แสงไฟ LED สีฟ้าอ่อนในท่อระบายอากาศระดับสามหรี่แสงลงจนเกือบมืดสนิท เสียงระบบปรับอากาศจำศีลคำรามต่ำอยู่ในโสตประสาท เป็นความถี่ต่ำที่หากฟังนานเกินไปอาจทำให้เส้นเลือดในขมับเต้นตุบด้วยความระแวง เอเลียส วอล์คเกอร์ ปลดสายเคเบิลเชื่อมต่อจากแผงวงจรควบคุมหลักออกด้วยมือข้างที่สวมถุงมือกันความร้อน ไร้ซึ่งเสียงโลหะเสียดสี เขามีความสามารถในการจัดการกับฮาร์ดแวร์ระดับวิศวกรรมด้วยความเงียบเชียบราวด์กับทักษะของศัลยแพทย์หัวใจ
ด้านข้างของเขาในความมืดอับชื้น มีเพียงแสงเรืองรองจากหน้าจอแท็บเล็ตขนาดเล็กที่ถูกหรี่ความสว่างจนต่ำสุด สะท้อนใบหน้าคมสันของ ดร.ไอริส วานซ์ ทูตพิเศษผู้เคยยึดถือระเบียบกระดาษทุกตัวอักษรเป็นสรณะ บัดนี้ เสื้อสูทเข้ารูปสีเทาเข้มของเธอเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องและฝุ่นละอองจากท่อส่งออกซิเจน แต่แววตาหลังกรอบแว่นโลหะกลับคมกริบยิ่งกว่าคมมีดผ่าตัด เธอมองหน้าจอที่แสดงผังโครงสร้างของสถานีอวกาศ "ไอโอคาสต้า" ซึ่งถูกแบ่งเป็นโซนสีแดงฉาน หน่วยจู่โจมพิเศษของบริษัทแม่กำลังไล่ล่าพวกเขาเข้ามาทีละบล็อก
"พวกมันผ่านประตูนิรภัยโซนเจ็ดมาแล้ว" เสียงกระซิบของไอริสแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงกระแสลมในท่อ แต่มันชัดเจนพอที่จะทำให้เอเลียสหยุดมือที่กำลังไขสกรูไทเทเนียม
เอเลียสไม่ตอบทันที เขายกปลายนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณเชิงสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มมองทะลุกรงเหล็กตารางของท่อระบายอากาศออกไปยังโถงทางเดินด้านนอกผ่านช่องระบายอากาศ ความเงียบในสถานีแห่งนี้ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือ "อาวุธ" ชิ้นเดียวที่พวกเขามีเหลืออยู่
ในระยะเวลาสิบปีที่เอเลียสทำงานบนสถานีอวกาศร้างผู้คนแห่งนี้ เขารู้จักทุกรอยต่อของโลหะ ทุกคลื่นความถี่ของแรงสั่นสะเทือน และทุกจุดอับสายตาของกล้องวงจรปิด ความผิดพลาดในอดีตที่เคยพรากชีวิตลูกเรือไปสามคนสอนให้เขารู้ว่า เครื่องจักรไม่เคยโกหก มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่มักพ่ายแพ้ต่อความรีบร้อน
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามาในรัศมีวงรอบแม่เหล็ก" เอเลียสเอ่ยกระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดผ่านเส้นผมที่หลุดลุ่ยของหญิงสาว ทำให้ไอริสชะงักไปชั่วขณะ เธอสัมผัสได้ถึงความนิ่งสนิทที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขา มันเป็นความนิ่งที่สวนทางกับสถานการณ์ความเป็นความตายด้านนอกอย่างสิ้นเชิง
"คุณจะทำอะไร ระบบระบายความร้อนหลักถูกตัดไปแล้ว ถ้าเราไม่รีบซ่อมตัวจ่ายพลังงานสำรอง แรงดันในท่อนี้จะระเบิดออกภายในสิบห้านาที" ไอริสท้วงด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น เธอยังคงยึดมั่นในตรรกะและตัวเลข แม้ว่าตรรกะเหล่านั้นจะกำลังพาพวกเขาไปสู่ทางตันก็ตาม
"ตัวเลขบนหน้าจอของคุณช่วยชีวิตคุณไม่ได้หรอก ดร.วานซ์" เอเลียสปรายตามองเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเยือกเย็นแต่แฝงประกายท้าทาย "สิ่งที่พวกมันกำลังตามหา ไม่ใช่ตัวเรา... แต่คือหลักฐานการทุจริตในไฟล์ลับที่คุณถืออยู่ต่างหาก ถ้าคุณขยับตอนนี้ เสียงรองเท้าบูทคู่เดียวก수ก็เพียงพอจะส่งเราไปอยู่ในสุสานอวกาศ"
ไอริสก้มมองแท็บเล็ตในมือ ข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับการทดลองอาวุธชีวภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้โครงการสันติภาพที่เธอเคยศรัทธา มันคือน้ำหนักที่กดทับหัวใจของเธอให้หนักอึ้ง เธอตระหนักแล้วว่าองค์กรที่เธอรับใช้มาตลอดชีวิตไม่ได้ต้องการ "ทูต" เพื่อเจรจา แต่ต้องการ "ผู้ปิดปาก" ต่างหาก ความยุติธรรมที่เธอเคยเชื่อมั่น เป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อบังหน้าผลกำไร
