ประแจทอร์กซ์ขนาดแปดนิ้วหลุดจากมือ เอเลียสปล่อยให้มันร่วงดิ่งลงสู่อุโมงค์ระบายอากาศแนวตั้งอย่างไร้ความรู้สึก ไร้แรงโน้มถ่วง เสียงโลหะกระทบผนังเหล็กกล้าไร้สนิมดัง *กริ๊ง... กริ๊ง...* ยาวนานในความเงียบงัดของสถานีอวกาศเซนทอรี-เก้า ก่อนจะสงบลงในความเวิ้งว้าง
เขาไม่ได้เอื้อมมือไปคว้ามัน ดวงตาสีเทาเข้มใต้แสงไฟนีออนสีส้มสลัวของเพดานท่อแคบๆ จ้องเขม็งไปยังรอยต่อของแผงกรองอากาศภาคผนวกซี-เจ็ด คราบสีดำสนิทที่เกาะตัวอยู่บนฟิลเตอร์ไม่ใช่ฝุ่นผงจากระบบรีไซเคิล มันคือคราบน้ำมันไฮดรอลิกผสมคาร์บอนที่ถูกบีบอัดด้วยความร้อนสูง
กลิ่นฉุนจางๆ ลอยแตะจมูก กลิ่นที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน... กลิ่นเดียวกับที่เคยแผดเผาห้องเครื่องของยาน ‘โอเรียนท์-4’ เมื่อสามปีก่อน
นิ้วมือที่สวมถุงมือกันความร้อนสั่นเทาเล็กน้อย เอเลียสสูดลมหายใจลึก กวาดสายตาสำรวจรอยเชื่อมที่ถูกทำลายด้วยเลเซอร์แรงดันต่ำ รอยตัดเรียบเนียนระดับไมครอน ฝีมือแบบนี้ไม่ใช่ความเสียหายจากอุบัติเหตุ... มีใครบางคนจงใจเจาะจงปรับแต่งท่อส่งอากาศหลักของเขตที่พักอาศัยระดับสาม เพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็นห้องรมแก๊สขนาดยักษ์
หน้าจอสื่อสารที่ข้อมือสั่นเตือน ไฟสีแดงกะพริบถี่พร้อมข้อความจากศูนย์ควบคุมภาคพื้น
*“[แจ้งเตือน: กระสวยอวกาศทูตสันติภาพ ‘ดิโพลแมท-1’ ขอสิทธิ์เทียบท่าที่พอร์ตเบอร์ 4 กำหนดเวลาในอีก 3 นาที... ขอให้หัวหน้าวิศวกรประจำสถานีไปต้อนรับด้วยตนเอง ตามคำสั่งของสภาสหพันธ์ดวงดาว]”*
เอเลียสขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาผุดลุกขึ้นในสภาพตัวงอเนื่องจากความจำกัดของพื้นที่ท่อระบายอากาศ ปัดฝุ่นละอองคาร์บอนออกจากเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มที่มีตราสัญลักษณ์ของบริษัทเทอร์รา-อินดัสตรีส์ ก่อนจะเคาะปุ่มเปิดฝาครอบท่อแล้วมุดตัวออกสู่ทางเดินหลักของสถานี
แรงโน้มถ่วงเทียมของสถานีเริ่มทำงานปรับสมดุลทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสพื้นผิวโลหะ เอเลียสเดินสาวเท้ายาวๆ ไปยังลิฟต์แก้วมุ่งสู่ท่าเทียบยานอวกาศ จิตใจของเขากำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว การมาถึงของทูตพิเศษจากสภาสหพันธ์ในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่เคยเป็นเรื่องบังเอิญ และการที่ระบบระบายอากาศถูกวินาศกรรมในวันเดียวกัน ยิ่งตอกย้ำว่า "อุบัติเหตุ" ไม่มีอยู่จริงในพจนานุกรมของคนบนวงโคจร
