วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 5

รอยร้าวในอุดมการณ์

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามกะพริบเป็นแสงสีเหลืองอำพันสลัว สะท้อนกับผิวโลหะเย็นเฉียบภายในห้องควบคุมแรงดันย่อยภาคผนวกซี (Sector C-Airilock) กลิ่นฉุนของโอโซนและน้ำยาหล่อเย็นผสมปนเปกันจนน่าคลื่นไส้ แรงดันอากาศในห้องร่วงกวาดลงสู่ระดับสีแดงอย่างรวดเร็วเนื่องจากวาล์วหลักถูกบล็อกด้วยเศษซากปะเก็นไทเทเนียมที่พังเสียหาย "ถ้าคุณยังดึงสลักมือหมุนด้วยองศาเดิมแบบนั้น แรงบิดจะทำให้เกลียวฝาครอบขาดสะบั้น และเราจะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์อัดกระป๋องภายในสามสิบวินาทีครับ ดร.วานซ์" เอเลียส วอล์คเกอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ปราศจากความตื่นตระหนก แม้ว่าสถานการณ์เบื้องหน้าจะบีบคั้นให้ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงแค่แผ่นกระจกโพลีคาร์บอเนตหนาห้าเซนติเมตร มือหนาของวิศวกรหนุ่มเอื้อมไปทาบทับมือเรียวที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะเพื่อปรับทิศทางแรงกด ไอริสชะงักไปชั่วขณะ เธอไม่ใช่หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาชี้นำ แต่น้ำหนักมือที่มั่นคงและแววตาเด็ดเดี่ยวภายใต้แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกลับทำให้เธอยอมผ่อนแรงลงอย่างเสียไม่ได้ "ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสอนวิชาช่างพื้นฐานนะ นายวอล์คเกอร์" ไอริสสวนกลับทันควัน ลมหายใจของเธออุ่นจนปะทะเข้ากับต้นคอของเขา เนื่องจากพื้นที่ภายในห้องควบคุมแรงดันขนาดเล็กนี้จำกัดจนทั้งคู่ต้องเบียดชิดกันแทบจะไร้ช่องว่าง "ผมไม่ได้สอนครับ ผมแค่กำลังปกป้องระบบระบายอากาศไม่ให้พังคามือทูตพิเศษผู้ทรงเกียรติ ซึ่งถ้ามันพัง คนที่จะซ่อมมันก็คือผม ไม่ใช่เอกสารคำสั่งจากสภาบนดาวแม่ของคุณ" เอเลียสตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากแผงวงจรควบคุมตรงหน้า นิ้วเรียวยาวของเขาทำงานอย่างรวดเร็วและแม่นยำท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำในผนังห้อง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจสั่นระริกของไอริสและเสียงชีพจรที่เต้นเร็วจนผิดปกติของเธอ ความใกล้ชิดในระยะประชิดตัวเช่นนี้ทำให้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือจางด้วยกลิ่นอายอวกาศเย็นยะเยือกของเอเลียสแทรกซึมเข้ามาในประสาทสัมผัส มันไม่ใช่ความรู้สึกปลอดภัย แต่เป็นความตื่นตัวระดับสูงที่สัญชาตญาณดิบของมนุษย์พึงมีเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ล่าที่ฉลาดไม่แพ้กัน "คุณเกลียดงานของฉันสินะ" ไอริสเปิดประเด็นขึ้นทำลายความเงียบ ดวงตาสีเข้มมองตรงไปยังเสี้ยวหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าจางๆ ของวิศวกรหนุ่ม "คุณมองพวกเราเป็นแค่พวกกระดาษที่นั่งเซ็นอนุมัติให้คนอื่นตายบนสถานีอวกาศผุพังนี่ โดยไม่ต้องลงมือทำอะไร" เอเลียสหยุดมือไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาสีฟ้าครามใต้กรอบคิ้วหนาหันกลับมาสบตาเธออย่างจริงจัง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว จนเธอสามารถมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น "ผมไม่ได้เกลียดคุณ ดร.