วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 2

ทูตผู้มากับความตาย

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงโลหะขยายตัวเนื่องจากอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างกะทันหันดังขึ้น *คลิก... ครอด...* คล้ายเสียงกระดูกลั่นในความเงียบงันระดับสุญญากาศ เอเลียส วอล์คเกอร์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแผงวงจรระบายความร้อนที่กำลังถูกถอดประกอบ เขายังคงใช้ประแจหัวแม่เหล็กขันน็อตไทเทเนียมตัวสุดท้ายด้วยความแม่นยำระดับไมครอน นิ้วมือที่หยาบกร้านและมีคราบน้ำมันเครื่องฝังแน่นขยับอย่างมั่นคง แม้ว่าหัวใจของเขาจะเต้นผิดจังหวะไปสองครั้งตั้งแต่ประตูห้องควบคุมแรงดันเปิดออก "คุณกำลังซ่อมแซมซากศพด้วยเครื่องมือแพทย์" น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นชา และเจือด้วยกระแสเสียงสะท้อนจากหมวกนิรภัยที่เพิ่งถูกถอดวางไว้บนโต๊ะทำงานของเขา ดร.ไอริส วานซ์ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูกั้นเขตปลอดเชื้อ ชุดสูททูตสีเทาเข้มไร้รอยยับของเธอตัดกับบรรยากาศสนิมเขรอะและกลิ่นน้ำมันไฮดรอลิกของสถานีอวกาศ 'โอเอซิส-9' อย่างสิ้นเชิง ดวงตาสีฟ้าจัดของเธอกวาดมองสถานีวงโคจรเก่าคร่ำคร่านี้ด้วยความรู้สึกที่เอเลียสอ่านออกทันที—มันคือสายตาของนักบัญชีที่กำลังประเมินมูลค่าซากรถยนต์ที่ชนยับเยินบนทางด่วน เอเลียสค่อยๆ วางประแจลงบนถาดแม่เหล็ก เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* เบาๆ เขายืดตัวขึ้นช้าๆ ความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของเขาทำให้ต้องก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อหลบโครงสร้างท่อส่งความเย็นที่ห้อยต่ำ "ถ้าคุณหมายถึงระบบหล่อเย็นเซกเตอร์สาม มันยังหายใจอยู่ครับ ดร.วานซ์" เอเลียสตอบโดยไม่มองหน้าเธอ เสียงของเขาแหบพร่าจากการไม่ได้ใช้งานมานานหลายชั่วโมง "และมันไม่ได้ต้องการคำไว้อาลัยจากกระทรวงการต่างประเทศ มันต้องการแค่น้ำยาหล่อเย็นบริสุทธิ์เกรด A สามลิตร ซึ่งพวกคุณตัดงบมันไปเมื่อสองเดือนก่อน" ไอริสเดินเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ เจือปนอยู่กับกลิ่นอับชื้นของสถานีอวกาศที่ถูกปิดตาย เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อความหยาบคายในน้ำเสียงของเขา ตรงกันข้าม มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบarที่ไร้ความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง "คุณวอล์คเกอร์ วิศวกรระดับหัวกะทิผู้ปฏิเสธการเลื่อนขั้นไปประจำการที่สถานีโคออร์ดิเนต-1 เพื่อมาขุดทองอยู่บนก้อนเหล็กขึ้นสนิมที่กำลังจะหมดอายุสัญญา..." ไอริสเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปใกล้จนหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานของเขาเพียงก้าวเดียว เธอก้มลงมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงกราฟิกพลังงานสีแดงฉาน "คุณรู้ดีกว่าใครว่า 'โอเอซิส-9' ไม่ได้กำลังขาดแคลนน้ำยาหล่อเย็น แต่มันกำลังรอวันตายตามกำหนดการในคำสั่งเบื้องบนต่างหาก" เอเลียสจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เขาสัมผัสได้ถึงความเฉียบคมและความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ของนักการทูตสาวผู้ดี เธอไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อเจรจา แต่เธอถูกส่งมาเพื่อเป็น 'ฆาตกรเงียบ' ที่ถือเอกสารอนุมัติ "คำสั่งปิดตายสถานีและลบข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดภายในส 48 ชั่วโมง..." เอเลียสทวนคำ เสียงของเขาต่ำลงจนแทบกลายเป็นกระซิบ "นั่นคือเหตุผลที่กระทรวงส่งทูตพิเศษระดับสูงอย่างคุณบินข้ามสามระบบสุริยะมาถึงที่นี่สินะครับ เพื่อมาดูให้แน่ใจว่าอากาศยานท่อสุดท้ายจะถูกปิดวาล์วอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีใครโวยวาย" "มันไม่ใช่การฆาตกรรม แต่มันคือการุณยฆาต" ไอริสแก้คำพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่น2มั่นคงไร้ความลังเล "งบประมาณในการรักษาความดันและออกซิเจนของสถานีอายุแปดสิบปีนี้ สูญเปล่าไปกว่าสิบล้านเครดิตต่อเดือนในขณะที่อาณานิคมดาวอังคารกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนพลังงาน คุณเป็นวิศวกร คุณเข้าใจคณิตศาสตร์ดีนี่ครับ เอเลียส ชีวิตคนสามสิบคนที่นี่ กับประชากรอีกสามสิบล้านคนที่กำลังจะอดตายบนดาวอังคาร... คุณเลือกอะไร?" คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงบนบ่าของเอเลียสราวกับแรงโน้มถ่วงเทียมที่เพิ่มขึ้นเป็นสเท่าตัว ภาพเหตุการณ์ในอดีต—หน้าจอแสดงผลที่กะพริบเตือนสีแดง ความผิดพลาดของระบบระบายอากาศที่เขาประเมินค่าผิดพลาดไปเพียงเปอร์เซ็นต์เดียว จนทำให้เพื่อนร่วมงานห้าคนต้องขาดอากาศหายใจในห้องเครื่อง—แวบเข้ามาในหัว สมองของเขาร้อนผ่าราวกับแกนปฏิกรณ์ที่กำลังจะหลอมละลาย แต่เอเลียสระงับอารมณ์ไว้ได้ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งสนิทราวกับรูปสลักหินแกรนิต "คณิตศาสตร์ของคุณมันเย็นชาเกินไป ดร.วานซ์" เอเลียสโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเธอ "และคุณก็ประเมินค่ามนุษย์ต่ำเกินไปเช่นกัน... คุณคิดว่าพวกเราเป็นแค่ตัวเลขในงบดุล ที่สามารถกดปุ่มรีเซ็ตเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจชอบ" "แล้วถ้าตัวเลขพวกนั้นมันกำลังจะลากทุกคนลงเหวไปพร้อมกันล่ะคะ?" ไอริสสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีฟ้าประกายความดุดันขึ้นมาวูบหนึ่ง "คุณคิดว่าฉันอยากมาที่นี่นักหรือ? คุณคิดว่าการลงนามในคำสั่งประหารชีวิตคนสามสิบชีวิตมันเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉันงั้นเหรอ?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่เตือนว่าพลังงานกำลังจะหมดลง ทั้งสองยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดแคบลงจนเหลือเพียงช่องว่างทางความคิด—ช่องว่างที่เต็มไปด้วยความอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง แต่อีกใจหนึ่งกลับดึงดูดเข้าหากันด้วยความฉลาดและบาดแผลทางจิตวิญญาณที่คล้ายคลึงกัน ไอริสเป็นฝ่ายเบนสายตาหนีก่อน เธอกวาดมองไปรอบห้องควบคุมก่อนจะหยุดอยู่ที่ตู้เก็บเอกสารโลหะมุมห้อง ที่มีรอยกุญแจถูกงัดจนบิดเบี้ยว "ฉันได้ยินรายงานว่า มีข้อมูลการจัดสรรพลังงานส่วนเกินถูกถ่ายโอนไปยังระบบลับของสถานีเมื่อสามวันก่อน" ไอริสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเปลี่ยนเป็นโหมดการทำงานอย่างเป็นทางการ ทว่าแฝงความสงสัย "ข้อมูลนั้นไม่ได้หายไปไหนใช่ไหมครับ, คุณวอล์คเกอร์? หรือว่าคุณกำลังพยายามทำอะไรบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากข้อตกลงของสภา" เอเลียสชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—ชั่วเสี้ยววินาทีเดียวที่คนอย่างไอริสไม่มีทางพลาดสังเกตเห็น ก่อนที่เอเลียสจะทันได้เอ่ยปากแก้ตัว เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินก็ดังสนั่นหวั่นไหว *หวีด... หวีด... หวีด...* ไฟสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องควบคุมสลับกับความมืดมิด หน้าจอโฮโลแกรมหลักดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความรหัสผ่านลึกลับที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน *[ WARNING: UNAUTHORIZED OVERRIDE DETECTED IN SUB-LEVEL 4 ]* *[ PROTOCOL SILENCE HAS BEEN INITIATED FROM AN EXTERNAL SOURCE ]* ไอริสหันขวับมามองเอเลียส ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นใจของเธอบัดนี้ซีดเผือดลงเล็กน้อย "นั่นไม่ใช่คำสั่งจากกระทรวง... ใครกำลังพยายามลบระบบ?" เอเลียสไม่ได้ตอบคำถาม เขาก้มลงมองแผงควบคุมสำรองที่มือถือของเขาเชื่อมต่ออยู่ ข้อมูลที่เขากำลังซ่อนไว้เพื่อปกป้องความลับของสถานีไม่ได้ถูกเข้าถึงจากข้างนอก แต่มันกำลังถูก *ดึงออกไป* ทีละไบต์โดยบุคคลที่สามที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของสถานีแห่งนี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งกรูเข้ามาใกล้ประตูห้องควบคุม พร้อมกับเสียงกระแทกโลหะดังสนั่น *ปัง! ปัง!* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดนี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%