กลิ่นอายของสนิมเหล็กและเศษซากความทรงจำที่เน่าเปื่อย คลุ้งตลบอบอวลอยู่ในโพรงจมูกจนแทบสำลัก
กรันต์ก้มมองมือข้างขวาของตัวเอง สั่นเทาเล็กน้อยในความมืดมิดที่หนาแน่นราวกับน้ำหมึก อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น คล้ายภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกสาดด้วยน้ำจนละลายหายไป เสียงนาฬิกาโบราณนับพันเรือนในตลาดมืดแห่งนี้ไม่ได้กำลังเดินไปข้างหน้า แต่มันกำลังหมุนทวนเข็มด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ เสียดแก้วหู
"อย่าปล่อยมือเด็ดขาด... ถ้าคุณไม่อยากกลายเป็นแค่อMemento Mori ชิ้นถัดไปบนชั้นวางของที่นี่"
เสียงของมายากระซิบลอดผ่านความโกลาหล น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบ ทว่าแฝงร่องรอยความตื่นตระหนกที่กรันต์ไม่เคยได้ยินมาก่อน มือเรียวเย็นเยือกของหญิงสาวคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายออกเพียงเสี้ยววินาที เขากقจะถูกแรงโน้มถ่วงประหลาดฉีกกระชากหายไปในความเวิ้งว้าง
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง คล้ายมีหลุมดำขนาดยักษ์ที่กำลังหายใจเข้าออก มันดูดกลืนแสงไฟ แสงนีออน และทุกสรรพสิ่งในตลาดมืดแห่งนี้ให้ไหลวนเข้าสู่ศูนย์กลางราวกับกระแสน้ำวนในมหาสมุทรแห่งกาลเวลา พื้นปูนเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ลอยเคว้งคว้างอย่างไร้น้ำหนัก วัตถุโบราณต้องสาป หน้ากากโบราณ และตำราเวทมนตร์ ต่างถูกแรงดึงดูดฉีกกระชากจนแหลกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาหมอง
กรันต์หรี่ตาลง ดวงตาข้างซ้ายของเขาปวดแปล๊บราวกับถูกเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยทิ่มแทง ม่านตาข้างนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบ เส้นสายคำสาปสีดำนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมาจากวัตถุกำลังจะสูญสลาย และที่สำคัญที่สุด... มันกำลังส่องแสงนำทางไปสู่ใจกลางของหลุมดำแห่งกาลเวลานั้น
"คุณเห็นมันไหม มายา..." กรันต์เอ่ยเสียงแหบพร่า ลมหายใจติดขัด "รอยแยกตรงนั้น... มันไม่ใช่จุดจบของตลาดมืด แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่ฉันพยายามตามหามาตลอด"
มายาหันมามองเขา ดวงตาคู่คมภายใต้เงาฮู้ดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาข้างซ้ายของชายหนุ่ม เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
"คุณช่างดื้อรั้นเสียจริง กรันต์... รู้ไหมว่าสิ่งที่คุณกำลังก้าวเข้าไป ไม่ใช่แค่ความทรงจำที่สูญหาย แต่มันคือ 'ราคา' ที่คุณเคยจ่ายไปเพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดต่างหาก ถ้าก้าวเข้าไปแล้ว คุณอาจจะไม่ใช่กรันต์คนเดิมอีกต่อไป"
"แล้วถ้าตัวตนเดิมของผมมันเป็นแค่เรื่องโกหกล่ะ?" กรันต์ย้อนถาม เสียงของเขาเรียบสนทนทว่าหนักแน่นอย่างประหลาด เขายกมือซ้ายขึ้นแตะหน้าอกด้านซ้าย บริเวณที่มีรอยแผลเป็นรูปกุญแจลึกลับ ซึ่งตอนนี้มันกำลังร้อนผ่าวราวกับถ่านไฟแดง และส่งเสียงเตือนสั่นสะท้อนตรงกับจังหวะของหลุมดำเบื้องหน้า "ผมยอมเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่คนตาบอดที่เดินวนอยู่ในเขาวงกตที่คนอื่นสร้างให้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของห้วงเวลาที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง
มายาจ้องมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่สว่างวาบด้วยแสงจากคำสาป แววตาของเธอไหววับชั่วพริบตา ราวกับความทรงจำอันเจ็บปวดบางอย่างกำลังย้อนกลับมาทำร้ายเธอเสียเอง สุดท้าย หญิงสาวก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของเขาอย่างช่วยไม่ได้
"ถ้าเช่นนั้น... เราก็คงต้องเดินลงนรกไปพร้อมกันสินะครับ" มายาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย พร้อมกับกระชับมือที่กุมข้อมือกรันต์ให้แน่นขึ้นอีกระดับ "อย่าหันหลังกลับเด็ดขาด กรันต์"
สิ้นคำพูดนั้น ทั้งสองก็ตัดสินใจก้าวเท้าพร้อมกัน พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางหลุมดำแห่งกาลเวลาทันที!
วูบบบบบ!
แรงปะทะมหาศาลกดทับร่างของพวกเขาราวกับถูกหินผาน้ำหนักตันโถมใส่ ภาพรอบตัวบิดเบี้ยวกลายเป็นเส้นแสงสีขาวและดำที่วิ่งสวนทางกันด้วยความเร็วเหนือเสียง กรันต์รู้สึกราวกับร่างกายถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ ความทรงจำนับร้อยนับพันไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ภาพวัยเด็กที่พร่ามัว เสียงกระซิบในห้องมืด กลิ่นอายของเลือด และเสียงหัวเราะเยาะเย้ย ทับซ้อนกันจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดคือเรื่องจริง สิ่งใดคือภาพลวงตา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่พวกเขาร่วงหล่นลึกลงไปถึงจุดศูนย์กลางของห้วงเวลา แรงเหวี่ยงทั้งหมดกลับหยุดชะงักลงอย่างไร้สาเหตุ
ความเงียบสงัดเข้าเกาะกุมพื้นที่รอบด้าน พวกเขายืนอยู่บนพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกคล้ายกระจกใส แต่มองไม่เห็นก้นบึ้ง รอบตัวคือมิติสีเทานิ่งสนิท และตรงหน้าของพวกเขานั้นเอง มีร่างเงาสلัวร่างหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้
ร่างนั้นสวมเสื้อโค้ทสีดำสนิทคล้ายกับที่กรันต์สวมอยู่ไม่ผิดเพี้ยน มือข้างขวาถือลูกกุญแจโบราณขนาดใหญ่ที่สลักลวดลายประหลาด ซึ่งมีรูปร่างตรงกับรอยแผลเป็นบนหน้าอกของกรันต์ทุกประการ!
เงาร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมาอย่างเชื่องช้า...
แสงสว่างวาบจากกระจกใต้ฝ่าเท้าสะท้อนให้เห็นใบหน้าของบุคคลปริศนาอย่างชัดเจน และนั่นทำให้ลมหายใจของกรันต์แทบหยุดกั้น ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด เพราะใบหน้าของชายผู้นั้น... คือตัวกรันต์เองในวัยที่ชรากว่า พร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาให้ และประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากของเงาร่างนั้น ก็ทำให้เลือดในกายของกรันต์เย็นเฉียบลงในทันที
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉัน"
แล้วพบกันใหม่ในตอนที่ 43 นะครับ — ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน•ตอนที่ 42
ห้วงเวลากลืนกิน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!