กลิ่นอสนีบาตไหม้เกรียมและกลิ่นคาวสนิมเหล็กตีทะลุหน้ากากพอร์ซเลนเข้ามา จนมาดามเซเลเน่ต้องขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าว ส้นรองเท้าส้นเข็มกระทบพื้นหินอ่อนส่งเสียงก้องกังวานในความเงียบงั้น ประตูเหล็กบานหนาที่กั้นระหว่างห้องจัดแสดงของต้องสาปกับโลกภายนอก บัดนี้กำลังถูกบิดงอด้วยพละกำลังมหาศาล เสียงโลหะกรีดร้องโหยหวนดังเอี๊ยดอาร์ด เศษสะเก็ดไฟสีฟ้าจัดพวยพุ่งลอดผ่านรอยแยกที่ค่อยๆ ขยายตัวกว้างขึ้น
เรนไม่รอให้เซเลเน่เอ่ยปาก เขาทิ้งตัวลงแนบพื้นห้อง ฝ่ามือซ้ายกดลงบนแผ่นกระเบื้องเพื่อฟังแรงสั่นสะเทือน เข็มทิศพังๆ ในกระเป๋าเสื้อโค้ตสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง เข็มเหล็กภายในหมุนวนเป็นพายุเฮอร์ริเคนจนแทบจะทะลุกรอบกระจก มันไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยธรรมดา... แต่มันคือเสียงคำรามของสิ่งมีชีวิตที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมและวิญญาณให้อยู่เหนือสามัญสำนึกของมิติที่เราอาศัยอยู่
"ไม่ใช่คน... และไม่ใช่ปีศาจอย่างนั้นเหรอครับ มาดาม" เรนเอ่ยเสียงเรียบ สายตาคมกริบจับจ้องรอยแยกของประตูที่บิดเบี้ยว นิ้วมือขวาเกี่ยวไว้ที่ด้ามมีดสั้นอาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอว
"ระวังตัวหน่อย เจ้าหนู" เสียงของเซเลเน่ลอดผ่านหน้ากากพอร์ซเลนฟังดูแหบพร่าและเย็นเยียบกว่าทุกครั้ง มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำยกขึ้นจัดระเบียบสร้อยคอมุกโบราณที่สั่นตามแรงสั่นสะเทือนของห้อง "นั่นไม่ใช่พวกนักล่าหัวเงินทั่วไป... พวกมันคือ 'สุนัขล่าเนื้อแห่งมิติที่เจ็ด' สิ่งมีชีวิตที่ถูกควักเอาความทรงจำและอารมณ์ออกจนหมด เหลือไว้เพียงสัญชาตญาณเดียว... การฉีกทึ้งเป้าหมายเพื่อแย่งชิงวัตถุอาถรรพ์"
*ครืน—!*
ประตูเหล็กหนักตันถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับ พุ่งชนชั้นวางของโบราณจนเศษแก้วและขวดโหลบรรจุวิญญาณแตกกระจาย เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกกักขังพวยพุ่งออกมาเป็นหมอกควันสีเทาคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ร่างที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาทำให้เรนต้องกลั้นหายใจ มันไม่ใช่ร่างเนื้อปกติ ผิวหนังของมันเป็นสีเทาหม่นคล้ายศพแห้งกราด แต่กลับมีเส้นใยแสงสีฟ้าประหลาดวิ่งเรืองแสงอยู่ใต้ผิวหนังราวกับวงจรไฟฟ้า ดวงตาทั้งสี่คู่บนใบหน้าไม่มีรูม่านตา มีเพียงแสงสีขาวโพลนที่ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าเต็มไปด้วยความหิวกระหาย ในมือของมันถือดาบยาวที่สร้างจากผลึกมิติ ซึ่งส่งเสียงหึ่งๆ บาดแก้วหูทุกครั้งที่มันตวัดผ่านอากาศ
"เป้าหมายของมันคือกล่องดนตรีซากศพบนโต๊ะนั้น" เซเลเน่พยักเพยิดไปยังกล่องไม้แกะสลักเก่าคร่ำคร่าที่ยังคงส่งเสียงเพลงกล่อมเด็กอันบิดเบี้ยวออกมา
"งั้นเราคงปล่อยให้มันหยิบไม่ได้... ไม่งั้นผมคงไม่ได้เงินค่าจ้างในวันนี้"
เรนพุ่งตัวออกไปราวกับเงา เข็มทิศในอกเสื้อส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัยถึงขีดสุด เขาดีดตัวขึ้นกลางอากาศ หลบคมดาบผลึกมิติที่ฟาดเฉียดปลายจมูกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงลมจากการตวัดดาบนั้นรุนแรงจนฉีกเสื้อโค้ตของเขาขาดวิ่น
