กลิ่นไอน้ำมันไฮดรอลิกผสมกับความชื้นอับทึบของท่อระบายอากาศระดับลึก คือออกซิเจนเดียวที่เอเลียส วอล์คเกอร์ คุ้นเคยในยามนี้
เสียงคำรามต่ำทุ้งของเครื่องปฏิกรณ์ควอนตัมเซกเตอร์ 7 สั่นสะเทือนผ่านพื้นรองเท้าบูทหนาเตอะ มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนธรรมดา แต่มันคือจังหวะการเต้นของหัวใจจักรกลที่เขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมันมานานแรมปี จนกระทั่งแฟลชไดรฟ์ข้อมูลโลหะสีดำด้านขนาดเท่าปลายนิ้วที่ซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บเครื่องมือช่าง ถูกเสียบเข้ากับพอร์ตวิเคราะห์ของคอมพิวเตอร์พกพา
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามกะพริบถี่ รหัสผ่านสิบสองหลักที่เขาเพิ่งถอดรหัสได้จากบันทึกการซ่อมบำรุงที่ถูกเข้ารหัสลับซ้อนสามชั้น ปลดล็อกข้อมูลที่สถานีอวกาศเซนทอรีพยายามฝังกลบไว้ใต้พรมมานานนับทศวรรษ
เอเลียสไม่ขยับเขยื้อนร่างกายนานนับนาที ดวงตาหลังเลนส์แว่นกรองแสงจ้องมองบรรทัดโค้ดที่รันขึ้นบนจอทีละบรรทัดอย่างเงียบเชียบ
ไม่มีเสียงอุทาน ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก มีเพียงกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุกวูบ
"คุณกำลังใช้เวลาอยู่กับอดีตที่ตายไปแล้วนานเกินไปนะ วอล์คเกอร์"
เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาหยุดลงที่ปากทางเข้าท่อระบายอากาศแคบๆ แสงไฟนีออนสลัวด้านหลังขับให้ร่างระหงของดร.ไอริส วานซ์ ดูโดดเด่นและเปราะบางในเวลาเดียวกัน เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อหลบโครงสร้างเหล็กกล้า สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมกวาดมองหน้าจอพกพาในมือเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยขึ้นสบตา
เอเลียสไม่ได้ปิดหน้าจอ เขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปล่อยให้แสงสีฟ้าสะท้อนบนดวงตาที่ไร้แววระคนสมเพชตัวเอง
"คุณเคยสงสัยไหมครับ ดร.วานซ์ ว่าทำไมสถานีวิจัยแห่งนี้ถึงถูกออกแบบให้มีห้องเครื่องสำรองที่ไม่มีแม้แต่แผนผังวิศวกรรม" เอเลียสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทจนเกือบจะเยือกเย็น "ทั้งที่ตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสหพันธ์ มันคือจุดบอดที่อันตรายที่สุด"
ไอริสขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ที่เธอโปรดปรานผสมปนเปไปกับกลิ่นอับของเหล็กกล้า "เพราะทุกองค์กรมีมุมมืดที่ไม่อยากให้แสงส่องถึง... นั่นคือบทเรียนแรกของการเป็นทูตสันติภาพ ไม่ใช่หรือ"
"แต่มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับ ถ้ามุมมืดที่ว่า... ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขัง 'หนูทดลอง' ที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกทดลอง"
นิ้วเรียวยาวของเอเลียสแตะลงบนหน้าจอโฮโลแกรม เขาลากเส้นโค้ดที่ซับซ้อนให้ขยายใหญ่ขึ้น ไฟล์บันทึกเสียงและภาพเคลื่อนไหวคุณภาพต่ำถูกเปิดขึ้น ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดปีที่ 2142 ปรากฏภาพของห้องควบคุมแรงดันอากาศที่ชำรุดทรุดโทรม
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นในวิดีโอ ภาพของลูกเรือห้าคนกำลังดิ้นทุรนทุรายในห้องสุญญากาศ อากาศค่อยๆ ถูกสูบออกทีละน้อยตามคำสั่งโปรโตคอลฉุกเฉินเบอร์ 404 และหนึ่งในร่างเหล่านั้น... ร่างที่พยายามตะกุยกระจกหน้าต่างห้องควบคุมด้วยความสิ้นหวัง ก่อนจะแน่นิ่งไป คือเพื่อนร่วมงานที่เอเลียสเคยคิดว่าเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุความผิดพลาดของตนเอง
ความผิดพลาดที่เขาแบกรับไว้เป็นตราบาป กัดกินจิตวิญญาณของเขามาตลอดห้าปีเต็ม
ไอริสชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที เมื่อเธอมองเห็นชื่อหัวข้อโครงการที่ปรากฏหราอยู่เหนือภาพวิดีโอนั้น
*โครงการรีเซโบร: การประเมินประสิทธิภาพจิตวิทยาภายใต้สภาวะวิกฤตความกดดันสูง (รุ่นที่ 3)*
*และรายชื่อผู้ถูกทดลองหลัก: เอเลียส วอล์คเกอร์*
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ ระหว่างเข2คนทันที มีเพียงเสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรด้านนอกที่ราวกับกำลังเยาะเย้ยความจริงอันบิดเบี้ยวนี้
ไอริสค่อยๆ หันกลับมามองชายหนุ่มข้างกาย ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเชื่อมั่นในกฎระเบียบและระบบราชการของสหพันธ์ บัดนี้สั่นไหวเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าคำสั่งที่เธอได้รับมอบหมายให้มาตรวจสอบสถานีนี้คืออะไร และเธอก็ตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า เบื้องบนไม่ได้ส่งเธอมาเพื่อ "ไกล่เกลี่ย" ความขัดแย้ง แต่ส่งเธอมาเพื่อ "เก็บกวาด" พยานหลักฐานชิ้นสุดท้ายต่างหาก
"คุณ... รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?" เสียงของไอริสแหบพร่าลงเล็กน้อย ขาดความมั่นใจที่เคยมีไปจนหมดสิ้น
"ผมไม่ได้สงสัยเลย จนกระทั่งคุณก้าวเข้ามาในสถานีนี้พร้อมกับแฟ้มคดีอนุมัติงบประมาณที่ไม่ควรมีอยู่จริง" เอเลียสปิหน้าจอลง ความมืดกลับคืนสู่พื้นที่อีกครั้ง แต่ดวงตาของเขายังคงส่องประกายคมกริบในความสลัว "พวกมันไม่ได้ต้องการนักวิเคราะห์สถานีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดหรอกครับ ดร.วานซ์... พวกมันต้องการมนุษย์ที่ถูกโปรแกรมให้โทษตัวเองว่าเป็นฆาตกร เพื่อที่เขาจะได้ยอมก้มหน้าก้มตาซ่อมแซมเตาปฏิกรณ์นรกนี่ไปจนวันตายโดยไม่ตั้งคำถามใดๆ"
มือของเอเลียสเลื่อนลงไปสัมผัสกับด้ามประแจแรงบิดเหล็กกล้าที่เหน็บไว้ข้างเอว สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนานกำลังบอกเขาว่า ทุกวินาทีต่อจากนี้คือความเป็นความตาย
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยประโยคใดออกมาเพื่อทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดนี้ เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สווดสว่างวาบไปทั่วทั้งท่อระบายอากาศ พร้อมกับเสียงล็อกประตูกลไกอัตโนมัติจากด้านนอกที่ดังขึ้น *ปัง! ปัง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่กำลังวิ่งตรงมายังพิกัดที่พวกเขาอยู่ พร้อมกับเสียงประกาศผ่านระบบอินเตอร์คอมของสถานีที่เย็นชาและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
*[ประกาศจากระบบรักษาความปลอดภัย: ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลลับระดับสูงสุดในเซกเตอร์ 7 ปิดกั้นทางออกทั้งหมด เริ่มต้นกระบวนการล้างบางข้อมูลชีวภาพ]*
ไอริสหันขวับไปมองประตูทางออกที่ถูกปิดตายด้วยแผ่นเหล็กหนาเตอน และเมื่อเธอกลับมาสบตากับเอเลียส ทั้งคู่ก็เข้าใจตรงกันทันทีว่า กับ
กับดักไม่ได้ถูกวางไว้แค่ในอดีต... แต่มันเพิ่งถูกปิดตายลงบนหัวของพวกเขา ในวินาทีนี้เอง
ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดของห้วงอวกาศด้วยกันนะครับ — ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 19
ความจริงที่น่าสะพรึง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!