วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 16

อุบัติเหตุที่ตั้งใจ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“ระบบระบายความร้อนของเซกเตอร์เจ็ดไม่ได้ล้มเหลวเพราะแรงดันเกินครับ... มันถูกจงใจปลดวาล์วออกตั้งแต่สามนาทีแรกก่อนที่สัญญาณเตือนจะดังเสียอีก” เสียงทุ้มต่ำของเอเลียส วอล์คเกอร์ดังแทรกเสียงหวีดหางของระบบฉุกเฉินที่กำลังกรีดร้องระงมไปทั่วห้องควบคุมหลัก แสงไฟสีแดงฉานกะพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมอสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมสันและไร้ซึ่งความตื่นตระหนก นิ้วมือเรียวยาวภายใต้ถุงมือกันความร้อนยังคงรัวลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูงเพื่อพยายามดึงข้อมูลแบ็กอัพสำรองขึ้นมา ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นศูนย์ ดร.ไอริส วานซ์ ขยับแว่นกรอบโลหะบนสันจมูกเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าจอแสดงสถานะเครือข่ายที่ตอนนี้แถบสีเขียวแห่งความเสถียรทยอยเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทีละจุดราวกับโรคระบาดลุกลาม เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกเช่นกัน ในฐานะทูตพิเศษผู้ผ่านสมรภูมิเจรจาข้ามดวงดาวมานับไม่ถ้วน ไอริสรู้ดีว่าความกลัวคือความฟุ่มเฟือยที่สุดในสถานการณ์วิกฤต “หน่วยล้างข้อมูล (Data Purge Protocol)” ไอริสทวนคำ เสียงของเธอเรียบสนทนาราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าแววตากลับลึกล้ำและเต็มไปด้วยการประเมินสถานการณ์ “คุณกำลังหมายความว่า มีคำสั่งระดับสูงจากสภาอาณานิคมสั่งลบเซิร์ฟเวอร์หลักของสถานีแห่งนี้ทิ้ง เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐานเรื่องโครงการวิจัยใต้ดินสินะครับ... อ้อ ขอโทษที ผมติดนิสัยพูดครับจากคุณมา” เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่สงวนไว้สำหรับคู่เจรจาที่กำลังจนมุม เอเลียสหยุดมือชั่วขณะ เขาสบตาเธอลอดผ่านแสงเรืองรองของหน้าจอโฮโลแกรม ดวงตาสสีเทาเข้มของวิศวกรหนุ่มเต็มไปด้วยความร้าวรานและคราบเขม่าจากการทำงานหนัก “ไม่ใช่แค่การกลบเกลฐานครับ ดร.วานซ์... พวกมันกำลังทำให้สถานีนี้กลายเป็นหลุมศพ เพื่อไม่ให้มีใครสาวไปถึงต้นตอของคำสั่ง” บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา แม้เบื้องหน้าจะเป็นหายนะระดับโครงสร้างที่อาจพรากชีวิตคนนับร้อยบนสถานีอวกาศแห่งนี้ แต่พลังงานที่ขับเคลื่อนพวกเขากลับเป็นการปะทะกันทางปัญญาและอุดมการณ์ ไอริสยืนหยัดเพื่อกฎระเบียบและองค์กรที่เธอรับใช้มาตลอดชีวิต ส่วนเอเลียสยึดมั่นในกลไกของเครื่องจักรและความจริงที่ดิบเถื่อน ทว่าในวินาทีนี้ เส้นแบ่งระหว่างศัตรูและมิตรกลับเลือนรางลงเหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่สะท้อนความตึงเครียดในห้องแคบๆ นี้ “ถ้าคำสั่งล้างข้อมูลเริ่มทำงาน ระบบหล่อลื่นแรงดันสูงในแกนปฏิกรณ์จะระเบิดภายในสิบห้านาที” เอเลียสกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาไร้ความลังเล “ผมสามารถเขียนโค้ดบล็อกเกอร์เข้าไปขัดขวางได้ แต่ผมต้องการรหัสผ่านระดับโอเมก้า ซึ่งมีเพียงทูตพิเศษอย่างคุณเท่านั้นที่มีสิทธิ์อนุมัติผ่านคีย์การ์ดชีวมิติ” ไอริสจ้องมองเขา นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าของวิศวกรหนุ่มที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า “คุณก็รู้ว่ารหัสโอเมก้าไม่ได้มีไว้สำหรับหยุดระบบทำลายตัวเอง... มันมีไว้เพื่อยืนยันการทำลายล้างอย่างสมบูรณ์แบบต่างหาก