“นายกล้าดียังไงถึงเดินเคียงข้างเธอคนนั้นวะ... คิน?”
แรงกระแทกจากฝ่ามือที่ฟาดลงบนโต๊ะโลหะผสมในโรงอาหารกลางของสถาบันเทคโนโลยีเซนทอรีดังสนั่นจนเศษถาดอาหารสั่นไหว น้ำซุปในชามกระฉอกเป็นวงคลื่น เสียงพูดคุยจอแจของเหล่านักเรียนทุนและลูกหลานชนชั้นสูงรอบบริเวณเงียบลงทันตาเห็น ราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียงในห้องประชุมใหญ่ ทุกสายตาพากันหันขวับมามองจุดเกิดเหตุเป็นตาเดียว
คินไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากจานสลัดโปรตีนสังเคราะห์ ชายหนุ่มเพียงแค่ใช้ส้อมเขี่ยชิ้นมะเขือเทศสีแดงสดออกอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวล ความนิ่งสงบของเขาในยามนี้ช่างตัดกับบรรยากาศมาคุรอบตัวอย่างสิ้นเชิง
เขารู้ดีว่าข่าวลือในโลกดิจิทัลของสถาบันเดินทางเร็วกว่าความเร็วเสียง ยิ่งเป็นเรื่องของเซร่า—อัจฉริยะสาวผู้โดดเดี่ยวผู้กุมสถิติคะแนนสอบประเมินระดับ A-Class ทุกวิชาแต่กลับไร้ซึ่งเพื่อนฝูง การที่เธอเดินออกจากห้องแล็บลับร่วมกับเด็กหางแถวอย่างเขาเมื่อวานนี้ ย่อมกลายเป็นชนวนระเบิดชั้นดีในหมู่นักเรียนกลุ่มอภิสิทธิ์
“ถ้าฉันจำไม่ผิด โต๊ะตัวนี้ไม่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลของคุณมาร์คัส” คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดเจนพอที่จะให้คนรอบข้างได้ยิน “และที่สำคัญ... การตั้งคำถามอย่างไร้มารยาทโดยไร้ตรรกะรองรับแบบนั้น แสดงว่าสมองของคุณน่าจะกำลังประสบปัญหาการประมวลผลข้อมูลขั้นรุนแรงนะครับ”
มาร์คัสหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปーンด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาเป็นถึงทายาทตระกูลวิศวกรอาวุธระดับแนวหน้าของดาวเคราะห์อาณานิคมแห่งนี้ ไม่เคยมี "เศษสวะ" หน้าไหนกล้าหักหน้าเขาต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้มาก่อน
“ปากดีนักนะแก! คิดว่ารอดตัวจากการทดสอบสมรรถนะครั้งก่อนได้แล้วจะเก่งขึ้นมาหรือไง? แกกับเซร่ามันแค่พวกขี้โกงที่... อุบ!”
มาร์คัสยังไม่ทันได้พ่นวาจาดูถูกประโยคถัด2 ออกมา ร่างท้วมของเขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อปลายกระบอกโลหะเย็นเฉียบอันหนึ่งถูกวางแปะลงบนขอบโต๊ะอย่างนิ่มนวล—มันคือเครื่องมือปรับแต่งสนามพลังงานควอนตัมขนาดพกพาที่คินมักจะพกติดตัวไว้เสมอ แม้ภายนอกจะดูเหมือนอุปกรณ์ซ่อมบำรุงธรรมดา แต่การที่คินสามารถคำนวณมุมกดและจุดศูนย์ถ่วงได้อย่างแม่นยำในเสี้ยววินาที ทำให้มันกลายเป็นอาวุธขู่ขวัญที่ทรงพลังในระยะประชิด
“ผมเตือนด้วยความหวังดีนะครับมาร์คัส” คินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาคู่คมคายคู่นั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งความกลัว ราวกับเขากำลังมองดูแมลงตัวหนึ่งที่กำลังไต่ผ่านหน้าต่าง “เทคโนโลยีต้องห้ามระดับ A-01 อาจจะน่ากลัวสำหรับคนทั่วไป แต่สิ่งที่ผมถืออยู่ในมือตอนนี้... สามารถทำให้ระบบควบคุมชีพจรในชุดเกราะของคุณลัดวงจรภายในสามวินาทีได้เช่นกัน อยากลองพิสูจน์ดูไหมล่ะครับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม มันคือความกดดันที่บีบคั้นจนมาร์คัสต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬเม็ดโปรร่วงผล็อยลงข้างขมับ ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อเขาเห็นรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออกของคิน
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเป็นจังหวะหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางเข้าโรงอาหาร
“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ? ดูท่าทางครึกครื้นกันจังนะ”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยอำนาจลึกลับดังขึ้น ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างรีบแหวกทางให้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงโปรดในชุดยูนิฟอร์มสีขาวบริสุทธิ์ของประธานสนักเรียนก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ‘เลียม’ บุรุษผู้เพียบพร้อมทั้งชาติกำเนิด หน้าตา และความสามารถพิเศษระดับหายาก นัยน์ตาสีฟ้าครามคู่นั้นกวาดมองคินและมาร์คัสสลับกันไปมาด้วยความสนใจ
