วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 3

กฎเหล็กของวิศวกร

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงโลหะสะท้อนก้องในโพรงอากาศปิดทึบของห้องควบคุมระบบระบายความร้อน มันไม่ใช่เสียงของการทำงานปกติ แต่เป็นเสียงก้องกังวานของประแจทอร์กขนาดสิบสองนิ้วที่ถูกกระแทกเข้ากับผนังอลูมิเนียมอัลลอยด์อย่างจงใจ เอเลียส วอล์คเกอร์ ไม่ได้หันกลับไปมองผู้มาเยือน ดวงตาสีเทาเข้มของเขายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนภาพผังวงจรโครงสร้างสถานีอวกาศ "นิวฮอไรزنส์" นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มเคลื่อนไหวบนแป้นพิมพ์แสงอย่างแม่นยำ ทุกจังหวะของการเคาะปุ่มมีความนิ่งสนิท ราวกับเครื่องจักรที่ถูกโปรแกรมไว้ให้ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "คุณกำลังทำลายหลักการบริหารจัดการขั้นพื้นฐาน, คุณวอล์คเกอร์" น้ำเสียงของ ดร.ไอริส วานซ์ เรียบสนทนาแต่ทรงพลังพอที่จะแทรกผ่านเสียงคำรามต่ำๆ ของเครื่องปั่นไฟแรงดันสูง เธอไม่ได้ยืนอยู่ห่างจากเขามากนัก ชุดสูททางการสีครามเข้มของทูตพิเศษไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย ตัดกับบรรยากาศอันมืดทึบและกลิ่นอับของน้ำมันเครื่องในห้องเครื่องยนต์ระดับสามอย่างสิ้นเชิง เอเลียสหยุดมือลงชั่วขณะ เขาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะห่างที่ไม่ถึงสองก้าว บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงเสียดทานทางความคิดที่จับต้องได้ "หลักการเหรอครับ, ดร.วานซ์" เอเลียสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสุภาพ หากแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "สิ่งที่คุณเรียกว่า 'หลักการ' บนกระดาษแผ่นนั้น กำลังสั่งให้ผมเปิดประตูระบายอากาศหลัก เพื่อให้คณะทูตของคุณลัด 14 เปอร์เซ็นต์ของเส้นทาง... คุณรู้ไหมว่าท่อลำเลียงตรงนั้นรองรับแรงดันจากเตาปฏิกรณ์เท่าไหร่?" ไอริสไม่หลบสายตา เธอก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ปะปนกับกลิ่นฉุนของสารหล่อเย็น "ฉันได้รับคำสั่งตรงจากสภาบริหารสหพันธ์ดาวเคราะห์ ให้อำนาจสูงสุดในการตัดสินใจเส้นทางเพื่อความเร่งด่วนของการเจรจาสันติภาพ หากการลัดเส้นทางนั้นช่วยให้เราไปถึงห้องประชุมก่อนที่กลุ่มหัวรุนแรงจะเคลื่อนไหว นั่นคือความคุ้มค่าที่ต้องแลก" "แลกกับชีวิตลูกเรือเจ็ดสิบชีวิตบนสถานีนี้ รวมถึงตัวคุณและผมด้วยสินะครับ" มุมปากของเอเลียสกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "คุณมองสถานีอวกาศแห่งนี้เป็นแค่กระดานหมากรุกที่คุณจะเดินตัวไหนก็ได้ตามใจชอบ แต่สำหรับผม... ทุกๆ น็อต ทุกๆ รอยเชื่อม และทุกๆ ออนซ์ของออกซิเจนที่ไหลเวียน คือภาระผูกพันที่ผมปล่อยให้พังทลายไม่ได้อีกแล้ว" คำพูดประโยคสุดท้ายของเอเลียสทิ้งน้ำหนักลงบนบรรยากาศอย่างรุนแรง ไอริสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันของเธอหรี่ลงเมื่อจับสังเกตถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเยือกเย็นนั้น เธอย่อมรู้ประวัติของเขา—วิศวกรผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากโศกนาฏกรรมสถานีขุดเจาะ "ไพโอเนียร์-9" เมื่อห้าปีก่อน โศกนาฏกรรมที่เกิดจากการฝ่าฝืนคำสั่งของเบื้องบนเช่นนี้ "อดีตไม่ได้ช่วยให้ปัจจุบันปลอดภัยขึ้นหรอกนะ, คุณวอล์คเกอร์" ไอริสกล่าวเสียงอ่อนลงเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงความเฉียบคม "และตอนนี้... กรุณาส่งรหัสผ่านผู้ดูแลระบบระดับห้าให้ฉัน ฉันไม่มีเวลามาถกเถียงเรื่องจริยธรรมทางวิศวกรรมกับคนที่ไม่ยอมมองภาพรวม" เอเลียสพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ เขาหันหลังกลับไปหาหน้าจอโฮโลแกรมอีกครั้ง นิ้วมือจรดลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเด็ดเดี่ยว "ผมเกรงว่าจะทำตามคำขอไม่ได้ครับ" *คลิก* เสียงระบบรักษาความปลอดภัยปฏิเสธการเข้าถึงดังขึ้นเบาๆ แต่ดังก้องกังวานในความเงียบ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าไอริสเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมข้อความเตือนขนาดใหญ่: *[ACCESS DENIED: SYSTEM LOCKED BY CHIEF ENGINEER]* ไอริสสูดหายใจเข้าลึก ความโกรธระอุขึ้นในอก เธอไม่เคยถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเช่นนี้มาก่อนจากเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่? นี่คือการขัดขวางภารกิจระดับรัฐกิจ!" "ผมรู้ดีครับ" เอเลียสตอบโดยไม่หันกลับมามอง "และผมก็รู้ด้วยว่า ถ้าผมให้รหัสผ่านนั้นกับคุณ คุณจะใช้มันปลดล็อกระบบระบายความร้อนเพื่อเปิดทางลัด ซึ่งจะทำให้เซนเซอร์เตือนภัยแก๊สรั่วไหลถูกตัดการทำงานโดยอัตโนมัติ... นั่นแปลว่า หากเกิดการรั่วไหลแม้แต่นิดเดียว คนทั้งเซกเตอร์สามจะหลับไปตลอดกาลโดยไม่มีโอกาสได้รู้ตัว" "ฉันสั่งให้สถานีนี้รักษาความปลอดภัยได้!" ไอริสยกระดับเสียงขึ้นเล็กน้อย แสดงออกถึงความกดดันที่สะสมมาตลอดการเดินทางข้ามกาแล็กซี "แต่ผมคือคนที่ต้องซากศพพวกเขากลับออกมาถ้ามันพลาดครับ, ดร.วานซ์" เอเลียสหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยความแน่วแน่ที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ "เพราะฉะนั้น ในฐานะวิศวกรผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของโครงสร้างนี้... รหัสผ่านนั้นตายไปพร้อมกับผมในระบบแล้วครับ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมอีกครั้ง ทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันราวกับเสือสองตัวที่ต่างฝ่ายต่างมีเขี้ยวเล็บที่แหลมคม ไอริสจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอมองเห็นความดื้อรั้นที่น่าหงุดหงิด แต่มันก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันสูงส่งที่หาได้ยากยิ่งในยุคที่ผลประโยชน์ครอบงำทุกสิ่ง ก่อนที่ใครจะทันได้เอื้อnเอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับต่ำก็ดังขึ้น *ปี๊บ... ปี๊บ... ปี๊บ...* ไม่ใช่เสียงจากระบบระบายความร้อน แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยจากท่าเทียบเรือหมายเลข 4—จุดจอดเรือขนส่งสินค้านอกกำหนดการที่เพิ่งขอเทียบท่าเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ไอริสขมวดคิ้ว "นั่นอะไร?" เอเลียสไม่ตอบ เขารัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วเพื่อดึงภาพจากกล้องวงจรปิดของท่าเทียบเรือมาแสดงบนหน้าจอหลัก ภาพที่ปรากฏทำให้บรรยากาศภายในห้องควบคุมดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ยานขนส่งรุ่นเก่าของกลุ่มอิสระ "ซาลาส" จอดสนิทแนบกับชานชาลา ประตูทางเชื่อมเปิดออก แต่ไม่มีร่างของลูกเรือหรือนักบินก้าวออกมาสักคน มีเพียงกล่องโลหะสีดำสนิทใบหนึ่งที่ถูกผลักออกมาโดยระบบอัตโนมัติ ด้านข้างของกล่องมีสัญลักษณ์รังสีความร้อนระดับสูงกะพริบถี่เป็นจังหวะ และที่น่ากลัวที่สุดคือ—สัญญาณชีพจรทั้งหมดภายในรัศมีร้อยเมตรจากท่าเทียบเรือนั้น... ดับลงอย่างไร้สาเหตุ เอเลียสลดมือลงจากแป้นพิมพ์ ชำเลืองมองหน้าจอค่าความดันอากาศที่กำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับทูตพิเศษด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ดูเหมือนว่า... เราไม่ได้กำลังเถียงกันเรื่องเส้นทางลัดอีกต่อไปแล้วล่ะครับ, ดร.วานซ์" เอเลียสกระซิบเสียงต่ำ ขณะที่เสียงล็อกประตูนิรภัยอัตโนมัติทั่วทั้งสถานีเริ่มดังขึ้นทีละโซนราวกับเสียงคำรามของมัจจุราช "มีบางอย่าง... หรือบางคน... กำลังปลดล็อกสถานีของเราจากข้างนอก" --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%