ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน•ตอนที่ 37

การต่อสู้ทางจิตวิญญาณ

ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
"นายคิดว่าคนอย่างนายคู่ควรกับความลับที่ถูกฝังอยู่ใต้รอยแผลเป็นนั่นจริงๆ หรือ กรันต์?" เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากภายนอก แต่ดังกังวานขึ้นในโสตประสาทของผม ราวกับเสียงกระซิบจากหลุมศพที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมาใหม่ ผมยืนนิ่งอยู่ในห้องโถงเก็บของหลังร้านมายา กลิ่นอายของกำยานเก่าแก่และโลหะสนิมเขรอะอบอวลไปทั่ว แต่สิ่งที่ทำให้ขนลุกชันกลับไม่ใช่บรรยากาศรอบตัว ทว่าคือ 'เงา' ของตัวผมเองที่ทอดตัวยาวอยู่บนผนังปูนเปลือย—เงานั้นไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของผม มันยืนตระหง่านแยกออกมา กอดอก และจ้องมองผมด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ผมเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามรวบรวมสติที่สั่นคลอน "ถ้าจะให้เลิกยุ่งกับอดีตตัวเอง นายก็ควรจะปรากฏตัวในรูปแบบที่ดูเป็นมนุษย์มากกว่านี้หน่อยนะ" "มนุษย์?" เงาของผมแสยะยิ้ม รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ "นายลืมไปแล้วหรือว่าเราคือคนคนเดียวกัน... หรือถ้าจะพูดให้ถูก นายคือเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ ส่วนฉัน คือ 'ความจริง' ที่ถูกตัดออกไปตอนที่นายเลือกจะลืม" ความเจ็บปวดพุ่งปราดขึ้นที่ดวงตาข้างซ้าย มันร้อนผ่าวเหมือนมีใครเอาเข็มร้อนๆ มาแทงทะลุรูม่านตา ผมทรุดลงกับพื้น ฝ่ามือข้างหนึ่งกุมหน้าอกตรงรอยแผลเป็นรูปกุญแจที่เริ่มเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่บ้าคลั่ง ภาพตรงหน้าผมเปลี่ยนไป—ผมไม่ได้อยู่ในห้องเก็บของอีกต่อไป แต่เป็นห้วงมิติสีเทาหม่นที่ไร้ก้นบึ้ง รอบตัวผมมีข้าวของเก่าแก่ลอยละล่องไปมา ทั้งนาฬิกาทรายที่ทรายไหลย้อนกลับ, เข็มทิศที่เข็มหมุนคว้างไม่หยุด และกระจกเงาที่สะท้อนภาพใบหน้าของผมในวัยเด็ก... ใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยกุญแจดอกเดิม "นายประเมินของเก่ามาทั้งชีวิต แต่เคยประเมินจิตใจตัวเองบ้างไหม" เงาเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ทุกฝีก้าวที่มันขยับ พื้นที่มิติตรงนั้นจะแตกร้าวเหมือนกระจกที่ถูกกระแทก "สิ่งที่นายเห็นผ่านตาซ้ายน่ะ มันไม่ใช่แค่ประวัติของวัตถุ แต่มันคือ 'ราคา' ที่ต้องจ่ายเพื่อรักษาความทรงจำที่หายไป" "หุบปาก..." ผมกัดฟันแน่น พยายามหยิบมีดพกประจุพลังอาคมขึ้นมา แต่มือของผมกลับโปร่งแสงจนเกือบมองไม่เห็น "ทำไมต้องกลัว?" เสียงของมันนุ่มนวลลง แต่เต็มไปด้วยเล่ห์กล "มายาไม่ได้เก็บนายไว้เพราะความสงสารหรอกนะ เธอเก็บนายไว้เพราะนายคือ 'ภาชนะ' ที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ภาชนะที่ไม่มีวันเต็ม เพราะความทรงจำของนายถูกฉันถือครองไว้หมดแล้ว" ผมเงยหน้าขึ้นมองมัน ดวงตาข้างซ้ายของผมส่องประกายสีฟ้าหม่น ผมตัดสินใจใช้พลังทั้งหมดที่มี—พลังในการทำลาย 'คำสาป' ของวัตถุ ผมไม่ได้เล็งไปที่เงา แต่เล็งไปที่นาฬิกาทรายลอยฟ้าที่อยู่เหนือหัวมัน