“เจ้ากำลังสั่น... เรน”
น้ำเสียงของมาดามเซเลเน่ดังกังวานขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉาบด้วยไอเย็นจัดภายในห้องลับชั้นใต้ดินของตลาดมืด กลิ่นกำยานที่ไหม้จนเกือบมอดคลุกเคล้ากับกลิ่นสนิมเหล็กและมวลพลังงานอันบิดเบี้ยวจากวัตถุอาถรรพ์ที่วางเรียงรายอยู่รอบตัวพวกเรา
เรนยืนนิ่ง เข็มทิศพังๆ ในมือสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง เข็มทองเหลืองที่ควรจะชี้ไปทางทิศเหนือกลับหมุนวนเป็นวงกลมราวกับกำลังพยายามตอกย้ำว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับมนุษย์เดินดิน
“ผมไม่ได้สั่นเพราะความกลัว มาดาม” เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด เขาเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปร่งที่ยืนเยื้องอยู่เบื้องหน้า หญิงสาวในชุดราตรีสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะดูดกลืนแสงไฟทุกดวงรอบกาย เธอสวมหน้ากากตุ๊กตาพอร์ซเลนสีขาวซีดจางที่แตกร้าวเป็นเส้นใยบางๆ ตรงมุมปาก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเรน... สิ่งที่ดึงดูดเขากลับเป็นเงาสะท้อนในกระจกเงาโบราณที่ตั้งอยู่ข้างหลังเธอต่างหาก
“งั้นรึ?” เธอหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกระเบื้องกระทบกัน “งั้นแสดงว่าสิ่งที่เจ้าสัมผัสได้... คือความหิวโหยของสิ่งที่อยู่ในตัวเจ้าสินะ ของวิเศษชิ้นใหม่ที่ข้าเพิ่งนำเข้ามา มันเรียกหาเจ้าอยู่ใช่ไหมล่ะ”
มาดามเซเลเน่หมุนตัวช้าๆ ท่วงท่าของเธอสง่างามราวกับนักเต้นบัลเลต์ที่กำลังเต้นรำอยู่บนกองซากศพ เธอเอื้อมมือที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำสนิทไปหยิบกล่องไม้แกะสลักลวดลายประหลาดขึ้นมา ทันใดนั้น กระแสลมกรรโชกแรงพัดผ่านห้องแคบๆ จนเทียนทุกเล่มดับวูบลง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานแคบลงมาตกกระทบที่ใบหน้าของเธอ
จังหวะนั้นเองที่หน้ากากพอร์ซเลนของเธอหลุดเลื่อนลงมาเพียงเสี้ยววินาที
เรนเบิกตากว้าง หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ในเสี้ยววินาทีที่หน้ากากเปิดออก เขาไม่ได้เห็นใบหน้าที่เน่าเปื่อยหรืออสูรกายอย่างที่จินตนาการไว้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าที่งดงามราวกับงานศิลปะชั้นเลิศ ทว่า... มันคือใบหน้าเดียวกับที่เขามักจะเห็นในฝันร้าย—ใบหน้าของหญิงสาวคนเดียวกับที่ยืนถือเข็มทิศเล่มนี้ในวันที่เขาเริ่มสูญเสียความทรงจำไปเมื่อสิบปีก่อน
นัยน์ตาของเธอไม่ได้เป็นสีดำสนิท แต่มันเป็นสีเทาหม่นราวกับหมอกควันที่ไม่มีวันจางหาย
“เจ้าเห็นแล้วสินะ...” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป เย็นเยียบและเต็มไปด้วยอำนาจสังหาร เธอกลับมาสวมหน้ากากอย่างรวดเร็วจนเหมือนภาพลวงตา
เรนก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังของเขากระแทกเข้ากับชั้นวางของวิเศษจนพวกมันร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย เสียงเครื่องรางที่แตกหักดังก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่แค่เสียงของที่พัง แต่เป็นเสียงเหมือนวิญญาณที่ถูกปลดปล่อยจากการจองจำ
“คุณ... คุณเป็นใครกันแน่” เรนเค้นเสียงถาม มือของเขากำเข็มทิศแน่นจนขอบโลหะบาดเข้าที่ฝ่ามือ เลือดสีแดงฉานหยดลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ
มาดามเซเลเน่ก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบที่โรยราปะทะเข้ากับจมูกของเรน เธอโน้มตัวลงมาจนลมหายใจเย็นๆ รดอยู่ที่ข้างใบหู
“ความจริงเป็นของมีคมนะเรน หากเจ้าหยิบมันขึ้นมาโดยไม่ระวัง เจ้าอาจจะเสียเลือดมากกว่าที่เจ้าคิดไว้มากนัก” เธอเว้นจังหวะ ก่อนจะกระซิบต่อ “ความจำของเจ้าที่หายไป... เจ้าคิดว่ามันหายไปเพราะอุบัติเหตุงั้นรึ? เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเองเป็นคนเลือกที่จะลืมมันจริงหรือ?”
เรนรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่ตีตื้นขึ้นมาจากอก ความรู้สึกหิวโหยที่เคยควบคุมได้เริ่มแผ่ซ่านไปตามเส้นเลือด เขาพยายามดึงสติกลับมา แต่ทว่าความทรงจำที่แตกกระจายเหมือนแก้วร้าวกลับพุ่งเข้าสู่สมองจนปวดร้าว
เขาสั่งตัวเองให้หนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
“บอกผมมา...” เรนกัดฟันแน่น “คนในรูป... คนที่อยู่ในบันทึกนั่น... คือคุณใช่ไหม?”
มาดามเซเลเน่ไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับยื่นมือที่ไร้ถุงมือออกมา ปลายนิ้วของเธอแตะลงที่กลางหน้าอกของเรน ตรงจุดที่เข็มทิศในใจของเขาเคยเต้นรำอยู่ ผิวหนังของเธอนั้นเย็นเฉียบประหนึ่งน้ำแข็ง แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ... เขาสัมผัสได้ว่า พลังงานของเขาและของเธอ กำลังเชื่อมต่อกันเหมือนวงจรที่สมบูรณ์
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากหน้าประตูเหล็กของห้องลับ เสียงกุญแจไขดัง *แก๊ก* สองสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกกระชากออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมสีเทาที่เรนคุ้นตาดีที่สุดในตลาดมืดแห่งนี้
นั่นคือชายที่เขาสังหารไปเมื่อสามวันก่อนในมิติคู่ขนาน—คนคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยใบหน้าที่ไร้ร่องรอยบาดแผล พร้อมกับถือมีดสั้นอาถรรพ์ที่เรนจำได้ดีว่ามันคือมีดเล่มที่ใช้ปลิดชีพชายคนนั้น
เรนเบิกตากว้างมองสลับระหว่างมาดามเซเลเน่และชายที่ควรจะตายไปแล้วผู้นั้น ก่อนจะตระหนักได้ว่าทุกอย่างที่นี่... คือกับดักขนาดมหึมาที่ถูกวางไว้เพื่อรอให้เขาเดินเข้ามาติดเองตั้งแต่แรก
ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวรับมือกับความจริงที่กำลังจะพังทลายในตอนต่อไปนะครับ
ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน•ตอนที่ 24
ความจริงหลังหน้ากาก
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!