ลิฟต์เลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง ภาพของความมืดมิดแห่งห้วงอวกาศนอกกระจกใสปรากฏเป็นฉากหลัง ดวงดาวระยิบระยับเหมือนเศษแก้วแตกบนผืนกำมะหยี่สีดำสนิท โดยมีฉากหน้าเป็นความโค้งเว้าสีฟ้าครามของดาวเคราะห์แม่ที่อยู่เบื้องล่าง ความงามอันเยือกเย็นนี้ซ่อนเร้นความเน่าเฟะไว้มากมาย และเขาก็เป็นเพียงคนงานคนหนึ่งที่ถูกจ้างมาเพื่อคอยกวาดขยะใต้พรม
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่พอร์ตเทียบยานเบอร์ 4 เสียงเครื่องยนต์ไอพ่นของกระสวยขนาดกลางก็เงียบลงพอดี สะพานเชื่อมท่อยืดออกด้วยเสียงโลหะเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าด
ประตูสแตนเลสของกระสวยเปิดออก ไอควันสีขาวจากการลดอุณหภูมิพวยพุ่งออกมาเล็กน้อย ท่ามกลางหมอกควันนั้น ร่างของสตรีผู้หนึ่งก้าวออกมาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสง่างาม
ดร.ไอริส วานซ์ สวมชุดสูททางการเข้ารูปสีเทาเข้มคลุมทับด้วยเสื้อโค้ดกันหนาวน้ำหนักเบา เส้นผมสีบลอนด์เข้มถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นกรามคมชัดและดวงตาสสีฟ้าใสราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอกวาดสายตาสำรวจรอบบริเวณเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่สายตานั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่เอเลียส วิศวกรหนุ่มผู้ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างจงใจ
"คุณคือเอเลียส วอล์คเกอร์ หัวหน้าวิศวกรประจำสถานีแห่งนี้ใช่ไหมคะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ กังวาน และเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แม้จะเป็นคำถาม แต่เธอไม่ได้รอคำตอบ เธอก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความปลอดเชื้อของห้องโดยสารอวกาศ "ฉัน ดร.ไอริส วานซ์ ตัวแทนพิเศษจากคณะมนตรีความมั่นคง"
"ยินดีต้อนรับสู่เซนทอรี-เก้าครับ ท่านทูต" เอเลียสโค้งศีรษะเล็กน้อยอย่างไว้มารยาท แต่นัยน์ตาไม่ได้มีความนอบน้อมเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "น่าเสียดายที่สถานีของเราในช่วงนี้ ไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายรองรับแขกบ้านแขกเมืองระดับสูงเท่าไหร่ โดยเฉพาะระบบปรับอากาศที่เพิ่งจะ... มีอาการรวนแปลกๆ เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง"
ไอริสหรี่ตาลงเล็กน้อย ปฏิกิริยาของเธอรวดเร็วและเฉียบคม เธอมองทะลุผ่านท่าทีสบายๆ ของเขาไปยังความตึงเครียดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนัง
"ระบบปรับอากาศรวน?" ไอริบทวนคำ น้ำเสียงของเธอมีร่องรอยของการประเมินสถานการณ์ "หรือว่ามันเป็นผลพวงจากความไร้ประสิทธิภาพในการบำรุงรักษาของบริษัทคุณกันแน่คะ, คุณวอล์คเกอร์?"
