เสียงคลิกเบาๆ ของคีย์บอร์ดโฮโลแกรมสะท้อนก้องในห้องควบคุมศูนย์กลางที่มืดสลัว มีเพียงแสงสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอแสดงผลที่สาดกระทบใบหน้าคมสันของเอเลียส วอล์คเกอร์ วิศวกรผู้ควบคุมระบบ เค้าโครงหน้าของเขาดูเคร่งเครียดเช่นเดียวกับรอยย่นระหว่างคิ้วที่ลึกขึ้นทุกขณะ ในขณะที่ดร.ไอริส วานซ์ ยืนกอดอกพิงแผงควบคุมระบบระบายอากาศอยู่ไม่ห่าง สายตาของเธอจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของปลายนิ้วเขาอย่างไม่คลาดสายตา
"คุณกำลังทำให้กระบวนการตรวจสอบล่าช้ากว่ากำหนดสามนาทีสิบสองวินาที วอล์คเกอร์" ไอริสเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยความกดดันที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างดี
"ความเร่งรีบคือหนทางสู่ความหายนะบนสถานีอวกาศที่ออกซิเจนต้องซื้อด้วยลมหายใจครับ ดร.วานซ์" เอเลียสตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วยังคงพิมพ์ชุดคำสั่งเพื่อเจาะเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ชั้นในสุด "ถ้าคุณอยากให้ระบบปิดตัวลงแบบลัดขั้นตอนจนความดันห้องเครื่องแตกกระจาย เชิญนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวนั้นแล้วกดปุ่มสีแดงด้วยตัวเองได้เลยครับ"
บทสนทนาเชิงเชือดเฉือนระหว่างคนทั้งสองดำเนินไปท่ามกลางเสียงหึ่งต่ำๆ ของเครื่องยนต์ไอออนที่ทำงานอยู่เบื้องล่าง ความเงียบงันภายในสถานีวงโคจร 'ไอโอ-7' นี้ไม่ได้แปลว่าความสงบสุข แต่มันคือความกดดันจากสุญญากาศภายนอกที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิตหากมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น
ไอริสถอนหายใจเบาๆ เธอยับยั้งชั่งใจไม่ให้โต้แย้งกลับไป มือเรียวขยับแว่นกรองแสงเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาที่กำลังประเมินชายหนุ่มตรงหน้า เอเลียสไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมก้มหัวให้คำสั่งจากเบื้องบนโดยง่าย เขามีบาดแผลทางจิตใจจากเหตุการณ์ในอดีต—ความผิดพลาดที่พรากชีวิตลูกเรือไปทั้งลำ—และนั่นทำให้เขาเลือกที่จะศรัทธาใน "กฎของฟิสิกส์" มากกว่า "คำสั่งของมนุษย์"
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำเตือนเรื่องความตาย" ไอริสเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานจนได้กลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องและกาแฟดำคั่วเข้มจากตัวเขา "เบื้องบนต้องการให้การปิดสถานีนี้เสร็จสิ้นก่อนที่วงโคจรจะตัดผ่านเขตก(ร)ะแสลมสุญญากาศของดาวเคราะห์น้อย หากเราช้ากว่ากำหนด แผนการอพยพทั้งหมดจะล่ม"
"และถ้าผมรีบทำตามคำสั่งของคุณโดยไม่ตรวจสอบโค้ดต้นทาง... ชีวิตของคนนับพันในสถานีนี้ก็จะกลายเป็นเศษซากดาวเทียมลอยเคว้งคว้างในอวกาศเช่นกัน" เอเลียสหยุดมือ หันกลับมาสบตาเธอตรงๆ นัยน์ตาสสีเทาเข้มของเขาเย็นชาแต่เต็มไปด้วยประกายความดื้อรั้นที่ท้าทายอำนาจรัฐบาลกลางอย่างไม่เกรงกลัว "คุณมั่นใจแค่ไหนว่าสิ่งที่พวกเขาสั่งให้ผมทำ... คือการปิดระบบธรรมดา?"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ไอริสชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้เธอจะเป็นตัวแทนจากสภาความมั่นคงอวกาศ แต่ลึกๆ แล้ว เธอก็มีความเคลือบแคลงสงสัยในท่าทีรีบร้อนขององค์กรไม่แพ้กัน
"มันคือพิธีการมาตรฐาน... เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลวิจัย" เธอพยายามอ้างเหตุผลที่ท่องจำมา
"ข้อมูลวิจัย หรือหลักฐานอาชญากรรมกันแน่ครับ?" เอเลียสย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าขนลุก เขากดปุ่ม enter ครั้งสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ตรงหน้าพลันขยายภาพสพลิตหน้าจอออกเป็นโค้ดบรรทัดยาวเหยียดสีแดงฉาน
ไอริสขยับเข้าไปใกล้หน้าจอมากขึ้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านชุดคำสั่งเหล่านั้น
