงในยุคอนาคตเข้ามา ทั้งคู่ก้าวขึ้นสู่ขบวนรถที่ค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเป็นช่วงสายของวันหยุดสุดสัปดาห์ คินเลือกที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับที่เซร่าเล็งไว้ตอนแรก เพื่อให้เธอได้นั่งชมทัศนียภาพของเมืองหลวงที่ค่อยๆ เปลี่ยนผ่านจากตึกสูงระฟ้ากลายเป็นพื้นที่สีเขียวจำลองขนาดใหญ่ บรรยากาศภายในตู้โดยสารเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์แม่เหล็กไฟฟ้าที่ส่งเสียงหึ่งต่ำๆ เป็นจังหวะ เซร่านั่งตัวเกร็งชิดริมหน้าต่าง สายตาจับจ้องไปที่ทิวทัศน์ด้านนอกที่เคลื่อนผ่านไปด้วยความเร็วสูง ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันน้อยๆ และนิ้วมือที่เคาะลงบนเข่าเป็นจังหวะ บอกให้คินรู้ว่าอดีตแม่ทัพจักรกลในอนาคตผู้เยือกเย็นคนนี้ กำลังประหม่ากับสถานการณ์ที่ไม่สามารถคำนวณผลลัพธ์ล่วงหน้าได้ "คุณรู้ไหมครับเซร่า..." คินทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย สายตาไม่ได้มองเธอโดยตรง แต่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน "การที่เราไม่ต้องตรวจสอบเส้นทางหนีทีไล่ทุกๆ สามสิบวินาที หรือการไม่ต้องคำนวณมุมกระสุนของมือซุ่มยิงบนยอดตึก... มันให้ความรู้สึกแปลกประหลาดดีเหมือนกันนะ" เซร่าหันขวับมามองเขา นัยน์ตาสีเทาฉายแววไม่เข้าใจระคนประชดประชัน "นายคาดหวังอะไรจากการพาฉันมาที่ศูนย์อนุรักษ์ธรรมชาติจำลองเขต 8 นี่ล่ะ? ต้นไม้สังเคราะห์พวกนั้นไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลของสมอง หรือทำให้ทักษะการต่อสู้ของเราพัฒนาขึ้นสักนิด" "บางครั้ง... มนุษย์เราก็ไม่ได้ต้องการการพัฒนาตลอดเวลาหรอกครับ" คินหันกลับมาสบตาเธอนิ่ง แววตาของเขาอบอุ่นและลึกซึ้งจนเซร่าเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "บางครั้งเราแค่ต้องการ 'การหยุดพัก' เพื่อยืนยันว่าเรายังมีชีวิตอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่เฟืองตัวหนึ่งในระบบที่รอวันสึกหรอ" คำพูดนั้นสะتุกลงไปในใจของเซร่าอย่างจัง หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น เธอก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามกดทับมันไว้ด้วยตรรกะและตัวเลขทางวิทยาศาสตร์มาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน ในโลกที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยการแย่งชิง การแสดงความอ่อนแอคือความตาย แต่สำหรับคิน... ผู้ชายที่รู้ความลับทั้งหมดของเธอและอนาคตอันดำมืด เขากลับเลือกที่จะยื่นมือมาดึงเธอออกจากความมืดนั้นทีละน้อย โดยไม่ใช้กำลังบังคับ แต่ใช้ความเข้าใจที่น่ากลัว รถไฟลอยฟ้าลดความเร็วลงและจอดสนิทที่สถานีปลายทาง 'สวนพฤกษศาสตร์ควอนตัม' สถานที่พักผ่อนหย่อนใจขนาดใหญ่ที่จำลองระบบนิเวศโบราณก่อนยุคสงครามล้างโลก ไอน้ำจากระบบหล่อเลี้ยงความชื้นลอยฟุ้งกระจายเคล้าคลอไปกับกลิ่นอายของดินและใบไม้จริง—ซึ่งหาดูได้ยากยิ่งในเขตเมืองชั้นใน ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้นานาพันธุ์ แสงแดดอ่อนๆ ยามเที่ยงส่องผ่านโดมกระจกใสขนาดมหึมาลงมาทาบทับร่างของทั้งสองคน ท่ามกลางผู้คนจำนวนมากที่พาครอบครัวมาพักผ่อน ภาพของชายหนุ่มในชุดลำลองและหญิงสาวในชุดฮู้ดตัวโคร่งที่เดินเว้นระยะห่างกันเล็กน้อย ดูราวกับคู่รักมือใหม่ที่ยังไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน "หิวหรือยังครับ?" คินเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ พลางชี้ไปยังร้านกาแฟสไตล์วินเทจที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบจำลอง "ผมจำได้ว่าข้อมูลชีวมาตรของคุณเมื่อเช้าแสดงผลว่า