เสียงคำรามต่ำของพัดลมระบายความร้อนในห้องเซิร์ฟเวอร์สำรองดังสะท้อนก้องในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงดนตรีแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่มันคือเสียงสะอื้นของระบบที่กำลังจะขาดใจตายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
"ถ้าคุณยังกดคำสั่งด้วยความลังเลแบบนั้น แผงวงจรควบคุมหลักจะถูกล็อกถาวรภายในสิบวินาที และเราทั้งคู่จะกลายเป็นแค่วัตถุโบราณลอยเคคว้างในวงโคจรต่ำ"
เสียงทุ้มต่ำของเอเลียส วอล์คเกอร์ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอคอนโซลที่สาดกระทบใบหน้าด้านข้างซึ่งเต็มไปด้วยหยเหงื่อ เขาไม่ได้หันไปมองคู่สนทนา ดวงตาสสีเทาเข้มยังคงจดจ่ออยู่กับการถอดรหัสสายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่เชื่อมต่อกับหน่วยความจำหลักของสถานีอวกาศ
ด้านหลังแผงควบคุมฝั่งตรงข้าม ดร.ไอริส วานซ์ ขบกริมฝีปากแน่นจนซีดขาว นิ้วเรียวยาวที่สวมถุงมือกันกระแสไฟฟ้าสถิตค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ชีวะมิติ เธอไม่ได้โต้ตอบในทันที ความเงียบงันระหว่างพวกเขาไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันอัดแน่นไปด้วยแรงเสียดทานทางอุดมการณ์ที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
"ฉันไม่ได้ลังเล เอเลียส... ฉันกำลังคำนวณความเสี่ยง" ไอริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคง แม้ว่าด้ามจับปืนพกเลเซอร์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวจะสั่นระริกเล็กน้อยจากแรงเหวี่ยงของระบบแรงโน้มถ่วงเทียมที่เริ่มแปรปรวน "ถ้าเราส่งข้อมูลทั้งหมด 1.2 เทराबายต์นี้กลับไปยังศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินโดยไม่ผ่านการเข้ารหัสชั้นที่สาม ระบบความปลอดภัยของสภาอาณานิคมจะตรวจจับสัญญาณ และพวกมันจะตัดสายใยแก้วนำแสงทิ้งทันทีก่อนที่ข้อมูลจะวิ่งไปถึงครึ่งทาง"
"แล้วคุณคิดว่าพวกมันจะปล่อยให้เรามีชีวิตรอดไปถึงขั้นตอนการเข้ารหัสชั้นที่สามหรือไงครับ ดร.วานซ์?" เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณยังมีความศรัทธาเหลืออยู่อีกเหรอ กับระบบที่คุณรับใช้มาตลอดชีวิต ระบบที่สั่งให้กวาดล้างลูกเรือทั้งสถานีเพื่อปิดปากเรื่องสารพิษรั่วไหล"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับใบมีด ไอริสชะงัก ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนที่คร่าชีวิตลูกเรือนับสิบชีวิตผุดขึ้นมาในหัวของเอเลียสราวกับฉายซ้ำ เขายังคงจำกลิ่นไหม้ของฉนวนไฟฟ้าและสัมผัสเย็นเยียบของร่างไร้วิญญาณที่เขาไม่สามารถช่วยไว้ได้ ความผิดพลาดครั้งนั้นสร้างรอยแผลเป็นในจิตใจที่ไม่มีวันจางหาย และมันคือเหตุผลเดียวที่ทำให้วิศวกรผู้เย็นชาคนนี้ยอมเอาคอขึ้นไปพาดบนเขียงเพื่อแลกกับการเปิดโปงความจริง
"ฉันไม่ได้ศรัทธาในระบบ... ฉันศรัทธาในความถูกต้อง" ไอริสตอบกลับ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้น "และนั่นคือเหตุผลที่เราต้องส่งข้อมูลนี้ไปให้ถึงมือสื่ออิสระ ไม่ใช่ส่งตรงให้สภาอาณานิคม ถ้าคุณส่งมันไปผิดที่ ทุกอย่างที่เราแลกมาจะกลายเป็นศูนย์"
เอเลียสหยุดมือที่กำลังเชื่อมต่อสายไฟ สายตาคมกาลมองลอดแว่นตานิกรผ่านความมืด เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขามีน้อยเสียจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เจือด้วยความตึงเครียด แววตาของทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ คนหนึ่งคือวิศวกรผู้มองโลกผ่านตรรกะและเครื่องจักร อีกคนคือทูตสันติภาพผู้ติดอยู่ในกรงทองแห่งกฎระเบียบ แต่ในวินาทีนี้ ทั้งสองกลับยืนอยู่บนเส้นขนานเดียวกันอย่างน่าประหลาด
"ตกลงครับ..." เอเลียสยอมอ่อนข้อลงเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว "เราจะส่งผ่านโครงข่ายสำรองของสถานีวิจัยดาวหาง แต่คุณต้องเป็นคนออกคำสั่งยืนยันผ่านรหัสผ่านส่วนตัวของคุณ เพราะระบบชีวะมิติของผมถูกขึ้นบัญชีดำเป็นกบฏไปเรียบร้อยแล้ว"
ไอริสพยักหน้ารับช้าๆ ความไว้เนื้อเชื่อใจที่พวกเขาสร้างร่วมกันทีละน้อยท่ามกลางความเป็นความตาย กำลังทำหน้าที่เป็นกาวใจที่ยึดโยงพวกเขาไว้ เธอยื่นมือไปทาบลงบนเครื่องสแกนลายมือ ร่างกายของเธอเกร็งขึ้นเมื่อสัญญาณไฟสีแดงกะพริบเตือนว่ากำลังถูกตรวจสอบจากระบบส่วนกลางของสถานี
*ติ๊ด... ติ๊ด... กำลังเชื่อมต่อ*
หน้าจอหลักปรากฏแถบแสดงความคืบหน้าของการถ่ายโอนข้อมูล 10%... 25%... 40%...