"นั่นมัน..." เสียงของเธอขาดหายไปในลำคอ
"ใช่ครับ มันไม่ใช่รหัสปิดระบบการทำงานของสถานี" เอเลียสพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้างด้วยท่าทางผ่อนคลายที่ขัดแย้งกับสถานการณ์อย่างสิ้นเชิง "แต่มันคือ 'รหัสกวาดล้าง' (Purge Protocol) ขั้นสูงสุด"
บนหน้าจอแสดงผล บรรทัดคำสั่งกำลังวิ่งผ่านไฟล์ฐานข้อมูลทั้งหมดของสถานีอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคำสั่งย่อยที่ถูกฝังไว้ลึกที่สุด—คำสั่งในการเขียนทับและลบข้อมูลการสื่อสารย้อนหลังสามปีทั้งหมด รวมถึงบันทึกการทดลองลับชีวภาพที่สถานีแห่งนี้พยายามปกปิดมาตลอด
ไอริสรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวลึก ความหนابเหน็บแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้า สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความหมายเบื้องหลังคำสั่งนี้ องค์กรไม่ได้ต้องการแค่ปิดสถานีเพื่อความปลอดภัย แต่พวกเขากำลัง "ฆ่าตัดตอน" ทุกชีวิตและทุกหลักฐานที่เคยเกิดขึ้นบนวงโคจรแห่งนี้ เพื่อไม่ให้ความจริงรั่วไหลไปถึงสภาโลก
"เป็นไปไม่ได้..." ไอริสพึมพำ ใบหน้าเรียวถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะเพื่อพยุงตัว "พวกเขา... พวกเขาไม่มีทางทำลายหลักฐานที่มีชีวิต..."
"ตื่นจากความฝันเถอะครับ ดร.วานซ์" เอเลียสลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะที่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ "สำหรับคนบนหอคอยงาช้างแล้ว ชีวิตคนเราก็เป็นแค่ตัวเลขบนกราฟสถิติ... และตอนนี้ ตัวเลขพวกนั้นกำลังเกะกะสายตาพวกเขา"
ไอริสเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้สั่นไหวระริก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เธอพยายามกดทับไว้ภายใต้ระเบียบวินัยกำลังพังทลายลง ความขัดแย้งระหว่างอุดมการณ์ที่เธอรับใช้กับความจริงอันโหดร้ายตรงหน้าชนกันอย่างจังจนเกิดรอยร้าวในจิตวิญญาณ
แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินก็ดังกรีดแหลมขึ้นทั่วทั้งห้องควบคุม ไฟสีแดงฉานกะพริบถี่รัวสลับกับความมืด
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! — ระบบตรวจพบการเข้าถึงจากภายนอก*
เอเลียสขมวดคิ้วหันขวับกลับไปมองหน้าจอหลัก โค้ดสีแดงที่เขาเพิ่งเปิดขึ้นมาถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างป๊อปอัปสีดำสนิท ไร้ข้อความ ไร้โลโก้ มีเพียงไอคอนรูปกุญแจสามเหลี่ยมที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูง และตามมาด้วยข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษรอย่างเยือกเย็น
*‘ตรวจพบการถอดรหัสโดยไม่ได้รับอนุญาต... เริ่มต้นกระบวนการล็อกดาวน์ถาวร... สั่งการระบบทำลายตัวเองในอีก 10 นาที’*
ไอริสเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ใครเป็นคนสั่งล็อกดาวน์ระบบ? เราไม่ได้แตะต้องฟังก์ชันนั้นเลยนะ!"
เอเลียสไม่ตอบ เขารัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงสุด พยายามขัดขวางการทำงานของระบบทำลายตัวเอง แต่หน้าจอทั้งหมดกลับขึ้นสัญลักษณ์สีแดงทึบพร้อมข้อความแจ้งเตือน: *Access Denied*
ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องควบคุม—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ที่สวมรองเท้าคอมbat ทั่วไป แต่เป็นเสียงโลหะกระทบพื้นแม่เหล็กที่เป็นเอกลักษณ์ของ "หน่วยรักษาความปลอดภัยพิเศษ" (Enforcers) ที่ควบคุมโดยระบบอัตโนมัติ
ประตูกลიดโลหะหนาเตอะกำลังเลื่อนเปิดออกช้าๆ พร้อมกับควันไอเสียจางๆ ที่พ่นออกมาจากกลไกไฮดรอลิก และเงาร่างสีดำทะมืดของบางสิ่ง—หรือบางคน—ที่ก้าวเข้ามาในความมืดโดยไร้ซุ่มเสียง
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ•ตอนที่ 6
รหัสที่ไม่มีอยู่จริง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับทูตสันติภาพแห่งความเงียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!