สิ่งมีชีวิตจากมิติที่เจ็ดคำรามในลำคอ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงคลื่นความถี่ต่ำที่ทำให้แก้วหูของเรนเกือบแตก เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากปลายนิ้วของเขา แต่นั่นกลับยิ่งปลุกเร้าความหิวกระหายพลังงานที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกในจิตวิญญาณของเรน ดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้แววตา
*เร็วเกินไป—!*
เรนคิดในใจเมื่อร่างสีเทานั้นหายวับไปจากสายตา แรงกระแทกมหาศาลพุ่งเข้าชนกลางลำตัวของเขาจนกระเด็นทะลุชั้นหนังสือโบราณ ร่างของเขากลิ้งคลุกคลีไปกับพื้น ฝุ่นละอองและเศษกระดาษโบราณฟุ้งกระจาย รสชาติคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปาก แต่เขากลับยิ้ม มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่แม้แต่มาดามเซเลเน่ยังต้องเหลือบมองด้วยความประหลาดใจ
"แกคิดว่าความมืดในมิตินี้ จะต้านทานพลังของข้าได้หรือไอ้เศษสวะ" เรนพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและก้องกังวานประหลาด
เขายันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ฝ่ามือทั้งสองข้างเริ่มมีไอความมืดสีดำสนิทพวยพั้นออกมา มันคือพลังงานที่เขาดูดซับมาจากวัตถุอาถรรพ์รอบตัว นักล่าจากมิติที่เจ็ดชะงักฝีเท้าลง ดวงตาทั้งสี่คู่กะพริบถี่ มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่น่ากลัวยิ่งกว่าตัวมันเองเสียอีก
"มาดามครับ..." เรนเอ่ยโดยไม่ละสายตาจากเป้าหมาย "ช่วยปิดทางหนีข้างหลังให้ผมที... วันนี้ผมอยากรู้เหมือนกันว่า เลือดของพวกจากมิติที่เจ็ด... มันจะมีรสชาติแบบไหน"
เซเลเน่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและเล่ห์กล เธอยกมือขึ้นเคาะหน้ากากพอร์ซเลนเบาๆ สองครั้ง "ตามสบายเลยเจ้าหนู... แต่อย่าทำห้องจัดแสดงของฉันพังไปมากกว่านี้ก็พอ"
เรนพุ่งสวนกลับไปอย่างดุดัน ความเร็วของเขาในตอนนี้เหนือกว่าฝ่ายตรงข้ามเสียด้วยซ้ำ เงาสองร่างเข้าประจันหน้ากันกลางกองซากปรักหักพัง เสียงโลหะกระทบกันและเสียงระเบิดของพลังงานมิติสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งตลาดมืด
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการต่อสู้ที่ดุเดือด เรนกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ข้อมือของนักล่าจากมิติที่เจ็ด—รอยสักรูป "โซ่ตรวนแปดเปื้อน" ที่สลักไว้ด้วยหมึกเรืองแสงสีแดงเลือด รอยสักเดียวกับที่เคยปรากฏอยู่บนข้อมือของพี่ชายเขา... คนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบปีก่อน
หัวใจของเรนกระตุกวูบ จังหวะการเคลื่อนไหวสะดุดลงชั่วเสี้ยววินาที และนั่นก็มากพอที่คมดาบผลึกมิติจะพุ่งตรงมาจ่อที่ลำคอของเขาโดยที่เขาไม่ทันได้ยกมือปัดป้อง
"แก... เป็นใครกันแน่?" เรนกัดฟันกรอด ถามศัตรูที่หยุดนิ่งราวกับหุ่นเชิด
นักล่าตัวนั้นไม่ได้ตอบคำมัน แต่มันกลับเปิดปากออก เผยให้เห็นบางสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ภายในช่องปาก... กุญแจเหล็กโบราณขึ้นสนิมดอกหนึ่ง ที่กำลังส่งเสียงติ๊กๆ คล้ายนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง และเสียงกระซิบอันแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากลำคอของมัน—ไม่ใช่เสียงของมันเอง แต่เป็นเสียงที่เรนคุ้นเคยจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... น้องชาย"*
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดด้วยกันครับ — ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน•ตอนที่ 8
นักล่าจากมิติที่เจ็ด
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!