เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามกะพริบเป็นแสงสีส้มวาบวับสะท้อนบนม่านตาของดร.ไอริส วานซ์ มันไม่ใช่เสียงไซренаกระโชกโฮกฮากที่ใช้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วไป แต่มันคือเสียงโทนต่ำที่ถูกตั้งค่าไว้เฉพาะสำหรับ "การล็อกดาวน์ระบบภายใน" ซึ่งควบคุมโดยสภาความมั่นคงอวกาศ—องค์กรที่เธอก้มหัวรับใช้มาตลอดครึ่งค่อนชีวิต
"คุณคำนวณพลาดไปเจ็ดวินาที, เอเลียส"
เสียงของไอริสราบเรียบ แต่มันสั่นเครือเล็กน้อยตรงปลายประโยค หญิงสาวในชุดสูททางการของทูตสันติภาพยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแผงควบคุมระบบระบายความร้อนของเซกเตอร์เจ็ด แสงไฟสลัวจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดส่องกระทบสันจมูกโด่งและกรอบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
เอเลียส วอล์คเกอร์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากประแจแรงบิดในมือ เขายังคงง่วนอยู่กับการเชื่อมต่อสายไฟเบอร์ออปติกสีดำทึบเข้ากับแผงวงจรหลักของสถานี เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมของวิศวกรหนุ่ม ร่างกายของเขาสะท้อนความเหนื่อยล้าจากการทำงานติดต่อกันหลายสิบชั่วโมง แต่แววตานั้นยังคงคมกริบและเยือกเย็นราวกับกระจกเงาบนพื้นผิวสุญญากาศ
"เจ็ดวินาทีนั้นมีความหมายถึงความเป็นความตาย, ดร.วานซ์" เอเลียสตอบโดยไม่มองหน้า "ถ้าผมเลือกทำตามขั้นตอนมาตรฐานของสภาฯ อย่างที่คุณพยายามยัดเยียดให้ผมทำเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนนี้ออกซิเจนในเซกเตอร์นี้คงถูกดูดออกจนหมดเพื่อฆ่าเชื้อ... และพวกเราคงกลายเป็นก้อนน้ำแข็งลอยเคว้งอยู่ในวงโคจรไปแล้ว"
"แต่คุณกำลังฝ่าฝืนคำสั่งประกาศิต" ไอริสสาวเท้าเข้ามาใกล้ ขยับเข้าไปในระยะที่เธอได้กลิ่นน้ำมันเครื่องและโอโซนจางๆ จากตัวเขา "คุณรู้ไหมว่ารายงานอัตโนมัติถูกส่งตรงไปยังโต๊ะของรัฐมนตรีกลาโหมแล้วในวินาทีที่คุณตัดวงจรนั้น? เอเลียส... พวกเขาไม่ได้มองว่าคุณเป็นฮีโร่ที่ช่วยชีวิตคน พวกเขากำลังมองว่าคุณเป็น 'ความเสี่ยง' ที่ต้องกำจัดทิ้ง"
เอเลียสหยุดมือ เขาค่อยๆ วางประแจลงบนพื้นโลหะเสียงดัง *กริ๊ก* เบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของวิศวกรผู้ผ่านความสูญเสียในอดีตมาอย่างโชกโชนเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ซ่อนเร้น
"แล้วคุณล่ะ, ไอริส? คุณยืนอยู่ตรงนั้นในฐานะอะไรในตอนนี้? ทูตสันติภาพผู้พิทักษ์ความยุติธรรมของจักรวาล... หรือเป็นแค่หุ่นเชิดที่ถูกตั้งโปรแกรมให้มาดูการประหารชีวิตผมด้วยตัวเอง?"
คำถามนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใจของไอริสราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ
เธอไม่ใช่คนอ่อนต่อโลก เธอรู้ดีว่าเบื้องหลัง "สนธิสัญญาความสงบเรียบร้อย" ที่เธอเป็นตัวแทนเจรจานั้น เต็มไปด้วยคราบเลือด ผลประโยชน์ และการฆ่าตัดตอนเพื่อปิดปากพยาน เอเลียสพูดถูก... เธอถูกส่งมาที่นี่เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และถ้าจำเป็น เธอก็คือคนที่จะต้องกดปุ่มอนุมัติคำสั่งประหารชีวิตเขาทางอ้อม
แต่ภาพของเด็กฝึกงานที่เคยเสียชีวิตในอดีตของเอเลียส—ภาพความผิดบาปที่ยังคงหลอกหลอนวิศวกรผู้เย็นชาคนนี้—มันกลับสะท้อนอยู่ในเงาความโดดเดี่ยวของเธอเอง
ไม่มีใครบริสุทธิ์ในสถานีอวกาศแห่งนี้ มีเพียงคนที่เลือกจะปิดตาข้างหนึ่งกับคนที่เลือกจะลืมตาตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย
"ฉัน..." ไอริสกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอยกมือขึ้นแตะอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กที่หลังใบหู ซึ่งเชื่อมต่อตรงกับช่องสัญญาณลับของสำนักงานทูต "ฉันมีคำสั่งให้จับกุมคุณ... เอเลียส"
"งั้นก็ทำสิครับ" เอเลียสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูงกว่าเธอเล็กน้อย กลิ่นอายความเป็นชายชาติวิศวกรผู้ดื้อรั้นแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวตึง
"ผมไม่อาจปล่อยให้ระบบระบายอากาศนี้ถูกควบคุมโดยพวกมันได้... มือของคุณสะอาดเกินกว่าจะมาเปื้อนเลือดของคนบนสถานีนี้หรอกนะ ไอริส"
เขายื่นข้อมือทั้งสองข้างออกไปข้างหน้าอย่างไม่สะท้านสะเทือน ราวกับกำลังท้าทายอำนาจสูงสุดของจักรวาลด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาท แต่มันเต็มไปด้วยความดึงดูดประหลาด—ความดึงดูดระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ แต่กลับเข้าใจความเจ็บปวดของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าใคร
ไอริสจ้องมองข้อมือคู่นั้น หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก เสียงคำรามต่ำๆ ของระบบระบายความร้อนเบื้องหลังดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
ในหัวของเธอกำลังตีกันระหว่าง "หน้าที่" ที่สั่งสมมาทั้งชีวิต กับ "เสียงเรียกของสามัญสำนึก" ที่เพิ่งตื่นขึ้นจากความมืดมิด
ถ้าเธอจับกุมเขา... เอเลียสจะถูกส่งตัวไปพิพากษาลับหลัง และความลับเรื่องความล้มเหลวของโครงสร้างสถานีก็จะถูกฝังกลบพร้อมกับศพของเขา ผู้คนนับหมื่นบนสถานีนี้จะกลายเป็นผงธุลีในอวกาศโดยไม่รู้ตัว
แต่ถ้าเธอไม่ทำ... ชีวิต หน้าที่การงาน เกียรติยศ และลมหายใจของเธอเองก็จะสิ้นสุดลง ณ วินาทีนี้เช่นกัน
ไอริสหลับตาลงชั่วเสี้ยววินาที ภาพของเอกสารลับฉบับสุดท้ายที่เธอเพิ่งอ่านผ่านตาเมื่อคืนนี้ผุดขึ้นมา มันคือเอกสารอนุมัติการทำลายสถานีทิ้งเพื่อกลบเกลื่อนหลักฐานการทุจริตของรัฐบาล
เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเธอก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของทูตผู้แสนสุภาพอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือแววตาของนักรบที่ตัดสินใจเลือกสนามรบด้วยตัวเอง
*คลิก!*
เสียงปลดล็อกขั้วสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้นจากปลายนิ้วของไอริส เธอไม่ได้ใส่กุญแจมือเอเลียส... แต่เธอกลับดึงการ์ดสิทธิ์ระดับสูงสุด (Master Override Card) ของตัวเองออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วเสียบมันลงไปในช่องแผงควบคุมหลักเคียงข้างกับสายไฟที่เอเลียสเพิ่งต่อเสร็จ
แผงควบคุมโฮโลแกรมเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีฟ้าครามสว่างจ้าทันที ระบบทั้งหมดถูกโอนย้ายมาอยู่ภายใต้การควบคุมเบ็ดเสร็จของคนทั้งสอง
เอเลียสเบิกตากว้างเล็กน้อย ความประหลาดใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าที่มักจะนิ่งสงบเป็นประจำ "คุณ..."