พลังงานในร่างกายอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานร้อยละ 15 ถ้าเราไม่เติมเชื้อเพลิงตอนนี้ คุณอาจจะหมดแรงก่อนที่เราจะได้ไปดูสวนผีเสื้อกลายพันธุ์ตามที่ผมวางแผนไว้" เซร่าทำหน้ามุ่ย "ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อย... แต่อีกอย่าง นายเอาข้อมูลชีวมาตรของฉันมาจากไหนเนี่ย คิน!" เธอโวยวายเบาๆ ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายเมื่อรู้ว่าถูกแอบสังเกตรายละเอียดปลีกย่อย "ในฐานะคู่หู... การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือหน้าที่พื้นฐานครับเชฟ" คินยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะผายมือเชิญเธอเดินนำเข้าไปในร้านกาแฟ บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วและขนมปังอบใหม่ เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ช่วยลดความตึงเครียดในจิตใจของเซร่าลงได้มาก ทั้งคู่เลือกโต๊ะมุมสุดติดกระจกที่มองเห็นวิวทะเลสาบจำลอง คินจัดการสั่งเครื่องดื่มและของว่างง่ายๆ ให้เธอโดยไม่รอให้เจ้าตัวปฏิเสธ ขณะที่พวกเขากำลังรออาหาร เซร่าก็กวาดสายตามองไปรอบร้านด้วยความระแวดระวังตามสัญชาตญาณทหาร ทว่าสายตาของเธอกลับไปสะดุดเข้ากับบุคคลกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่มุมอับอีกฝั่งของร้าน ชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีเข้มแว่นตาดำ แม้จะพยายามทำตัวกลมกลืน แต่ท่าทางการนั่งที่หลังตรงเป็นระเบียบ การกวาดสายตาสำรวจรอบทิศทาง และที่สำคัญที่สุด... รอยสักรูปเฟืองจักรไขว้ที่โผล่พ้นปกเสื้อคอปกของหนึ่งในนั้น คือสัญลักษณ์ของหน่วยข่าวกรองลับของบริษัทผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ 'ซีเทค' หัวใจของเซร่ากระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัว มือเรียวรีบเอื้อมไปใต้โต๊ะเพื่อเตรียมดึงปืนพกพลังงานออกจากซองลับทันที "คิน..." เธอส่งเสียงกระซิบเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ดวงตาสีเทาจ้องมองตรงไปยังกลุ่มคนเหล่านั้น "เราถูกสะกดรอยตาม... ทางทิศ 10 นาฬิกา คนสามคนนั้นไม่ใช่พลเรือน พวกมันคือหน่วยกวาดล้างของซีเทค" คินยังคงมีสีหน้านิ่งสงบ เขายกแก้วน้ำอุ่นขึ้นจิบช้าๆ ราวกับไม่ได้ยินคำเตือนของเธอ สายตาของเขาไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กลับทอประกายความรู้เท่าทันอย่างน่าประหลาด "ผมรู้ครับ..." คินวางแก้วลงบนโต๊ะ ช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "และพวกมันไม่ได้เพิ่งมาที่นี่ตอนนี้นะครับเซร่า... พวกมันรอเราอยู่ตั้งแต่เราก้าวขาออกจากอพาร์ตเมนต์แล้วล่ะ" ก่อนที่เซร่าจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอ—ไม่ใช่เสียงจากสมองกลของเธอเอง แต่มันคือเสียงระบบสุ่มย้อนเวลาของคินที่สะท้อนผ่านคลื่นควอนตัมเชื่อมโยง! *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเป้าหมายระดับภัยคุกคาม 'หน่วยล่าสังหารเงียบ' จำนวน 3 นาย เข้าสู่รัศมีปะทะ]* *[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: การปกป้อง 'เป้าหมายหัวใจ' ในสถานการณ์เดตแรกเริ่มขึ้น]* *[คำเตือน: หากท่านไม่สามารถจัดการผู้บุกรุกภายใน 3 นาที ความทรงจำของเซร่าเกี่ยวกับวันนี้จะถูกรีเซ็ตกลับเป็นศูนย์...]* ดวงตาสีเทาเข้มของเซร่าเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เธอกำหมัดแน่นเมื่อตระหนักได้ว่า วันหยุดสโลว์ไลฟ์ที่เธอไม่เคยต้องการ... กำลังจะกลายเป็นสนามรบที่เธอต้องเดิมพันทุกอย่างเพื่อปกป้องความทรงจำสีเทานี้เอาไว้! (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ควอนตัมคอร์" มาโดยตลอดครับ!
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%