"ปล่อยมือจากหน้ากากของฉันเสียที เรน... ก่อนที่เงาในใจคุณจะกลืนกินเนื้อหนังจนไม่เหลือแม้แต่เศษซากของความเป็นคน"
เสียงของมาดามเซเลเน่ราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบราวกับเข็มน้ำแข็งที่ปักลงบนประสาทสัมผัส มือที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำของนางกำลังจับยึดข้อมือของเรนไว้แน่น—ข้อมือที่สั่นเทาด้วยแรงกดดันมหาศาลจาก 'เข็มทิศเขี้ยวอสูร' ที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่ในมืออีกข้างของเขา
เรนไม่ได้ยินเสียงของนาง เขาได้ยินเพียงเสียงฝูงแมลงนับล้านบินว่อนอยู่ในกะโหลกศีรษะ ความเย็นยะเยือกของเข็มทิศกำลังไหลเข้าสู่เส้นเลือด ราวกับปรอทพิษที่กัดกินความยับยั้งชั่งใจ เข็มทิศที่เคยพังพินาศบัดนี้กำลังแผ่รัศมีสีม่วงคล้ำออกมา มันสั่นสะเทือนสอดประสานกับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติของเขา
"ผม... ผมแค่ต้องการคำตอบ" เรนเค้นเสียงผ่านไรฟัน ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ "ความทรงจำครึ่งหนึ่งที่หายไป... มาดามรู้ดีว่ามันถูกซ่อนไว้ที่ไหน ในประตูมิติที่แปดนั่น... หรือว่าในเศษเสี้ยวของหน้ากากตุ๊กตานั่นกันแน่!"
เขากระชากมือออก มาดามเซเลเน่ถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศในห้องเก็บของวิเศษที่ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวตามอารมณ์ของเรน กองเหรียญโบราณบนโต๊ะเริ่มลอยขึ้นเหนือพื้นดิน วัตถุอาถรรพ์รอบข้างสั่นระริกราวกับหวาดกลัวพลังงานดิบเถื่อนที่เรนกำลังปลดปล่อยออกมาโดยไม่ตั้งใจ
"คุณใช้ของวิเศษเกินขีดจำกัดไปมากแล้ว" มาดามเซเลเน่กล่าว พลางเอียงคอเล็กน้อย หน้ากากตุ๊กตาพอร์ซเลนดูเหมือนจะขยับตามท่วงท่าของนางอย่างผิดธรรมชาติ "ทุกครั้งที่คุณแตะต้องมัน ความทรงจำของคุณไม่ได้ถูกเติมเต็ม แต่มันกำลังถูกแทนที่ด้วยความหิวโหยของปีศาจที่หลับใหลอยู่ในเข็มทิศนั้น"
เรนหอบหายใจหนักหน่วง หยาดเหงื่อสีดำเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม กลิ่นอายของความตายคละคลุ้งไปทั่วห้อง เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง ร่างกายของเขากำลังกลายเป็นเพียงภาชนะ—ภาชนะที่กำลังจะแตกสลายเพราะบรรจุพลังงานที่เกินตัว
"ถ้าผมหยุดตอนนี้..." เรนพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง "ผมก็จะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ความเจ็บปวด... ผมขอยอมตายดีกว่าต้องอยู่ในโลกที่มีแต่ความว่างเปล่าแบบนี้"
"งั้นหรือครับ?" มาดามเซเลเน่เดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นไม้ดัง 'กริ๊ก' แผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "งั้นจงดูให้ดี... ว่าสิ่งที่ฝังรากอยู่ในตัวคุณไม่ใช่แค่ความเหงา แต่มันคือสิ่งที่คุณพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต"
นางยื่นมือที่ไร้ถุงมือออกมา ปรากฏเป็นมือที่ซีดเผือดราวกับศพแต่นิ้วเรียวยาวดั่งงานศิลปะ นิ้วชี้ของนางแตะลงที่กลางหน้าผากของเรน แรงปะทะของพลังงานมหาศาลทำให้เรนทรุดเข่าลงกับพื้นทันที เข็มทิศในมือเขาร่วงหล่น ส่งเสียงกระทบพื้นดังสนั่น พลังงานสีม่วงคล้ำฟุ้งกระจายเหมือนหมอกควัน
