วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 22

แผนที่ไร้ทางออก

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงโลหะฉีกขาดกรีดแทงโสตประสาทดังสนั่นราวกับเสียงคำรามของอสูรกายเหล็กกล้า ตะแกรงระบายอากาศเบื้องบนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง น็อตไทเทเนียมขนาดใหญ่ดีดตัวหลุดกระเด็นพุ่งผ่านหน้าพวกเขาไปปักฝังลงกับผนังคอมโพสิตด้านหลังด้วยความเร็วสูงจนเกิดประกายไฟสاطعวาบ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น เอเลียสไม่ได้ขยับตัวหนีแม้แต่น้อย สายตาคมกริบภายใต้แว่นตากรอบบางจ้องเขม็งไปยังรอยต่อของโครงสร้าง เขายื่นมือคว้าประแจวัดแรงบิดไฮดรอลิกบนโต๊ะทำงานด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ก่อนจะเหวี่ยงมันสุดแรงเกิดเพื่อขัดล็อกเข้ากับเฟืองขับเคลื่อนฉุกเฉินของช่องชาร์ฟอย่างรู้ไต "ถอยหลังไปซะ ไอริส!" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดของเอเลียสเอ่ยลอดไรฟัน แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงโลหะร่วงกราวลงมาจากเพดานราวกับหิมะสีเทา ทว่า ดร.ไอริส วานซ์ กลับยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน แสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือสาดสะท้อนแววตาที่เบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวยาวของเธอนิ่งค้างอยู่บนหน้าจอสัมผัส บรรทัดบนสุดของข้อความเข้ารหัสที่เพิ่งถูกถอดรหัสเสร็จสิ้นเมื่อหนึ่งวินาทีก่อน กำลังสะกดสายตาเธอไว้ราวกับต้องมนต์สะกด ชื่อนั้น... ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอระบบสื่อสารภายในของสถานีอวกาศ 'โอเอซิส-9' คือชื่อของ 'นาธาน คอร์ส' ผู้บัญชาการภารกิจเก่าผู้ล่วงลับ—ชายผู้ซึ่งรายงานอย่างเป็นทางการระบุว่าเสียชีวิตไปพร้อมกับยานกู้ภัยที่ระเบิดกลางอวกาศเมื่อสามปีก่อน และเป็นอดีตหัวหน้าโครงการที่เอเลียสเคยร่วมงานด้วยก่อนเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ "เอเลียส..." เสียงของไอริสแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงคำรามของเครื่องจักรภายนอก แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงนั้นกลับหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงเทียม "คุณบอกฉันว่าระบบความปลอดภัยทั้งหมดถูกปิดตายด้วยรหัสผ่านหลัก... แต่คนที่กำลังพยายามจะเข้ามาข้างในตอนนี้ มีสิทธิ์การเข้าถึงระดับเดียวกับเรา" เอเลียสชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อสันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น บรรยากาศรอบตัวพวกเขาราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นยะเยือกจากระบบปรับอากาศที่เริ่มรวน การปรากฏตัวของชื่อนี้ไม่ได้หมายความแค่การก่อวินาศกรรม แต่มันหมายความว่าความจริงทั้งหมดที่พวกเขายึดถือเป็นสรณะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิด "เขาไม่ได้พยายามจะทำลายสถานีนี้หรอกครับ ไอริส..." เอเลียสกัดฟันพูด ดวงตาคู่คมฉายแวววับด้วยความตระหนักรู้ที่เพิ่งกระจ่างชัด "เขามาเพื่อปิดปากพวกเราต่างหาก" *โครม!* ตะแกรงเหล็กด้านบนถูกกระชากหลุดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างในชุดปรับความดันอวกาศสีดำสนิทไร้สังกัดปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ ที่พวยพุ่งออกมาจากท่อระบายอากาศ เงาดำทะมึนนั้นทาบทับลงมาบนร่างของทั้งสองคน แรงกดดันจากภายนอกทำให้บรรยากาศในห้องควบคุมบีบรัดจนแก้วหูอื้ออึง เอเลียสขยับตัวบังร่างของหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณดิบของวิศวกรสนามรบเก่าตื่นตัวเต็มพิกัด