“ไม่มีอะไรครับท่านประธาน แค่สั่งสอนสุนัขจรจัดที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงนิดหน่อย” มาร์คัสรีบแก้ตัว น้ำเสียงอ่อนลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพลตัวจริงในสถาบัน
เลียมปรายตามองมาร์คัสแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาหยุดสายตาอยู่ที่คิน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังคงประดับอยู่ แต่แววตาคู่นั้นกลับซ่อนประกายบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้
“ระวังหน่อยก็ดีนะครับคินช่วงนี้ข่าวลือเกี่ยวกับนายกับเซร่าค่อนข้างหนาหูทีเดียว มีคนตั้งคำถามมากมายว่า นักเรียนทุนเกรดเฉลี่ยรั้งท้ายอย่างนาย ไปทำอีท่าไหนถึงสามารถไขปริศนารหัสผ่านของหอคอยวิจัยขั้นสูงได้... ทั้งที่แม้แต่นักวิจัยฝึกหัดยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
คำพูดของเลียมไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดขึ้นอีกระดับ ทุกคนเริ่มกระซิบกระซาบกันหนาหูขึ้น สายตานับร้อยคู่ที่มองมาที่คินเปลี่ยนจากความดูถูกกลายเป็นความเคลือบแคลงสงสัย
คินหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองส่วนหน้าทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ เลียมไม่ได้มาเพื่อไกล่เกลี่ย แต่จงใจมาเพื่อ “โยนหินถามทาง” และกดดันเขาต่อหน้าสาธารณชน เพื่อดูว่าเบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงของเขาในครั้งนี้มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่
“ความรู้ไม่ได้วัดกันที่เกรดเฉลี่ยหรอกครับท่านประธาน... เช่นเดียวกับอำนาจ ก็ไม่ได้วัดกันที่เสียงปรบมือของคนรอบข้างเสมอไป” คินตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่คมกริบไม่แพ้กัน รอยยิ้มสุภาพถูกประดับไว้บนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ “ถ้าท่านประธานสนใจกระบวนการประมวลผลของผม ว่างๆ เชิญแวะมาที่ห้องแล็บส่วนตัวได้นะครับ ผมยินดีอธิบายให้ฟัง... ในฐานะที่พวกเราต่างก็เป็น ‘ผู้แสวงหาความจริง’ เหมือนกัน”
เลียมชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาแข็งค้างไปเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว
“น่าสนใจ... หวังว่านายจะรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้นานพอนะ คิน” เลียมกล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป พร้อมกับกลุ่มผู้ติดตาม
คินถอนหายใจออกมาเบาๆ เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หมากกระดานนี้เพิ่งจะเริ่มเดิน และตัวตนของเซร่ารวมถึงตัวเขาเอง ได้ตกเป็นเป้าสายตาของ "ผู้เล่น" คนอื่นในสถาบันแห่งนี้เข้าอย่างจังเสียแล้ว
ทว่า ในขณะที่คินกำลังจะเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าเพื่อเดินออกจากโรงอาหาร เสียงแจ้งเตือนคุ้นเคยที่ดังขึ้นในโสตประสาทโดยตรงก็ทำให้มือของเขาต้องชะงักก้าง
[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังงานรอบตัวเป้าหมายระดับ SSS: เซร่า]
[คำเตือน: อุปกรณ์ระงับเสถียรภาพจิตใจในตัวเป้าหมายกำลังจะล่มสลายในอีก 120 วินาที]
[ภารกิจฉุกเฉิน: มุ่งหน้าสู่ห้องสมุดใต้ดินชั้น 4 ทันที ก่อนที่ "ความทรงจำในอดีต" ของเธอจะตื่นขึ้นและทำลายล้างทุกสิ่ง!]
คินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่า... ปริศนาชิ้นต่อไปกำลังจะเปิดเผยเร็วกว่าที่คาดไว้มาก
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในโลกควอนตัมนี้ด้วยกันนะครับ
ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ•ตอนที่ 8
เมื่อคนขี้แพ้กลายเป็นคนดัง
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มย้อนเวลา: ผมจะเปลี่ยนคุณจากศัตรูให้กลายเป็นเมียเก็บ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!