กลิ่นอายของโอโซนผสมน้ำมันหล่อลื่นระเหยอบอวลอยู่ในห้องเก็บตัวอย่างชีวภาพชั้นเจ็ด เสียงฮัมต่ำของเครื่องปั่นเหวี่ยงสารพันธุกรรมความเร็วสูง (Centrifuge) ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องปลอดเชื้อ เป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของดร.ไอริส วานซ์ เต้นรัวระทึกอยู่ภายใต้ชุดสูททูตสันติภาพสีเทาเข้ม
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่ใหญ่เกินกว่าอำนาจทางการทูตของคุณจะปกป้องได้นะ ดร.วานซ์"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องควบคุมระบบระบายอากาศ เอเลียส วอล์คเกอร์ ยืนพิงเสาโครงสร้างไทเทเนียม มือข้างหนึ่งถือประแจแรงบิดอเนกประสงค์ แสงไฟสีแดงกะพริบจากแผงควบคุมฉุกเฉินสะท้อนบนดวงตาที่สงบนิ่งจนน่ากลัวของเขา วิศวกรหนุ่มไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่รัศมีรอบตัวเขากลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนแทบหายใจไม่ออก
ไอริสชะงักมือที่กำลังดึงฐานข้อมูลออกจากช่องเสียบฮาร์ดไดรฟ์พกพา เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าคมคายฉายแววเยือกเย็นกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกได้อย่างแนบเนียน เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของผู้คุ้นเคยกับการเจรจาระดับสูง
"และคุณก็กำลังปกปิดบางสิ่งที่อาชญากรสงครามยังต้องอายที่จะทำเช่นกัน คุณวอล์คเกอร์" ไอริสตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกน "แฟ้มข้อมูลรหัส 'โปรเจกต์ไอคารัส' บนจอภาพนั่น... มันไม่ใช่แค่วิจัยการเกษตรบนสถานีอวกาศตามรายงานทางการ"
เอเลียสถอนหายใจยาวนาน เป็นความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายปี เขาผละตัวออกจากเสา ก้าวเท้าช้าๆ บนพื้นตะแกรงเหล็ก เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่คอยตอกย้ำความตึงเครียดในอากาศ
"ความจริงมักจะน่าเกลียดเสมอเมื่อมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ คุณคิดว่าสหพันธ์ส่งทูตสันติภาพอย่างคุณมาที่นี่เพื่ออะไร เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยอย่างนั้นหรือ?" มุมปากของเอเลียสกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ไปไม่ถึงดวงตา "พวกมันส่งคุณมาเพื่อดูว่าระบบ 'กรอง' ของเรายังทำงานได้ดีพอที่จะไม่ให้ความลับรั่วไหลต่างหากล่ะ"
"ฉันได้รับมอบอำนาจจากสภาสูงให้ตรวจสอบความถูกต้องตามหลักมนุษยธรรม ไม่ใช่เพื่อเป็นเครื่องมือให้พวกคุณใช้กลบเกลื่อนความผิด!" ไอริสย่างสามขุมเข้าประชิด ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม เธอไม่ถอยร่นแม้ว่าความสูงของเขาจะสร้างความได้เปรียบทางกายภาพก็ตาม "คุณสูญเสียลูกเรือไปสี่คนเมื่อสองปีก่อน... นั่นไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบระบายความร้อนอย่างที่บันทึกระบุไว้ใช่ไหม? พวกเขาปฏิเสธที่จะเข้าร่วมโครงการทดลองตัดต่อพันธุกรรมมนุษย์นี้... พวกเขาถูกกำจัด"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ
เอเลียสชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาที่เคยไร้ระลอกคลื่นไหววูบอย่างรุนแรง บาดแผลในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ใต้กองซากเครื่องจักรและเหล็กกล้าถูกขุดคุ้ยขึ้นมาต่อหน้าต่อตา ภาพของเพื่อนร่วมงานที่นอนไร้ลมหายใจในห้องเครื่องอัดอากาศผุดขึ้นมาในหัว เขากำด้ามประแจในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว
"ระวังคำพูดของคุณให้ดี วานซ์..." เสียงของเอเลียสต่ำลอดไรฟัน รังสีคุกคามแผ่ซ่านออกมาอย่างดุดันจนไอริสรู้สึกได้ถึงความอันตรายของผู้ชายคนนี้ แต่เธอกลับไม่ถอย เธอยิ่งก้าวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา "คุณไม่รู้หรอกว่าการรักษาให้สถานีนี้ยังคงโคจรอยู่ได้... ต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง"
"ด้วยชีวิตของคนบริสุทธิ์อย่างนั้นหรือ?" ไอริสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความโกรธกรุ่นและอุดมการณ์ที่ถูกเหยียบย่ำ "ถ้าต้องแลกอนาคตของมนุษยชาติกับการทำลายความเป็นมนุษย์ทิ้งไป... ฉันยอมให้สถานีนี้ร่วงหล่นลงไปเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศเสียยังดีกว่า!"
