วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 23

รอยแค้นที่ไม่มีวันจาง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงฮัมความถี่ต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชั่นรุ่นเก่าในเซกเตอร์ 7 ดังสะท้อนก้องผ่านแผ่นโลหะใต้พื้นรองเท้าบูท ราวกับเสียงเต้นของหัวใจจักรกลที่ใกล้หมดอายุขัย เอเลียส วอล์คเกอร์ ไม่ได้มองหน้าจอแสดงสถานะพลังงานที่กะพริบเตือนสีส้มมานานกว่ายี่นาทีแล้ว สมาธิทั้งหมดของเขาถูกดึงดูดด้วยคราบออกซิเดชันสีสนิมเหล็กบนท่อความดันหลัก ซึ่งเป็นหลักฐานทางกายภาพที่ฟ้องชัดว่า ระบบหล่อเย็นของสถานีอวกาศแห่งนี้กำลังถูกกัดกร่อนจากภายใน เหมือนมะเร็งร้ายที่ลุกลามอย่างไร้ความปรานี “คุณกำลังใช้สายตาสำรวจความล่มสลายของผม หรือกำลังคำนวณมูลค่าความเสียหายเพื่อยื่นฟ้องเบื้องบนกันแน่ครับ, วอล์คเกอร์” เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานของ ดร.ไอริส วานซ์ ดังแทรกความเงียบขึ้นมาจากมุมอับของระเบียงบริการระบบท่อ เธอไม่ได้สวมเสื้อคลุมทางการของทูตสันติภาพในเวลานี้ มีเพียงเสื้อเชิร์ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและรอยเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจางๆ บนปกเสื้อ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ ‘ทูตผู้ไร้ที่ติ’ ของเธอดูลดทอนความน่าเกรงขามลงเล็กน้อย แต่กลับเพิ่มความน่าค้นหาในระดับที่วิศวกรผู้เย็นชาอย่างเขาต้องหันไปมอง เอเลียสปิดฝาครอบเครื่องมือวัดในมือด้วยเสียงกริ๊กที่ดังสนั่นในความเงียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนพิงโครงสร้างเหล็กค้ำยันอย่างไม่ยี่หระ “ผมแค่กำลังคิดว่า… สนิมพวกนี้ใช้เวลาสะสมมานานแค่ไหนแล้วถึงจะกัดกร่อนเหล็กกล้าหนาหนิ้วให้ทะลุได้” เอเลียสตอบ น้ำเสียงเรียบสนิทไร้คลื่นอารมณ์ “บางครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของปัจจุบัน แต่มันถูกฝังรากไว้ตั้งแต่ตอนที่พวกคุณเลือกใช้วัสดุราคาถูกเพื่อประหยัดงบประมาณในขั้นตอนการออกแบบเมื่อสิบปีก่อนต่างหาก” ไอริสแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของเธอมันช่างบางเบาและเต็มไปด้วยความขมขื่น ดวงตาสีเทาเข้มคู่นั้นไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามสัญชาตญาณของการเป็นนักการทูตอาชีพ “คุณเก่งเรื่องการโยนความรับผิดชอบให้ระบบโครงสร้างเสมอเลยสินะครับ, วอล์คเกอร์” เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ระยะประชิด กลิ่นจางๆ ของกาแฟดำผสมกับโอโซนจากแผงวงจรกระจายเข้ามาแตะจมูก “แต่บางที… คุณอาจจะลืมไปว่า วัสดุราคาถูกเหล่านั้นไม่ได้ถูกจัดซื้อโดยคณะกรรมการกลางอย่างไร้เหตุผล แต่มันถูกอนุมัติด้วยลายเซ็นของบุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมอาวุโสของโปรเจกต์นี้” บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายสิบองศาในเสี้ยววินาที เอเลียสชะงักไปเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวราวกับพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านคำพูดนั้น “คุณหมายความว่ายังไง” เสียงของเอเลียสต่ำลง เกือบจะเป็นกระซิบ ไอริสไม่หลบสายตา เธอยื่นแฟ้มข้อมูลดิจิทัลขนาดพกพาที่ถูกเข้ารหัสระดับสูงสุดส่งให้เขา หน้าจอสีฟ้าสะท้อนลงบนแว่นตานิรภัยของวิศวกรหนุ่ม เผยให้เห็นรายชื่อ ควาญลับ และบันทึกการประชุมภาคผนวกของ ‘โปรเจกต์ไอคารัส’ เมื่อสิบสองปีก่อน—ชื่อของหัวหน้าทีมวิศวกรผู้รับผิดชอบการจัดซื้อวัสดุก่อสร้างโครงสร้างหลัก ปรากฏหราอยู่บนบรรทัดบนสุดด้วยตัวอักษรสีแดงเด่นชัด *เดวิด วอล์คเกอร์* ชื่อนั้น… คือชื่อของพ่อผู้ล่วงลับของเขาเอง “นี่มัน… เป็นไปไม่ได้” เอเลียสพึมพำ มือที่ถือแฟ้มข้อมูลสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยเลือนรางผุดวาบขึ้นมาในหัว ภาพของพ่อผู้เคร่งครัด นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานกองโตด้วยแปลนพิมพ์เขียว พร้อมกับคำสอนเรื่องจรรยาบรรณวิศวกรที่เขาถือปฏิบัติมาตลอดชีวิต