"เครื่องจักรไม่เคยโกหกครับ ดร.วานซ์" เอเลียสขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพของทั้งคู่ปะทะกันอย่างเงียบเชียบในอากาศ "แต่คนที่สร้างคำสั่งให้มันทำงานผิดพลาดต่างหาก... ที่มักจะมีเหตุผลผลักดันบางอย่างซ่อนอยู่เสมอ คุณว่าจริงไหมครับ?"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของไอริส เธอยกมือขึ้นจัดปกเสื้อโค้ดของตนเองอย่างใจเย็น ดวงตาสีฟ้าครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาของเขาโดยไม่หลบเลี่ยง
"ระวังคำพูดให้ดีนะคะ, คุณวิศวกร" ไอริสกระซิบเสียงเบา แต่อัดแน่นด้วยแรงกดดัน "การกล่าวหาว่าระบบของสภาสหพันธ์มีความผิดปกติ อาจทำให้คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีกบฏได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อฉันมี... เอกสารลับชิ้นหนึ่ง ที่ระบุชัดเจนว่าสถานีแห่งนี้กำลังจะถูกปิดตัวลงในสัปดาห์หน้า"
เอเลียสชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจางหายจากใบหน้า ความหน,าวเย็นแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะคำขู่เรื่องคดีกบฏ แต่เป็นเพราะเอกสารลับที่เธอพูดถึง มันตรงกับช่วงเวลาที่ท่อระบายอากาศถูกทำลายพอดิบพอดี
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยประโยคใดออกมาเพื่อต่อรองหรือเชือดเฉือน เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถานีอวกาศ แสงไฟนีออนเปลี่ยนเป็นสีแดงกะพริบถี่พร้อมเพรียงกัน เสียงคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประกาศก้องด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
*[ประกาศฉุกเฉิน: ตรวจพบการรั่วไหลของสารเคมีพิษในเขตที่พักอาศัยระดับสาม ระบบประตูกลกั้นอัตโนมัติทำงาน... มีผู้ติดค้างภายในเขตอันตรายจำนวนหนึ่งร้อยแปดสิบชีวิต]*
เอเลียสหันขวับไปมองหน้าจอสถานีที่ติดอยู่บนผนังทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นผังสถานีแสดงจุดที่เกิดการปิดกั้นประตูฉุกเฉิน ซึ่งมันทับซ้อนกับจุดที่เขาเพิ่งจะพบรอยเชื่อมเลเซอร์เมื่อสิบนาทีที่แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ
เขาก้มลงมองหน้าจอสื่อสารที่ข้อมืออีกครั้ง ข้อความใหม่เพิ่งเด้งขึ้นมาท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่แสบแก้วหู
*[หมายเหตุจากระบบนิรภัย: รหัสผ่านที่ใช้ในการสั่งปิดกั้นประตูฉุกเฉินและปล่อยสารพิษ... ถูกลงทะเบียนใช้งานภายใต้รหัสประจำตัวของ ‘เอเลียส วอล์คเกอร์’]*
ไอริสหันขวับมามองหน้าเขา รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นความระแวงและเยียบเย็น ปืนพกเลเซอร์ขนาดกะทัดรัดถูกชักออกจากซองใต้เสื้อโค้ดด้วยความรวดเร็วระดับมืออาชีพ ปลายกระบอกปืนจ่อตรงมาที่อกของเอเลียสทันทีโดยไม่มีความลังเล
"อธิบายมาซิคะ, คุณวอล์คเกอร์" ไอริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำจนน่ากลัว ปลายกระบอกปืนนิ่งสนิทไม่มีสั่น "เหตุผลอะไรที่ทำให้คุณเพิ่งจะสังหารคนนับร้อยบนสถานีของตัวเอง ด้วยรหัสผ่านส่วนตัวของคุณ"
เอเลียสยืนนิ่งท่ามกลางแสงไฟสีแดงฉานที่สาดส่องลงบนใบหน้า เขาไม่ได้ยกมือขึ้นป้องกันตัว และไม่ได้พยายามคว้าอาวุธ เขากลับมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าครามที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและระแวงสงสัยนั้น แล้วมุมปากของเขาก็ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เย็นชาที่สุด
"ถ้าผมบอกคุณว่า... ผมเพิ่งถูกขโมยรหัสผ่านไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ตอนที่ยานของคุณกำลังเทียบท่า... คุณจะเชื่อผมไหมครับ, ท่านทูต?"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่อวกาศอันมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!