ชั่วพริบตานั้น สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ซับเท็กซ์อันซับซ้อนระหว่างความเกลียดชัง ความเข้าใจ และแรงดึงดูดประหลาดที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางอุดมการณ์พุ่งถึงขีดสุด เอเลียสโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนไอริสรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายเฉพาะตัวของวิศวกรผู้ผ่านศึกสงครามจักรวาลมาอย่างโชคโชน
"ถ้าคุณคิดว่าการทำลายมันง่ายขนาดนั้น..." เอเลียสกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว แต่แฝงความหมายลึกซึ้งที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ "ลองเปิดไฟล์ที่สามสิบเจ็ดในไดรฟ์ที่คุณถืออยู่ดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่า... ศัตรูที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่บนพื้นโลก หรือในสภาสูงที่ส่งคุณมา..."
ไอริสขมวดคิ้วอย่างสงสัย เธอกำฮาร์ดไดรฟ์ในมือแน่นขึ้นกำลังจะเอ่ยถาม
*ตึง!*
เสียงโลหะหนักกระแทกกันดังสนั่นมาจากประตูล็อกเกอร์นิรภัยด้านนอก ตามด้วยสัญญาณเตือนภัยสีเหลืองส้มที่สว่างวาบทั่วห้องคอมพิวเตอร์ ระบบเสียงอัตโนมัติของสถานีอวกาศประกาศก้องด้วยน้ำเสียงไร้ชีวิตชีวา
*[แจ้งเตือนความปลอดภัย: ตรวจพบการเข้าถึงรหัสผ่านระดับโอเมก้าจากภายนอกสถานี... ล็อกประตูนิรภัยทุกโซน... ยืนยันตัวตนล้มเหลว...]*
เอเลียสผละออกจากไอริสทันที ใบหน้าของวิศวกรหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดทำงานเต็มพิกัด เขวี้ยงประแจในมือลงพื้นเสียงดังสนั่น ก่อนจะคว้าแขนเรียวของทูตสาวให้หลบหลังเสาโครงสร้างหลัก
"หมอบลง!"
ก่อนที่ไอริสจะทันได้ถามอะไร แสงเลเซอร์สีฟ้าเข้มพุ่งทะลุผ่านประตูเหล็กหนาเตอะเข้ามาอย่างง่ายดาย เกิดเสียงระเบิดเบาๆ ตามด้วยควันจางพวยพุ่ง กลอนประตูกลางถูกตัดขาดจากภายนอกด้วยความร้อนสูง และสิ่งที่ก้าวผ่านกลุ่มควันเข้ามา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสถานี... แต่เป็นเงาร่างของหุ่นยนต์รบลาดตระเวนรุ่นทหารรับจ้าง ที่ติดตราสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่ควรจะสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 12
ร่องรอยการทดลอง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!