"อย่าเข้าใจผิด, วอล์คเกอร์" ไอริสพูดเสียงเฉียบขาด น้ำหนักของคำพูดแต่ละคำหนักแน่นราวกับเหล็กกล้า "ฉันไม่ได้ทำเพื่อช่วยคุณ... แต่ฉันทำเพราะฉันเกลียดพวกมันมากกว่าเกลียดความดื้อรั้นของคุณ"
เธอยกปืนพกเลเซอร์รุ่นคอมแพกต์ออกจากซองที่ต้นขาอย่างคล่องแคล่ว แล้วโยนมันลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าเขาโดยไม่ลังเล
"ทางออกฉุกเฉินทางทิศเหนือถูกปิดตายแล้ว หน่วยจู่โจมพิเศษกำลังเดินทางมาถึงที่นี่ในอีกสามนาที... ถ้าคุณอยากรอดออกไปจากที่นี่พร้อมกับความจริง คุณมีเวลาแค่สามนาทีในการแฮกประตูผนึกห้องเครื่องยนต์สำรอง"
เอเลียสจ้องมองปืนพกสั้นบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่เด็ดเดี่ยวของหญิงสาว มุมปากของวิศวกรหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่แท้จริงครั้งแรกตั้งแต่เขาเริ่มทำงานที่นี่
"สามนาทีก็เกินพอแล้วครับ... สำหรับคนอย่างผม"
เขาสบตาเธอ ลึกซึ้ง แน่วแน่ และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผาความหนาวเหน็บของอวกาศรอบตัวจนหมดสิ้น มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนขึ้นมาบรรจุกระสุนพลังงานเตรียมพร้อม
แต่ก่อนที่เอเลียสจะทันได้ก้าวเท้าไปที่ประตู เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ผนังด้านนอก เซกเตอร์เจ็ดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงและเศษโลหะร่วงกราวลงมาจากเพดาน
สัญญาณเตือนภัยเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติก็ดังขึ้นด้วยน้ำหนักที่เย็นเยียบ
*[แจ้งเตือน: ตรวจพบการบุกรุกจากภายนอก... ระบบรักษาความปลอดภัยถูกควบคุมโดยบุคคลภายนอก...]*
จอภาพโฮโลแกรมหลักที่เพิ่งถูกปลดล็อกเมื่อครู่ ดับวูบลงในพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่หน้าประตูทางเข้าหลัก
ร่างเงาสูงใหญ่ในชุดเกราะรบเต็มรูปแบบของหน่วยสืบราชการลับปรากฏขึ้นบนจอ พวกเขากำลังยืนเรียงแถวพร้อมอาวุธครบมือ และคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดกำลังถอดหมวกเกราะออกเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยดี
ดร.มาร์คัส ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของไอริส ส่งยิ้มเยียบเย็นผ่านมาทางเลนส์กล้อง ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าพวกเธอจะอยู่ที่นี่
"ทำได้ดีมาก, ไอริส..." เสียงทุ้มต่ำของมาร์คัสลอยผ่านลำโพงเข้ามาในห้องควบคุม ดังชัดเจนจนบาดแก้วหู "เธอหลอกล่อมันออกมาได้ตามแผนเป๊ะ... ทีนี้ ก็แค่ถอยออกมาห่างๆ จากไอก작กรสติเฟื่องคนนั้นซะ ก่อนที่กระสุนนัดแรกจะทะลุผ่านกะโหลกของมัน"
ไอริสชะงัก ร่างกายของเธอแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว สายตาของเธอตวัดกลับไปมองหน้าจอโฮโลแกรมสลับกับประตูห้องที่กำลังถูกตัดด้วยลำแสงความร้อนจากภายนอก
กับดักไม่ได้ถูกวางไว้แค่ในอดีต... แต่มันเพิ่งถูกปิดตายลงบนหัวของพวกเขา ในวินาทีนี้เอง
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ — ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 20
ทางเลือกสุดท้ายของไอริส
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!