ผู้ชายคนนั้นน่ะหรือ… คือคนที่เซ็นอนุมัติให้ใช้วัสดุห่วยแตกที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมในภายหลัง? “ความจริงมักจะน่าเกลียดเสมอเมื่อเราพยายามขุดมันขึ้นมาจากหลุมศพ, เอเลียส” ไอริสพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งและท่าทีถือดีเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของนักการทูต “ฉันรู้ว่ามันเจ็บปวดที่จะต้องยอมรับว่า คนที่เราเคารพรักที่สุด อาจเป็นต้นเหตุของรอยแผลเป็นที่กัดกินจิตใจคุณมาตลอดหลายปีนี้” “คุณไปได้ข้อมูลนี้มาจากไหน” เอเลียสเงยหน้าขึ้น จ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและระแวงแคลงใจ “เอกสารระดับนี้ถูกกวาดล้างออกไปจากเซิร์ฟเวอร์กลางตั้งแต่ก่อนที่สถานีนี้จะเปิดใช้งานเสียอีก ทำไมมันถึงมาอยู่กับคุณได้?” “เพราะฉันไม่ได้บังเอิญเจอหรอกครับ” ไอริสถอนหายใจยาว เบนสายตาไปมองท่อส่งความเย็นที่ยังคงส่งเสียงฮัมเบาๆ “ตระกูลวานซ์ของฉัน… มีส่วนเกี่ยวข้องกับบอร์ดบริหารที่ผลักดันโปรเจกต์นี้ตั้งแต่เริ่มต้น พ่อของคุณถูกบีบให้ต้องเซ็นเอกสารฉบับนั้น เพื่อแลกกับการปกป้องชีวิตของลูกเรือชุดแรก รวมถึง… ปกป้องครอบครัวของคุณเอง” คำว่า ‘ปกป้องครอบครัว’ กระแทกเข้ากลางใจของเอเลียสราวกับค้อนโลหะหนา เขากัดฟันแน่นจนได้ยินเสียงกรอด ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่อความอยุติธรรมของระบบ เปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าหาความจริงที่บิดเบี้ยวนี้ทันที ปมในใจที่เขาแบกรับมาตลอดว่าตัวเองคือผู้ผิดพลาดที่ทำให้ลูกเรือตาย บัดนี้กลับถูกเปิดโปงว่า มันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองข้ามดวงดาวที่ใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์ตัวเล็กๆ จะต่อกรได้ “หมายความว่า… พ่อของผมไม่ได้โง่เขลา และไม่ได้ทุจริตเพื่อเงิน” เอเลียสเค้นเสียงถาม ร่างกายเริ่มเกร็งเครียด “แต่เขาถูกใช้เป็นแพะรับบาป ตั้งแต่วินาทีแรกที่เซ็นชื่อลงไปในกระดาษแผ่นนั้นใช่ไหม?” ไอริสพยักหน้าช้าๆ “ใช่ครับ และคนที่วางแผนทั้งหมดนี้ เพื่อโยนความผิดให้วิศวกรผู้อยู่เบื้องล่าง… ยังคงนั่งอยู่บนสภาสูงในเวลานี้ และพวกเขาก đangพยายามปิดปากทุกคนที่รู้ความจริง รวมถึงตัวเราสองคนด้วย” ก่อนที่เอเลียสจะได้เอ่ยคำถามใดเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สווกสว่างวาบไปทั่วทั้งเซกเตอร์ 7 พร้อมกับเสียงระบบป้องกันอัตโนมัติที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงสังเคราะห์ที่เย็นชา *[แจ้งเตือน: ตรวจพบการตัดขาดการเชื่อมต่อเครือข่ายภายนอก ระบบระบายอากาศในเซกเตอร์นี้กำลังถูกปิดตายโดยคำสั่งฉุกเฉินจากศูนย์กลาง]* ประตูกลไกโลหะหนาหนักด้านหลังของทั้งสองคนเลื่อนปิดลงกระแทกกันด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ปิดกั้นเส้นทางหนีเดียวที่มีอยู่จนมืดสนิท เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบสลับกับความมืดมิด เอเลียสดึงไอริสเข้ามาหลบหลังโครงสร้างเหล็กค้ำยันตามสัญชาตญาณ มือขวากระชับประแจเลื่อนไฮดรอลิกในมือแน่น ดวงตากวาดมองความมืดเบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง ในความเงียบสงบที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังเดินเข้ามาใกล้… ไม่ใช่เสียงของระบบอัตโนมัติ แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทของมนุษย์ที่เคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบและไร้ความปรานี “ดูเหมือนว่า… เราจะอยู่ ‘รู้มากเกินไป’ เร็วกว่าที่คิดเสียแล้วนะครับ, ดร.วานซ์” เอเลียสกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ตื่นตัว ไอริสไม่ตอบคำเธอ เอื้อมมือมาแตะแขนของเขาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือน ก่อนที่แสงไฟฉายลำแรงสูงจากปลายกระบอกปืนพลาสม่าจะสาดส่องทะลุผ่านกลุ่มควันจางๆ ที่พุ่งออกมาจากท่อระบายอากาศเข้ามาในระยะประชิด—พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่เอเลียสจำได้ไม่มีวันลืม! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความมืดมิดนี้ร่วมกันนะครับ — ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%