วานซ์... ผมแค่เกลียดความเพ้อฝัน" น้ำเสียงของเอเลียสทุ้มต่ำและจริงจังจนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก "คุณพูดถึงสันติภาพ ความเท่าเทียม และกฎบัตรสากลข้ามดวงดาว แต่ในความเป็นจริง... เมื่อออกซิเจนในถังสำรองเหลือแค่หارสิบเปอร์เซ็นต์ กฎบัตรบ้าๆ ของพวกคุณไม่เคยช่วยให้ใครหายใจได้ยาวนานขึ้นแม้แต่วินาทีเดียว" "แต่มันคือกรอบที่ทำให้เราไม่กลายเป็นสัตว์ป่า!" ไอริสเถียงกลับทันที เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือด้วยความอัดอั้น "ถ้าไม่มีกฎระเบียบ ถ้าไม่มีโครงสร้างอำนาจ ทุกคนก็จะฆ่ากันเองเพื่อแย่งทรัพยากร อย่างที่คุณเคยเห็น... ในอดีตที่คุณพยายามจะลืมมันไง!" คำพูดนั้นราวกับมีดคมที่แทงทะลุเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของเอเลียส ดวงตาของวิศวกรหนุ่มวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ความทรงจำสีเลือดเกี่ยวกับเหตุการณ์ความล้มเหลวของสถานีขุดเจาะเหมืองโซนเจ็ดที่คร่าชีวิตลูกเรือทั้งหมดกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้งในความเงียบงันนี้ "คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอดีตของผมเลย" เอเลียสกระซิบชิดริมหูเธอ น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "และคุณก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า... สิ่งที่คุณกำลังปกป้องอยู่นั้น มันคือกรงขังหรือหลุมศพกันแน่" ไอริสกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก ความใกล้ชิดทางกายไม่ได้สร้างความอ่อนระท่วย หากแต่มันกลับเปิดเปลือยความเปราะบางในจิตใจของคนทั้งคู่ สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้วกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่พวกเขาต่างปฏิเสธไม่ได้ มือที่เคยเกร็งของไอริสค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาแตะที่แขนเสื้อด้านซ้ายของเอเลียสโดยไม่รู้ตัว เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนของสถานี "ถ้ามันคือหลุมศพ..." ไอริสเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าว "อย่างน้อย... ฉันก็อยากรู้ว่าใครเป็นคนขุดมันตั้งแต่แรก" เอเลียสชะงักไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่งหรือความเย็นชาอีกต่อไป แต่เป็นประกายแห่งความเข้าใจที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกซึ้ง ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิม เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสามก็เปลี่ยนเป็นเสียงกริ่งฉุกเฉินสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินที่เด้งขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า *[Warning: Sector C Mainframe Accessed - Unauthorized Override Detected]* เอเลียสผละตัวออกจากร่างของไอริสอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของมืออาชีพ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นทันทีเมื่อพบว่ารหัสผ่านที่ใช้เจาะระบบหลักไม่ใช่รหัสของเจ้าหน้าที่สถานีทั่วไป แต่เป็นรหัสผ่านระดับผู้บริหารสูงสุดจากศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินที่ถูกซ่อนไว้ในไฟล์ลับของ ดร.ไอริส วานซ์เอง! "อธิบายเรื่องนี้มาซิครับ... ดร.วานซ์" เอเลียสหันกลับมามองเธอ สายตานั้นคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนความไว้วางใจทั้งหมดที่เพิ่งก่อตัวขึ้น "ทำไมรหัสลับในการปิดตายระบบออกซิเจนของสถานี ถึงถูกส่งมาจากเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวที่อยู่ในกระเป๋าของคุณตอนนี้?" ไอริสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นข้อมูลบนหน้าจอ เธอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเมื่อตระหนักว่าเธอกลายเป็นแพะรับบาปในแผนการชั่วร้ายที่ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ และก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่อีกด้านหนึ่งของประตูกั้นห้องควบคุมแรงดัน พร้อมกับเสียงกระชากลำกล้องปืนพลังงานที่ปลดล็อกเตรียมพร้อมเหนี่ยวไกในความมืดมิด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%