กลิ่นออนซ์ของโอโซนและน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องควบคุมแรงดันอากาศ สัญญาณเตือนภัยสีเหลืองอำพันกระพริบวับวาบ สะท้อนบนกระจกหมวกนิรภัย EVA ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เอเลียส วอล์คเกอร์กำลังใช้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือไนลอนสีดำขันสกรูไทเทเนียมตัวสุดท้ายบนแผงควบคุมระบบชีวิตรองอย่างเชื่องช้า ความเงียบงันภายในสถานีอวกาศเซนทอรีในยามนี้ช่างวังเวง มีเพียงเสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องปั่นไฟหลักที่ดังสะท้อนผ่านโครงสร้างโลหะเข้ามาถึงกระดูก
"ออกซิเจนสำรองในชุดของคุณเหลือสำหรับเวลามาตรฐานอีกร้อยสี่นาที เอเลียส... และนั่นคือตัวเลขในกรณีที่คุณอยู่นิ่งๆ ไม่ใช่ออกไปห้อยต่องแต่งอยู่ข้างนอกฮัลล์ท่ามกลางพายุเศษซากดาวเทียม"
เสียงของ ดร.ไอริส วานซ์ ดังผ่านระบบสื่อสารภายใน น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ แต่เจือด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ระเบียบวินัยของทูตพิเศษ
เอเลียสเงยหน้าขึ้นจากแผงวงจร ดวงตาคมกริบมองทะลุกระจกใสไปยังหน้าจอหลักที่แสดงภาพจำลองสามมิติของภายนอกสถานี ส่วนที่เสียหายยื่นออกไปเหมือนกระดูกหัก โครงสร้างโลหะบิดเบี้ยวจากแรงกระแทกของอุกกาบาตขนาดจิ๋วเมื่อสองชั่วโมงก่อน
"ถ้าผมไม่ทำตอนนี้ ระบบระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์จะล่มภายในหกชั่วโมง... ดร.วานซ์" เอเลียสตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับไหล่เพื่อทดสอบความยืดหยุ่นของชุดอวกาศหนักอึ้ง "คุณก็รู้ดีว่าทางเลือกอื่นมันแย่กว่าการให้ผมออกไปข้างนอกเสียอีก"
"ฉันแค่อยเตือนในฐานะคนที่ต้องทำรายงานเบื้องบนถ้าหากคุณกลายเป็นชิ้นส่วนอวกาศลอยเค្វ้ง" ไอริสถอนหายใจเบาๆ ผ่านไมโครโฟน เสียงลมหายใจของเธอสร้างความรู้สึกใกล้ชิดที่แปลกประหลาดท่ามกลางความหนาวเหน็บของสุญญากาศ "ตรวจสอบตัวล็อกแม่เหล็กที่ข้อเท้าอีกครั้ง ฉันไม่อยากเห็นคุณหลุดลอยไปในทางช้างเผือกเพราะความประมาท"
"ผมไม่เคยประมาทเรื่องความตาย... มันเป็นสิ่งเดียวที่เราคาดเดาได้แม่นยำที่สุดในงานวิศวกรรม" เอเลียสคว้าหมวกนิรภัยมาสวมล็อกเข้ากับคอเสื้ออย่างทะมัดทะแมง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเสียงลมหายใจของตนเองที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความมืด
ห้องล็อกเกอร์แรงดันค่อยๆ สูบลมออก แรงกดที่กดทับร่างกายลดลงจนรู้สึกเบาหวิว ประตูชั้นนอกเลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ลมหายใจสะดุด เบื้องหน้าไม่ใช่ความมืดมิดธรรมดา แต่เป็นมหาสมุทรแห่งดวงดาวที่ไร้ขอบเขต และโค้งสีฟ้าครามของดาวเคราะห์เบื้องล่างที่ส่องประกายเรืองรองราวกับอัญมณีมีค่าท่ามกลางความหนาวเหน็บของเอกภพ
เอเลียสเกาะยึดราวจับโลหะด้วยแม่เหล็กที่รองเท้า ก้าวเดินออกสู่สุญญากาศทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ทุกการเคลื่อนไหวต้องใช้พลังงานกล้ามเนื้อและการคำนวณแรงเฉื่อยอย่างแม่นยำ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยหมายถึงการลอยเค្វ้งอย่างไร้จุดสิ้นสุด
"ไอริส... ผมถึงจุดเสียหายแล้ว" เสียงของเอเลียสทุ้มต่ำผ่านคลื่นวิทยุ "ความเสียหายลึกกว่าที่ประเมินไว้ แผ่นฉนวนกันความร้อนฉีกขาด และสายเคเบิลข้อมูลหลักถูกตัดขาดครึ่งหนึ่ง"
ภายในห้องควบคุมหลัก ไอริสจ้องมองหน้าจอภาพจากกล้องติดหมวกของเอเลียส มือเรียวของเธอกำคันโยกควบคุมแขนกลอุตสาหกรรมระยะไกลแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด หน้าจอตรงหน้าเต็มไปด้วยตัวเลขสถานะและกราฟฟิกเตือนภัยที่กระพริบเตือนสีแดงฉาน
"ฉันเห็นแล้ว เอเลียส... แรงโน้มถ่วงจำลองรอบนอกกำลังรบกวนคลื่นสัญญาณของคุณ ฉันจะส่งแขนกลไปช่วยพยุงน้ำหนักตัวคุณไว้ อย่าเพิ่งขยับ" ไอริสออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาของเธอฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นภาพเอเลียสยืนอยู่บนขอบเหวของสถานีโดยมีเพียงสายสะพายเส้นเดียวที่รั้งไว้
"ผมขยับเองได้..."