ภาพในหัวของเรนหมุนคว้าง เขาเห็นตัวเองในวัยเด็ก ยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานใหญ่ที่มีสัญลักษณ์เลขแปดกลับหัวประทับอยู่ ไม่ใช่ประตูมิติที่แปดของตลาดมืด... แต่เป็นประตูสู่ห้องใต้ดินที่เขาเคยถูกขังไว้ เขาเห็นใบหน้าของคนคนหนึ่ง—คนที่มีใบหน้าเหมือนเขาไม่มีผิดเพี้ยน แต่ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคือง
"จำได้แล้วใช่ไหม?" มาดามเซเลเน่กระซิบข้างหู "คุณไม่ได้ถูกลบความจำ แต่คุณเป็นคน 'เลือก' ที่จะลืมมัน เพื่อให้ตัวเองสามารถมีชีวิตอยู่ต่อในฐานะคนปกติ... จนกระทั่งคุณเดินเข้ามาในตลาดมืดแห่งนี้เอง"
เรนเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเป็นสีดำค่อยๆ กลับคืนสู่สีปกติ ทว่าความสับสนและความหวาดกลัวฉายชัดยิ่งกว่าเดิม เขาหันไปมองกระจกเงาบานเก่าที่วางพิงผนัง แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว
ในกระจก... เงาของเขาไม่ได้ขยับตามเขาร่างจริง เงาในกระจกกำลังฉีกยิ้มกว้างถึงใบหู และที่มือของเงานั้น กำลังกำเข็มทิศที่พังยับเยินไว้แน่น
"ผม... ผมไม่ได้อยู่คนเดียวงั้นหรือ" เรนพึมพัง มือสั่นสะท้านเอื้อมไปแตะผิวหน้ากระจกที่เย็นเฉียบ
มาดามเซเลเน่หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้อารมณ์ขัน "คุณเริ่มควบคุมมันไม่ได้แล้ว เรน... เข็มทิศนั่นไม่ใช่ของวิเศษ แต่มันคือ 'กุญแจ' ที่ล็อคตัวตนอีกครึ่งหนึ่งของคุณไว้ และตอนนี้... ประตูที่ล็อคไว้กำลังถูกทุบจากข้างใน"
ทันใดนั้น เสียงทุบกระแทกอย่างรุนแรงดังมาจากฝั่งตรงข้ามของห้องเก็บของ—เสียงดังก้องกังวานเหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามพังกำแพงเข้ามา ทุกครั้งที่เสียงทุบดังขึ้น เข็มทิศที่ตกอยู่บนพื้นก็ยิ่งส่องแสงสีม่วงเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะทำให้ตาพร่า
เรนหันไปมองทางทิศที่มีเสียงทุบ หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เมื่อเห็นรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนผนังห้อง และสิ่งที่โผล่พ้นออกมาจากรอยร้าวนั้นไม่ใช่ก้อนอิฐหรือปูน แต่เป็นนิ้วมือมนุษย์ที่ซีดเผือดและมีรอยเย็บเต็มไปหมด เหมือนกับตุ๊กตาพอร์ซเลน...
"ดูเหมือนแขกที่ไม่อยู่ในคำเชิญของคุณจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดนะครับ" มาดามเซเลเน่ถอยหลังไปในเงามืด "และเขาก็ดูเหมือนจะหิวโหยพอๆ กับคุณ... หรือบางที... เขาอาจจะหิว 'คุณ' ด้วยซ้ำ"
ประตูบานนั้นระเบิดออก เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืด ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมสีเข้มขาดวิ่น และที่ใบหน้า... ไม่มีอะไรเลยนอกจากหน้ากากพอร์ซเลนใบเดียวกับที่มาดามสวมอยู่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดไปกับผมครับ
ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน•ตอนที่ 22
ความมืดในใจคน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!