วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 10

ก้าวแรกของความไว้ใจ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงคำรามทุ้มต่ำของระบบหล่อเย็นเกรดอุตสาหกรรมในห้องเครื่องยนต์หลัก ดังก้องสะท้อนผ่านแผ่นพื้นโลหะจนส่งแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาถึงฝ่าเท้า เอเลียส วอล์คเกอร์ ไม่ได้ใส่ใจเสียงเหล่านั้น มันคือเสียงชีพจรของสถานีอวกาศ 'โอเอซิส-9' เครื่องจักรกลที่เขารักและดูแลราวกับอวัยวะชิ้นที่สามสิบสองของร่างกาย แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วเข้าหากันจนเกิดรอยย่นลึกบนหน้าผาก คือแผ่นข้อมูลไทเทเนียมขนาดเท่าฝ่ามือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานซ่อมบำรุงเบื้องหน้า มันไม่ใช่ข้อมูลทางเทคนิค แต่มันคือคำสั่งปิดตายระบบช่วยชีวิตจากสภาความมั่นคงสภาวะสุญญากาศ ซึ่งมีกำหนดการในอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้า “คุณกำลังเล่นกับไฟที่ร้อนเกินกว่ามือเปล่าจะคว้าไว้ได้นะ ดร.วานซ์” เอเลียสเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างระหงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องเครื่อง แสงไฟสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักสะท้อนลงบนแว่นตาไร้กรอบของเขา ขับเน้นให้ดวงตาคู่คมดูเยือกเย็นและราวกับอ่านทะลุปรุโปร่งถึงเจตนาเบื้องหลัง ไอริส วานซ์ ขยับตัวเล็กน้อย รองเท้าบูทหนังไร้เสียงของเธอแตะพื้นโลหะอย่างระมัดระวัง เธอไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนต่อคำเตือนนั้น รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอบ่งบอกถึงความมั่นใจที่ถูกหล่อหลอมด้วยการเจรจาการเมืองข้ามดวงดาวมานับครั้งไม่ถ้วน “ถ้าฉันไม่เล่นกับไฟ สถานีนี้ก็คงกลายเป็นเถ้าถ่านในอวกาศไปนานแล้วครับ วอล์คเกอร์” ไอริสใช้สรรพนามและน้ำเสียงล้อเลียนความสุขุมของเขาอย่างนิ่มนวล เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย กลิ่นจางๆ ของกาแฟสังเคราะห์ผสมกับกลิ่นโอโซนสะอาดสะอ้านลอยมาแตะจมูกเอเลียส “คุณเองก็รู้ดีว่าคำสั่งอพยพจากเบื้องบนเป็นเพียงข้ออ้างในการกวาดล้างข้อมูลวิจัยแบล็กบ็อกซ์ ที่พวกมันต้องการเก็บงำไว้เป็นความลับ” เอเลียสวางประแจแรงบิดในมือลงกระทบกับโต๊ะดัง *กริ๊ก* เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของวิศวกรหนุ่มเต็มไปด้วยความระแวดระวังและบาดแผลจากอดีตที่ยังไม่จางหาย “แล้วทำไมทูตสันติภาพผู้พิทักษ์กฎระเบียบอย่างคุณ ถึงยอมเอาอนาคตทางการเมืองมาเสี่ยงกับการยื้อเวลาให้สถานีผุพังแห่งนี้ล่ะ? คนอย่างคุณไม่ทำอะไรโดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทนหรอก” บทสนทนาแฝงนัยยะถูกโยนออกไปราวกับการวางหมากบนกระดานรุกฆาต ไอริสหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ช่วงแขน เธอดึงแผ่นข้อมูลอีกแผ่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมแล้ววางทับลงบนโต๊ะ ใกล้กับแผ่นคำสั่งปิดสถานี “เพราะฉันค้นพบว่า ข้อมูลที่พวกมันต้องการทำลาย ไม่ได้มีแค่เรื่องการทดลองพลังงานมืด... แต่มันมีรายชื่อของลูกเรือกลุ่มสุดท้ายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน รวมอยู่ด้วย” บรรยากาศในห้องเครื่องยนต์พลันเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที อุณห็ภูมิรอบตัวของเอเลียสเหมือนจะลดลงจนติดลบ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายเพียงเล็กน้อยที่รอดพ้นจากการควบคุม ชื่อของลูกเรือกลุ่มนั้น... แผลเป็นในใจที่เขาพยายามกลบฝังมันมาตลอดสามปี “คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายมาก วานซ์” เอเลียสกดเสียงต่ำลง ความนิ่งสงบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกดดันมหาศาลแผ่ออกจากร่างของวิศวกรหนุ่ม “ฉันไม่ได้เล่นเกม ฉันกำลังยื่นข้อเสนอต่างหาก” ไอริสโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ “คุณช่วยฉันถอดรหัสไฟร์วอลล์ระดับเจ็ดของสภา เพื่อดึงข้อมูลสำรองออกมาเก็บไว้ในหน่วยความจำแยกอิสระของสถานีนี้... และในทางกลับกัน ฉันจะใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายยื้อเวลาการตัดพลังงานออกไปอีกสัปดาห์เต็มๆ พอที่จะให้คุณซ่อมแซมระบบระบายความร้อนสำรองเสร็จ” เอเลียสจ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีเทาเข้มของเธอ เขากำลังประเมินความเสี่ยง คำนวณความน่าจะเป็น และชั่งน้ำหนักระหว่างอุดมการณ์ที่แตกต่างกับเป้าหมายร่วมกันในยามวิกฤต ทั้งสองต่างเป็นมืออาชีพที่ฉลาดทันกัน ไม่มีใครยอมตกเป็นเบี้ยล่างของใคร แต่วินาทีนี้ แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณและความเจ็บปวดจากอดีตกำลังบีบให้พวกเขาต้องก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตปลอดภัย “หนึ่งสัปดาห์ไม่พอสำหรับระบบระบายความร้อนระดับนี้หรอก” เอเลียสเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาเปลี่ยนไป “อย่างน้อยต้องสิบวัน... และคุณต้องลงมือช่วยฉันเชื่อมต่อสายเคเบิลด้วยตัวเอง เพราะฉันไม่ไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้นในสถานีนี้ รวมถึงคุณด้วย” ไอริสหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือด้วยความนับถืออย่างปิดไม่มิด เธอยื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือเรียวบางมั่นคงไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย “สิบวันก็สิบวันครับ วอล์คเกอร์... ดีลนี้ถือว่าเราเริ่มต้นเป็นพันธมิตรกันอย่างเป็นทางการแล้วสินะ” เอเลียสเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยื่นมือออกไปกุมมือเธอไว้ แรงบัดกระชับแน่นพองาม เป็นสัญญะของการร่วมมือที่ไร้ซึ่งสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่หนักแน่นยิ่งกว่าเหล็กกล้า ทว่า ในจังหวะที่ปลายนิ้วของทั้งคู่กำลังจะผละออกจากกัน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามก็ดังแหลมขึ้นแทรกเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสווวบวาบไปทั่วผนังห้องเครื่อง *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบจากภายนอกสถานี* หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักดับวูบลง ก่อนจะปรากฏข้อความตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงขึ้นมาทีละตัวอย่างช้าๆ *“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ เอเลียส... และขอแสดงความยินดีด้วย ที่พวกคุณหาทางออกไม่เจออีกต่อไปแล้ว”* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%