เสียงสั่นสะเทือนต่ำความถี่สิบเอ็ดเฮิรตซ์จากแผ่นกันสะเทือนใต้พื้นห้องเครื่อง ไม่ได้ทำให้เอเลียสรู้สึกรำคาญใจเท่ากับเสียงพลิกกระดาษรายงานงบประมาณในมือของดร.ไอริส วานซ์
มันเป็นเสียงที่ดังชัดเจน ท่ามกลางความเงียบงัดของศูนย์ควบคุมวงโคจรเซคเตอร์เจ็ด—เสียงที่เตือนให้เขาระลึกถึงความจริงอันน่ารังเกียจว่า ชีวิตมนุษย์มักถูกตีราคาเป็นตัวเลขเสมอ ขณะที่กลไกและระบบหล่อเลี้ยงชีพกลับถูกประเมินค่าด้วยอัตราความน่าจะเป็นในการพังทลาย
"คุณกำลังเซ็นอนุมัติให้ปิดระบบระบายความร้อนสำรองในเขตที่อยู่อาศัยระดับสาม" เอเลียสเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยังคงเคาะจังหวะคำนวณโค้ดซ่อมแซมแผงวงจรควบคุมแรงโน้มถ่วง น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนเกือบจะไร้อารมณ์ แต่แววตาสีเทาเข้มภายใต้แสงไฟสีฟ้าของจอภาพกลับคมกริบราวกับใบมีด
ไอริสชะงักมือที่กำลังถือปากกา ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงหยุดนิ่งอยู่เหนือเส้นบรรทัดสุดท้าย เธอนิ่งเงียบไปสามวินาที—เป็นความเงียบที่คำนวณมาแล้วอย่างดีเพื่อกดดันคู่สนทนา—ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"มันไม่ใช่การปิดตาย คุณวอล์คเกอร์ มันคือการ 'จัดสรรทรัพยากรใหม่' เพื่อความอยู่รอดของสถานีโดยรวม" ไอริสตอบ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เด็ดขาดสมกับเป็นนักการทูตผู้กุมชะตากรรมของประชากรนับหมื่น "อัลกอริทึมของสภาอวกาศประเมินแล้วว่า อัตราการใช้พลังงานในเขตสามต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสิบเปอร์เซ็นต์ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา หากเราดึงพลังงานส่วนนั้นมาหล่อเลี้ยงระบบสื่อสารหลัก ความเสี่ยงที่สัญญานทูตสันติภาพจะขาดหายก็จะลดลงเป็นศูนย์"
"ความเสี่ยงที่จะขาดสัญญาณ... กับความเสี่ยงที่มนุษย์สองพันคนจะค่อยๆ หนาวตายในห้องพักยามที่ฮีตเตอร์หยุดทำงาน คุณเรียกว่าการจัดสรรทรัพยากรหรือครับ ดร.วานซ์?" เอเลียสหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณมองเห็นมนุษย์เป็นแค่อัตราส่วนในสมการกระดาษเสมอสินะครับ"
"และคุณก็มองเห็นเครื่องจักรสำคัญกว่าลมหายใจของผู้คน เสมอสินะคะ—อ่า ขออภัยครับ ผมติดนิสัยใช้คำพูดตามตำราเก่าๆ" ไอริสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเฉลียวฉลาด เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางอากาศอับชื้นของสถานี "ฟังนะคุณวอล์คเกอร์... ถ้าสนธิสัญญา2ดาวเคราะห์ล่มสลายในสัปดาห์หน้า สงครามระเบิดขึ้น ประชากรทั้งสถานีนี้รวมถึงสองพันคนในเขตสามก็จะกลายเป็นแค่ฝุ่นผงในอวกาศอยู่ดี การเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาโครงสร้างอำนาจส่วนใหญ่ คือตรรกะพื้นฐานที่สุดของการเมืองระหว่างดวงดาว"
เอเลียสวางมือจากแป้นพิมพ์ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ห่างเพียงโต๊ะกั้น ระยะห่างที่ใกล้พอจะทำให้เขาเห็นประกายความลังเลที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตาสีมรกตคู่นั้น แม้ริมฝีปากของเธอจะแย้มยิ้มอย่างมั่นใจเพียงใดก็ตาม
"คุณกำลังกลัว" เอเลียสพูดเบาๆ แต่บาดลึก
ไอริสชะงัก รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย "คุณหมายความว่าอย่างไร"
"ผมคือนักซ่อมเครื่องจักร ดร.วานซ์ ผมใช้เวลาครึ่งชีวิตในการฟังเสียง 'ความล้า' ของโลหะ ก่อนที่มันจะฉีกขาด" เอเลียสลุกขึ้นยืน ประ1จันหน้ากับเธอในระยะประชิด ความสูงของเขาทำให้ต้องก้มมองเธอนิดหน่อย "และผมก็ได้ยินเสียงความล้าแบบเดียวกัน... จากตัวคุณ ทุกครั้งที่คุณอ้างคำว่า 'สภาอวกาศ' หรือ 'ระเบียบ' มือของคุณจะสั่น สัญชาตญาณของคุณกำลังกรีดร้องว่าสิ่งที่คุณกำลังทำมันผิดศีลธรรม แต่คุณถูกฝึกมาให้ปิดกั้นเสียงนั้นด้วยตรรกะเย็นชา"
ห้องควบคุมตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์ไอพ่นและลมหายใจที่สอดประสานกันในระยะกระชั้นชิด ไอริสไม่ได้ถอยหนี เธอยืนหยัดรับแรงกดดันจากสายตาของเขา หัวใจในอกเต้นรัวกว่าปกติ—ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ถูกใครบางคน 'มองทะลุ' เกราะป้องกันทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตการทำงาน
"คุณนี่มัน... เป็นคนอันตรายจริงๆ คุณวอล์คเกอร์" ไอริสกระซิบ เสียงของเธอเบาลงกว่าเดิม ไร้ซึ่งความแข็งกร้าวทางการเมือง เหลือเพียงความเปราะบางของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง "คุณคิดว่าฉันอยากทำแบบนี้หรือไง? คุณคิดว่าฉันมีความสุขนักหรือที่ต้องใช้นิ้วเซ็นอนุมัติให้คนกลุ่มหนึ่งต้องลำบาก?"