เขารู้ดีว่าอุปกรณ์ช่างในมือไม่เพียงพอต่อการต่อกรกับมือสังหารที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่อย่างน้อยที่สุด... เขาก็จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเอกสารหลักฐานในมือของไอริสเด็ดขาด "ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว แรงดันในห้องนี้จะลดลงจนทำให้กระจกห้องควบคุมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ และเราจะตายอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งหมด" เอเลียสเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของร่างนั้นได้ชั่วขณะ เงาดำในชุดอวกาศหยุดชะงัก ร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นกระจกหมวกนิรภัยที่เคลือบสารป้องกันการมองเห็น แต่มุมปากใต้หมวกที่แย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อยผ่านแสงไฟกระพริบสีแดงฉุกเฉิน กลับสร้างความหน Icy เสียวสันหลังวาบให้กับทั้งคู่ ผู้บุกรุกไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่ปลายนิ้วที่สวมถุงมือหนาได้กดลงบนอุปกรณ์ส่งสัญญาณที่ติดอยู่บริเวณต้นอ้อม ทันใดนั้น หน้าจอหลักทั้งหมดภายในห้องควบคุมก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำที่สาดส่องใบหน้าของพวกเขาให้ดูราวกับปีศาจ ไอริสสูดหายใจเข้าลึก and พยายามควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิง เธอรู้ดีว่าเกมการเมืองข้ามดวงดาวนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนอ่อนแอ และเวลานี้การต่อรองคือหนทางรอดเดียว "คุณทำงานให้กับใคร... สภาสูง หรือกลุ่มผลประโยชน์ดาวเทียมอาณานิคม?" ไอริสถามแทรกความเงียบ น้ำเสียงของเธอกลับมามั่นคงและเฉียบคมอีกครั้ง สมกับที่เป็นทูตสันติภาพผู้ผ่านสมรภูมิเจรจามาโชกโชน เงาดำหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและคุ้นหูอย่างประหลาด—เสียงที่เอเลียสจำได้แม่นยำยิ่งกว่าเสียงเครื่องจักรใดๆ ในชีวิต "ทูตวานซ์... คุณช่างเป็นคนช่างสงสัยเสียจริง" น้ำเสียงที่ตอบกลับมาทำเอาเลือดในกายของเอเลียสเย็นเฉียบ "แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... ในอวกาศ ไม่มีใครได้ยินเสียงความยุติธรรมของคุณหรอกครับ" สิ้นเสียงนั้น ร่างในชุดสีดำก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วราวกับกระสุนปืน เอเลียสผลักไอริสหลบไปด้านข้างพร้อมกับคว้าถังดับเพลิงแรงดันสูงซัดสวนกลับไปเต็มแรง การปะทะกันอย่างดุเดือดท่ามกลางแรงโน้มถ่วงจำกัดเริ่มต้นขึ้นในพื้นที่แคบๆ ของห้องควบคุมหลัก แต่ในจังหวะที่เอเลียสกำลังจะกดล็อกตัวผู้บุกรุกไว้ได้ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นไฟสถานะสีเขียวดวงเล็กๆ ที่กะพริบถี่อยู่บนแผงควบคุมระบบระบายอากาศหลัก—มันไม่ใช่สัญญาณการโจมตีจากภายนอก แต่มันคือคำสั่งตั้งเวลาทำลายตัวเองของสถานี ที่เพิ่งถูกเปิดใช้งานโดยสมบูรณ์จากรหัสผ่านส่วนตัวของเขาเอง! เอเลียสเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร่างในชุดดำอาศัยจังหวะนั้นบิดตัวหลุดจากการจับกุม ก่อนจะกระโดดถอยหลังหายลับเข้าไปในความมืดของช่องระบายอากาศอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ไอริสรีบคลานเข้าไปหาเอเลียสที่กำลังจ้องมองหน้าจอระบบนับถอยหลังที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ด้วยมืออันสั่นเทา บนหน้าจอนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เวลาที่เหลืออยู่อีกสามสิบนาทีเท่านั้น แต่ยังมีข้อความสั้นๆ บรรทัดใหม่เด้งขึ้นมาทับชื่อของนาธาน คอร์ส *รหัสผ่านยืนยันตัวตนผ่าน: เอเลียส วอล์คเกอร์ — ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้าน, ผู้สร้างโศกนาฏกรรม.* --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%