วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 13

ความลับใต้แผ่นเหล็ก

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
"ถ้าคุณกำลังคาดหวังว่าจะเจอทางเดินที่สะอาดสะอ้านเหมือนดาดฟ้าบัญชาการ ผมแนะนำให้คุณเลี้ยวกลับไปเดี๋ยวนี้ครับ ดร.วานซ์" เสียงของเอเลียสทุ้มต่ำและก้องกังวานอยู่ในท่อระบายอากาศขนาดมหึมา เขาหยุดฝีเท้าลงชั่วขณะ มือข้างที่สวมถุงมือหนังสำหรับงานช่างกระชับประแจโลหะในมือแน่น สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ไอริส แต่จดจ้องไปยังช่องว่างระหว่างแผ่นเหล็กหนาเตอะที่ดูเหมือนไม่มีวันถูกเปิดออก ไอริสกระชับเสื้อคลุมตัวนอกของเธอแน่นขึ้น กลิ่นอับชื้นของน้ำมันเครื่องเก่าและโลหะที่ถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลาอบอวลอยู่ในอากาศ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ แสงจากไฟฉายคาดหัวของเอเลียสสาดส่องไปกระทบกับสนิมที่เกาะกินโครงสร้างเหล็กกล้า ราวกับกระดูกสันหลังของยักษ์ใหญ่ที่ถูกทอดทิ้งให้ตายในห้วงอวกาศ "คุณกำลังพาฉันมาที่ไหนกันแน่ เอเลียส" ไอริสถาม น้ำเสียงของเธอเรียบสนิทแต่ซ่อนความระแวงไว้ใต้ชั้นของเหตุผล "แผนผังสถานีระบุว่าระดับชั้นนี้เป็นเพียงส่วนบำรุงรักษาถังเก็บพลังงานสำรอง แต่นี่มันไม่ใช่... เราเดินลงมาต่ำกว่าระดับปลอดภัยเกินสามร้อยเมตรแล้ว" เอเลียสหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "แผนผังน่ะหรือครับ? แผนผังมีไว้สำหรับคนที่ยอมเชื่อในสิ่งที่รัฐบาลอยากให้เห็น แต่สำหรับวิศวกรอย่างผม ความจริงไม่ได้ถูกจดบันทึกไว้บนกระดาษ... มันถูกฝังอยู่ใต้ฝ่าเท้าเรานี่เอง" เขาก้าวเข้าไปใกล้แผ่นเหล็กบานหนึ่งที่ไร้ซึ่งป้ายระบุรหัสประจำตัว นิ้วหัวแม่มือของเขาแตะลงบนแผงควบคุมที่ปิดตาย ก่อนจะเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาขนาดเล็กเข้ากับพอร์ตลับที่ซ่อนอยู่หลังสนิม กราฟิกสีแดงวาบขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรม เอเลียสลงมือพิมพ์รหัสผ่านด้วยความเร็วที่ไอริสไม่อาจตามทัน "คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว" ไอริสขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอกระทบจมูกของชายหนุ่ม เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตากลับมามองเธอ "นานพอที่จะรู้ว่าลูกเรือที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน ไม่ได้ถูกส่งกลับดาวแม่ตามรายงานที่เซ็นชื่อโดยคุณครับ ดร.วานซ์" คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความเงียบ ไอริสชะงักกึก ความสงสัยที่เธอพยายามกดทับไว้ตลอดหลายสัปดาห์ปะทุขึ้นมาทันที "คุณหมายความว่าอย่างไร... เอกสารการส่งตัวมีลายเซ็นรับรองจากสภาความมั่นคง ถ้าคุณกำลังจะบอกว่า—" "ผมไม่ได้บอกว่ามันเป็นเรื่องโกหก แต่ผมกำลังจะให้คุณเห็นว่า 'ความเป็นจริง' ที่คุณศรัทธามันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงแค่ไหน" เสียงกลไกล็อคเกอร์หนักๆ ทำงานอย่างแผ่วเบา ประตูเหล็กบานยักษ์ที่ดูเหมือนเป็นผนังตายตัวค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงครืดคราดน่าขนลุก ทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง กลิ่นที่แปลกประหลาด—กลิ่นของสารเคมีสังเคราะห์ที่เย็นเยือกและไร้ชีวิต—ก็พุ่งออกมาปะทะหน้าทั้งสองคน ข้างในนั้นไม่ใช่พื้นที่เก็บของ แต่มันคือห้องแล็บขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยแคปซูลแก้วเรียงรายทอดยาวไปจนสุดสายตา ภายในแคปซูลแต่ละใบมีร่างของมนุษย์ที่สวมชุดยูนิฟอร์มของสถานีในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ร่างกายของพวกเขาเชื่อมต่อกับสายเคเบิลนับร้อยเส้นที่ดูเหมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิต ไอริสยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง มือที่สั่นเทาของเธอขยับไปสัมผัสกับกระจกเย็นจัด "นี่มัน... นี่มันอาชญากรรมต่อมนุษยชาติชัดๆ ใครเป็นคนอนุมัติโครงการนี้" เอเลียสเดินไปที่คอนโซลหลัก นิ้วของเขาเลื่อนดูข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ "คนเดียวกับคนที่ส่งคุณมาที่นี่เพื่อเป็นทูตสันติภาพไงครับ เขาต้องการ 'ตัวเชื่อมประสาน' ระหว่างระบบประมวลผลของสถานีกับจิตใต้สำนึกของมนุษย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมวิถีโคจร... โดยไม่สนใจว่าผลลัพธ์คือการทำลายชีวิตคนที่เขาเรียกว่าพนักงาน" ไอริสจ้องมองหน้าจอที่แสดงกราฟค่าสัญญาณชีพของคนในแคปซูล มันเต้นจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าสยดสยอง เธอกำลังจะเอ่ยปากถามถึงทางแก้ แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง บนหน้าจอมุมขวาล่าง มีชื่อของคนคนหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... *'หัวหน้าวิศวกร วอล์คเกอร์, อลัน'* "นั่น..." ไอริสชี้ไปที่ชื่อนั้น เสียงของเธอสั่นเครือ "นั่นพ่อของคุณไม่ใช่หรือ เอเลียส" เอเลียสหยุดมือที่กำลังพิมพ์รหัส เขาหันกลับมามองไอริสด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง "เขาไม่ได้ตายในอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อนครับ ดร.วานซ์ เขาถูกเปลี่ยนให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่คุณภูมิใจนักหนาว่าทำงานได้อย่างไร้ที่ติมาตลอดสามปีนี้" ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยระดับต่ำก็ดังขึ้นเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว แสงไฟสีแดงสลับขาวเริ่มหมุนวนอยู่เหนือหัวของพวกเขา ประตูทางเข้าที่พวกเขาเพิ่งเข้ามาปิดตายลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทหลายคู่ที่กำลังเร่งความเร็วตรงมาทางนี้จากฝั่งตรงข้าม เอเลียสคว้าแขนของไอริสไว้แน่น แรงบีบของเขาทำให้นางเอกรู้สึกถึงความตึงเครียดที่แท้จริง "เราไม่มีทางออกทางเดิมแล้ว" เอเลียสกระซิบเสียงเหี้ยม "และผมเกรงว่าคนที่กำลังมา ไม่ได้มาเพื่อต้อนรับทูตสันติภาพ... พวกเขามาเพื่อปิดปาก 'ความลับ' ที่กำลังเดินได้ทั้งสองคน" ที่มุมห้อง เงาของร่างในชุดเกราะสีดำทมิฬปรากฏขึ้นพร้อมกับปลายกระบอกปืนที่เริ่มชาร์จพลังงาน ไอริสมองไปที่ใบหน้าภายใต้หน้ากากนั่น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์ประจำหน่วยงานที่เธอสังกัดอยู่บนไหล่ของชายคนนั้น มันไม่ใช่ศัตรูจากข้างนอก แต่มันคือหน่วยงานของเธอเอง แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%