"งั้นก็อย่าเซ็นสิครับ" เอเลียสยื่นมือไปแตะมุมกระดาษรายงานบนโต๊ะ ปลายนิ้วของเขาเฉียดโดนปลายนิ้วเธอเล็กน้อย แรงกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อนๆ ชวนให้ใจสั่นสะท้าน "ร่วมมือกับผม เปิดโปงบันทึกความลับของสภาที่เราเพิ่งกู้คืนมาจากกล่องดำของยานสำรวจลำที่แล้ว เรายังมีทางเลือกอื่น..."
"ไม่มีทางเลือกอื่นหรอกครับ... ดร.วานซ์ และคุณวอล์คเกอร์"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังแทรกขึ้นจากลำโพงอินเตอร์คอมมุมห้อง ประโยคคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของบุคคลปริศนาทำให้ทั้งคู่สะดุ้งผละออกจากกันทันที
ดวงตาของเอเลียสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าจอโฮโลแกรมหลักกะพริบวูบ กลายเป็นภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องควบคุมความปลอดภัยชั้นบนสุด ภาพนั้นปรากฏร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทของหน่วยลาดตระเวนพิเศษสภาอวกาศ กำลังยืนอยู่หน้าห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก พร้อมกับถืออุปกรณ์ถอดรหัสรหัสผ่านระดับสูงสุดในมือ
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอเลียสดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม คือหน้าจอสถานะของระบบระบายความร้อนเขตสาม ที่ตอนนี้ขึ้นสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน—มันไม่ได้ถูกปิดตายตามคำสั่งที่ไอริสกำลังจะเซ็น... แต่มันถูก 'เร่งอุณหภูมิให้เกินขีดจำกัด' จากภายนอกโดยคำสั่งบังคับระดับผู้บัญชาการสูงสุด
"ระบบกำลังถูกโอเวอร์โหลด..." เอเลียสพึมพำ ใบหน้าถอดสี "มีคนจงใจทำให้แกนพลังงานระเบิดจากข้างใน... พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ปิดเขตสาม... พวกมันต้องการฆ่าทุกคนเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมด!"
ไอริสหันขวับมามองหน้าเขา ความตระหนักรู้ผุดขึ้นในแววตาของเธอ ร่างกายของเธอเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งในอวกาศนอกสถานี "ไม่ใช่ฉัน... ฉันไม่ได้ออกคำสั่งนั้น..."
"ผมรู้ครับ" เอเลียสคว้าแขนเธอไว้แน่น แรงบีบสะท้อนถึงความตื่นตระหนกที่พยายามควบคุมไว้ "เพราะเป้าหมายต่อไปของมัน... คือการตัดสัญญาณการสื่อสารทั้งหมด เพื่อโยนความผิดนี้ให้เราสองคนเป็นแพะรับบาป"
ทันใดนั้น ไฟฉุกเฉินสีแดงทั่วทั้งศูนย์ควบคุมก็สาดแสงวาบขึ้นพร้อมกับเสียงไซренаเตือนภัยดังลั่นสนั่นหู ประตูทางออกห้องควบคุมเลื่อนปิดลงอย่างไร้เสียง ล็อคอัตโนมัติด้วยรหัสผ่านระดับสูงที่ไม่สามารถเปิดได้จากภายใน
และก่อนที่สติของทั้งคู่จะจมดิ่งลงสู่ความอลหม่าน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงกระแทกเกราะเหล็กที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
...แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 14
จิตวิญญาณในเครื่องจักร
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!