เสียงโลหะหนักกระแทกกับพื้นผิวด้านนอกดังสะท้อนก้องผ่านโครงสร้างเหล็กกล้า *ปัง! ปัง!*
เสียงฝีเท้าของหน่วยจู่โจมอย่างน้อยสามนายหยุดลงตรงหน้าทางเข้าท่อระบายอากาศพอดี หัวใจของไอริสกระตุกวูบ เธอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายแนบชิดติดกับผนังท่อแคบๆ จนแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของโลหะภายนอก ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของทั้งสองคนผสมผสานกับกลิ่นอายของสนิมและโอโซน เป็นความตึงเครียดที่แปลกประหลาด มันมีความหวาดกลัวเป็นตัวเร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความดึงดูดทางจิตวิญญาณของคนสองคนที่ฉลาดทันกันและต่างยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์
"ตรวจสอบท่อระบายอากาศ โซนสี่ถึงโซนเก้า" เสียงทุ้มต่ำผ่านหน้ากากกรองอากาศของหัวหน้าหน่วยจู่โจมดังลอดเข้ามา มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความรمط
เอเลียสไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายื่นมือไปปิดสวิตช์ระบบระบายความร้อนสำรองตัวสุดท้ายด้วยมือข้างเดียว ความมืดมิดร้อยเปอร์เซ็นต์เข้าครอบคลุมพื้นที่ทันที ความเงียบงันกลับมากลืนกินทุกสิ่งอีกครั้ง ยกเว้นเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก
ทว่า ในความมืดสนิทนั้น เอเลียสกลับเอื้อมมือไปสัมผัสหลังมือของไอริสที่กำลังกำแท็บเล็ตแน่น สัมผัสนั้นอบอุ่นและมั่นคง มันเป็นการสื่อสารไร้เสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำพูดใดๆ *เชื่อใจผม* สื่อความหมายผ่านปลายนิ้วที่กุมกระชับกันไว้ชั่วครู่ ไอริสรู้สึกถึงกระแสความอุ่นซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วแขน แม้สมองส่วนหน้าจะสั่งให้สะบัดมือออก แต่สัญชาตญาณดิบภายในกลับบอกให้เธอยึดเหนี่ยวเขาไว้ในยามที่โลกทั้งใบกำลังพังทลาย
เสียงรองเท้าบูทขยับเข้าใกล้ตะแกรงเหล็กเหนือศีรษะของพวกเขาอีกเพียงก้าวเดียว ปลายกระบอกปืนไรเฟิลจู่โจมสอดผ่านช่องว่างเข้ามา แสงเลเซอร์สีแดงกวาดผ่านความมืดไปมาห่างจากศีรษะของไอริสไม่ถึงคืบ กลิ่นดินปืนจางๆ ลอยทะลุเข้ามาในท่อ
ไอริสเม้มปากแน่นจนห่อเลือด เธอนับจังหวะการหายใจของตนเองตามที่เอเลียสเคยสอน—ช้า นิ่ง และลึก ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันพุ่งถึงขีดสุด หน้าจอแท็บเล็ตในมือเธอกลับส่งเสียงเตือนเบาๆ ออกมาอย่างไม่คาดคิด!
*ปี๊ب...*
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าระบบอัตโนมัติจากไฟล์ลับที่เธอพยายามเข้ารหัสเมื่อครู่ ดังสะท้อนก้องในความเงียบราวกับเสียงระเบิดย่อมๆ
แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอวาบขึ้นกระทบใบหน้าของทั้งคู่ในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงฝีเท้าด้านนอกที่หยุดชะงักกะทันหัน เสียงปลดล็อกไกปืนดังขึ้นเหนือหัวของพวกเขาอย่างชัดเจน
เอเลียสไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว มือข้างที่ว่างคว้าด้ามจับประแจไฮดรอลิกในความมืด ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยวระดับวิศวกรผู้พร้อมสละได้แม้กระทั่งลมหายใจเพื่อปกป้องสิ่งที่ถูกต้อง
และในจังหวะที่ตะแกรงเหล็กด้านบนกำลังถูกกระชากออกด้วยแรงมหาศาล หน้าจอแท็บเล็ตในมือไอริสก็แสดงชื่อผู้ส่งข้อความล่าสุดที่ปรากฏขึ้นบนบรรทัดบนสุด—ชื่อที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่บนสถานีอวกาศแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเงียบงันนี้ไปด้วยกันนะครับ
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 21
ความเงียบคืออาวุธ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!