ถ้าฉันใช้มันเพื่อขัดขวาง เท่ากับฉันกำลังทรยศต่อสภาอาณานิคมโดยตรง และคุณก็รู้ดีว่าโทษของการเป็นกบฏข้ามดวงดาวคืออะไร” “ผมรู้ครับ” เอเลียสตอบรับทันควัน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย ทว่ามั่น คงหนักแน่น “แต่คุณก็รู้เช่นกันว่า หากปล่อยให้ข้อมูลชุดนั้นหายไป ชีวิตของลูกเรือทั้งหมด รวมถึงความลับที่คุณพยายามตามหาความยุติธรรมมาตลอด จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับเศษเหล็กพวกนี้ด้วย... คุณจะเลือกความภักดีต่อกระดาษแผ่นเดียวที่ไร้หัวใจ หรือเลือกความจริงที่ยังมีลมหายใจครับ” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามต่ำของเครื่องจักรที่พยายามฝืนทำงานต่อต้านคำสั่งทำลายล้าง ไอริสสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นออนโซนจางๆ และเหงื่อกาฬผสมปนเปกันในอากาศ เธอไม่ได้ลังเลเพราะความกลัวความตาย แต่เธอกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างอุดมการณ์ที่ยึดถือมาทั้งชีวิต กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังเติบโตขึ้นในใจ—ความรู้สึกที่ว่า ผู้ชายคนนี้, วิศวกรผู้เย็นชาคนนี้ คือคนเดียวในจักรวาลที่เธอสามารถไว้วางใจได้อย่างแท้จริง มือเรียวของไอริสหยิบการ์ดโลหะสีดำสนิทออกจากกระเป๋าเสื้อสูท เธอเลื่อนมันมาวางไว้บนโต๊ะควบคุมเบื้องหน้าเอเลียส ช้าๆ ทว่ามั่นคง “คุณนี่มัน... อันตรายเสียจริงนะ เอเลียส วอล์คเกอร์” เธอเอ่ยเสียงกระซิบ แววตาฉายประกายท้าทาย “ถ้าเรา รอดจากคืนนี้ไปได้ ผมจะถือว่าคุณเป็นหนี้ชีวิตผมหนึ่งครั้ง... และเราค่อยมาคุยกันเรื่องนิยามของความยุติธรรมอีกรอบ” เอเลียสยมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหายากที่ทำให้ใบหน้าเคร่งขรึมดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา “ตกลงครับ ดร.วานซ์” นิ้วของเอเลียสแตะลงบนคีย์การ์ดชีวมิติ รหัสผ่านระดับโอเมก้าถูกป้อนเข้าสู่ระบบหลัก แถบสีแดงบนหน้าจอโฮโลแกรมกระพริบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอัมพัน ระบบการล้างข้อมูลถูกระงับไว้ชั่วคราวอย่างเฉียดฉิว เสียงกรีดร้องของสัญญาณเตือนภัยลดระดับความดังลง กลายเป็นเสียงฮัมต่ำๆ ที่บ่งบอกว่าพวกเขายังมีลมหายใจต่อสู้ในเกมนี้ ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลง เสียงแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ก็ดังขึ้นจากเทอร์มินัลลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานของสถานี—เทอร์มินัลที่ไม่มีใครควรเข้าถึงได้นอกจากผู้ดูแลระบบสูงสุด หน้าจอสีดำสนิทปรากฏตัวอักษรวิ่งขึ้นทีละบรรทัดอย่างช้าๆ ด้วยฟอนต์โบราณที่ไม่เคยใช้ในระบบปัจจุบัน: *[สิทธิ์โอเมก้าถูกใช้งาน: ยืนยันตัวตนสำเร็จ]* *[ตรวจพบการเข้าถึงจากภายนอก: ต้นทางมาจากยานสำรวจ 'ไอคารอส' ที่ควรจะสูญหายไปเมื่อสิบปีก่อน]* *[ข้อความถึง เอเลียส วอล์คเกอร์: ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกชาย]* เอเลียสชะביกมือค้างกลางอากาศ ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ดวงตาสีเทาเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่รุนแรงที่สุดในชีวิต ขณะที่ไอริสเหลียวมองหน้าจอนั้นด้วยสีหน้าซีดเผือด เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... เกมที่พวกเขาคิดว่ากำลังควบคุมอยู่ แท้จริงแล้วเป็นเพียงหมากตาเดียวในกระดานของใครบางคนที่มีชีวิตอยู่ก่อนที่สถานีแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นเสียอีก —แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%