"อย่าดื้อรั้นนะ เอเลียส! ฉันเป็นคนควบคุมระบบค้ำจุนชีวิตของคุณในตอนนี้ จงทำตามโปรโตคอล!" ไอริสตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมจนคนฟังต้องชะงัก
เอเลียสชะอักไปเล็กน้อย มุมปากใต้หมวกกระตุกยิ้มจางๆ "รับทราบครับ... ท่านทูต"
แขนกลอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เคลื่อนตัวผ่านความมืดอย่างเชื่องช้า ปลายกรงเล็บเหล็กพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่เอเลียสยืนอยู่ ไอริสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นิ้วมือเรียวยาวบังคับจอยสติ๊กอย่างนุ่มนวลเพื่อไม่ให้แรงกระแทกของเครื่องจักรทำอันตรายชายหนุ่มที่อยู่ภายนอก
เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นผ่านระบบนำสัญญาณ เมื่อเอเลียสเริ่มใช้ประแจเลเซอร์ตัดชิ้นส่วนโลหะที่เสียหายออก ประกายไฟสีส้มพุ่งกระจายออกไปในสุญญากาศอย่างไร้เสียง กลายเป็นภาพที่งดงามและอันตรายในเวลาเดียวกัน
"อีกนิดเดียว... สายเคเบิลสำรองกำลังจะเชื่อมต่อ" เอเลียสพึมพำกับตัวเอง เหงื่อเม็ดโตไหลซึมลงมาที่ขมับขณะที่ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้น "ไอริส แรงดันในชุดผมเริ่มตกเล็กน้อย..."
"ฉันเห็นอัตราการเต้นของหัวใจคุณพุ่งสูงขึ้น พักการเชื่อมต่อเดี๋ยวนี้!" ไอริสสั่งเสียงเข้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองกราฟชีพจรบนหน้าจอด้วยความกระวนกระวายใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน "เอเลียส! ถอยออกมาจากจุดนั้นทันที!"
"ถ้าผมถอยตอนนี้ งานทั้งหมดจะล่ม และพวกเราจะ..."
คำพูดของเอเลียสขาดหายไปพร้อมกับเสียงระเบิดเบาๆ จากแผงวงจรไฟฟ้าภายนอก ประกายไฟสاخรพุ่งเข้าใส่หน้ากากหมวกนิรภัยของเขาจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว แรงกระแทกจากการระเบิดทำให้ร่างของวิศวกรหนุ่มเสียหลักหลุดจากการยึดเกาะของแม่เหล็ก ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วออกไปจากตัวสถานีอย่างไร้การควบคุม
"เอเลียส!" ไอริสหวีดร้องออกมาลั่นห้องควบคุม หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นิ้วมือรัวแป้นพิมพ์และกระชากคันโยกควบคุมแขนกลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้ "ยึดฉันไว้! ฉันคว้าคุณไว้แล้ว!"
แขนกลพุ่งทะยานออกไปในความมืดด้วยความเร็วสูง ปลายกรงเล็บเหล็กคว้าเข้าที่สายสะพายฉุกเฉินของเอเลียสได้อย่างเฉียดฉิว แรงกระชากอย่างรุนแรงทำให้ร่างของเขากระแทกเข้ากับโครงสร้างสถานีอย่างจัง เสียงลมหายใจหอบถี่ดังสนั่นในหูฟังของไอริส
ความเงียบงันกลับคืนมาอีกครั้ง มีเพียงเสียงเตือนภัยอัตโนมัติที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
เอเลียสนอนนิ่งอยู่บนแผงโครงสร้างภายนอก หน้ากากหมวกมีรอยร้าวเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาปิดสนิท
"เอเลียส... ได้ยินฉันไหม? ตอบฉันหน่อย..." ไอริสเรียกชื่อเขาซ้ำๆ น้ำเสียงสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกกลัวที่เธอไม่เคยสัมผัสมานานนับปีถาโถมเข้ามาในอก
ผ่านไปชั่วอึดใจ ร่างในชุดอวกาศสีขาวขยับเล็กน้อย หน้ากากหมวกหันกลับมามองกล้องวงจรปิดภายนอก เอเลียสสูดหายใจเข้าลึก เสียงถอนหายใจโล่งอกดังผ่านลำโพง
"ผมยังไม่ตายหรอกครับ... ดร.วานซ์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนล้า "ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้อีกครั้ง"
ไอริสทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ควบคุม มือเรียวยกขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่าความบุ่มบ่ามของเขา สัญญาณเตือนภัยรูปแบบใหม่ก็ดังขึ้นกะทันหัน เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสลับกับเสียงเตือนระดับวิกฤตดังลั่นไปทั่วห้องควบคุม
หน้าจอหลักไม่ได้แสดงสถานะความเสียหายของตัวสถานีอีกต่อไป แต่กลับปรากฏข้อความเข้ารหัสลับจากดาวเคราะห์เบื้องล่าง—ข้อความที่ระบุรหัสประจำตัวขององค์กรลับที่ไอริสกำลังตามสืบอยู่ และที่สำคัญที่สุด... มันคือสัญญาณที่ส่งตรงมาจากห้องเก็บเอกสารลับสุดยอดที่ไม่มีใครในสถานีล่วงรู้ว่ามีอยู่จริง
"ไอริส..." เสียงของเอเลียสดังแทรกเข้ามาด้วยความประหลาดใจปนสงสัย "คุณเห็นโค้ดลับนั่นไหม? มันไม่ได้มาจากระบบของเซนทอรี... มันถูกส่งมาจากภายในห้องทำงานส่วนตัวของคุณเอง"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะครับ
— ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 17
การซ่อมแซมที่อันตราย
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!