"เร็วเข้า..." เอเลียสพึมพำ ดวงตาสอดส่องไปยังมอนิเตอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวภายนอกห้องควบคุม
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดสว่างวาบไปทั่วห้องเซิร์ฟเวอร์ เสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงจากทางเดินด้านนอกบ่งบอกว่าทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัทกำลังตัดประตูเข้ามาด้วยความเร็วสูง
"พวกมันมาถึงชั้นนี้เร็ieวเกินไป!" ไอริสอุทาน เสียงของเธอขาดหายไปเมื่อแรงสั่นสะเทือนจากการระเบิดทำลายประตูทางเข้าทำให้ชั้นวางเซิร์ฟเวอร์ด้านหลังเอียงวับ
"ข้อมูลเพิ่งจะวิ่งไปได้ 78เปอร์เซ็นต์!" เอเลียสคำรามลั่น ขาของเขาถีบเข้าที่แผงควบคุมสำรองเพื่อเปลี่ยนเส้นทางจ่ายไฟทั้งหมดไปที่เสาอากาศส่งสัญญาณระยะไกล "ถ้าเราตัดสัญญาณตอนนี้ ทุกอย่างจะพังทลาย!"
"คุณหนีไปก่อนสิ เอเลียส! รหัสผ่านของฉันผูกติดอยู่กับตัวเครื่อง ถ้ายกเลิกตอนนี้คุณจะหนีไม่พ้นความผิดฐาน..."
"หุบปากซะ แล้วยืนยันการส่งข้อมูลต่อซะ!" เอเลียสตะคอกเสียงกร้าว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดุดันที่เจือด้วยความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง "ผมไม่ได้อดทนทำงานร่วมกับผู้หญิงหัวดื้ออย่างคุณมาครึ่งค่อนเดือน เพื่อให้คุณมาสละสิทธิ์ในวินาทีสุดท้ายแบบนี้!"
ไอริสกะพริบตาถี่ด้วยความตกใจ ประโยคนั้นและแววตาที่สะท้อนอยู่ในความมืดทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ มือของเธอกดลงบนปุ่มยืนยันครั้งสุดท้ายอย่างหนักแน่น ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะกำลังใกล้เข้ามาทุกที ประตูห้องเซิร์ฟเวอร์ที่บุด้วยโลหะหนากำลังถูกความร้อนจากลำแสงพลาสม่าหลอมละลายจนเกิดเป็นรอยแยกสีส้มจ้า
95%... 98%... 99%...
"ส่งสำเร็จ..." เสียงสังเคราะห์จากระบบดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่เปลี่ยนเป็นสีเขียว
แต่ความโล่งใจยังไม่ทันได้เดินทางมาถึงตัว ประตูเหล็กด้านหลังก็พังทลายลงพร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบ ร่างของชายในชุดเกราะกันกระแทกสีดำสนิทหลายนายก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธเลเซอร์ที่เล็งตรงมายังพวกเขา ทว่าสิ่งที่ทำให้เอเลียสและไอริสต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่กระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้า
แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังแทรกขึ้นมาด้วยข้อความสีแดงฉานบนหน้าจอหลัก—ข้อความที่ไม่มีใครคาดคิด และพลิกสถานการณ์ทั้งหมดในพริบตา
*คำเตือน: ตรวจพบการเปลี่ยนเส้นทางปลายทางอัตโนมัติ ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์นิรนามของ "บุคคลที่สาม" นอกระบบสุริยะ...*
ไอริสหันขวับมามองเอเลียสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความตกใจสุดขีด ขณะที่วิศวกรหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เพราะรหัสผ่านลับที่ใช้เปลี่ยนเส้นทางเมื่อครู่... ไม่ใช่รหัสของเขา และก็ไม่ใช่รหัสของเธอเช่นกัน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บด้วยกันนะครับ — ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 24
ความหวังที่ริบหรี่
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!