ผมกระชากพลังผ่านปลายนิ้วเข้าใส่มันจนเกิดเสียงแตกกระจายราวกับแก้วที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก "ถ้าฉันคือภาชนะ" ผมลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะร่วงโรยราวกับคนแก่ใกล้สิ้นใจ "งั้นฉันก็มีสิทธิ์ที่จะทิ้งสิ่งของที่ไม่ต้องการไว้ข้างหลัง... รวมถึงแกด้วย" "น่าขัน" เงาพุ่งเข้ามาหาผม ร่างกายของมันกลายเป็นกลุ่มควันสีดำสนิทที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า "นายจะทิ้งตัวเองได้ยังไง ในเมื่อฉันคือส่วนที่เหลืออยู่ของวิญญาณที่นายทำหายไปตอนที่กุญแจเล่มนั้นไขลงบนหน้าอกนาย!" วินาทีที่เงาพุ่งปะทะร่างผม โลกทั้งใบก็ระเบิดออกด้วยความมืดมิด เสียงกระซิบหลายพันเสียงรุมเร้าเข้ามาในหัว ผมเห็นภาพตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ในตลาดมืด เห็นมายายืนถือกุญแจสีทองในมือ เธอมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้าอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ใช่สายตาของคู่ค้า... แต่เป็นสายตาของคนเฝ้าสุสาน ทุกอย่างหยุดนิ่งเมื่อความรู้สึกของกุญแจเย็นเฉียบกดทับลงบนรอยแผลที่หน้าอกอีกครั้ง ความเจ็บปวดหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "ตื่นเสียที กรันต์" เสียงของมายาดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงของเธอคนเดียว มันกลับเป็นเสียงของใครบางคนที่ผมจำได้แม่นยำ... เสียงของตัวผมเองในวัยเด็กที่กำลังหัวเราะร่าอยู่ในกระจกบานนั้น เธอยืนอยู่ตรงหน้าผมจริงๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง มือของเธอวางอยู่บนไหล่ผม แววตาของเธอสั่นระริก "อย่าพยายามขัดขืนเงาของตัวเองตอนนี้... เพราะถ้าแกหลุดออกไปจากร่างนี้ สิ่งที่จะแทนที่นาย ไม่ใช่ตัวนายเอง แต่มันคือสิ่งอื่นที่รอคอยอยู่หลังประตูบานนั้นมานานเกินไปแล้ว" เธอยื่นกุญแจสีทองดอกเล็กๆ ให้ผม กุญแจที่ผมเห็นในนิมิตเมื่อครู่ "นี่คือสิ่งสุดท้ายที่นายเหลืออยู่... เลือกว่าจะปิดประตูทุกบานที่เปิดออก หรือจะปล่อยให้ตัวเองถูกกลืนกินไปพร้อมกับความลับที่นายพยายามตามหา" ผมมองกุญแจในมือสลับกับใบหน้าที่ซ้อนทับกันไปมาระหว่างมายากับเงาของผมเองที่ค่อยๆ ขยับปากตามคำพูดของเธอ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังไว้ลึกสุดขั้วหัวใจเริ่มขยับตัวราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากภวังค์ ผมตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้น—ไม่ใช่การรับกุญแจ แต่เป็นการคว้าข้อมือของมายาแล้วกระชากเธอเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอของความตายที่อบอวลอยู่รอบกายเธอ "บอกความจริงมา..." ผมเค้นเสียงผ่านไรฟันที่สั่นเทา "ไอ้สิ่งที่อยู่หลังประตูบานที่แปด... มันคือตัวฉัน หรือเป็นเพียง 'ของเล่น' ที่เธอใช้หลอกล่อให้ฉันเดินมาถึงจุดนี้กันแน่?" มายาไม่ได้สะทกสะท้าน เธอเพียงแค่ยิ้ม—รอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบไปถึงกระดูก เธอกระซิบตอบกลับมาด้วยประโยคที่ทำลายความหวังทุกอย่างที่ผมเคยมี "ถามตัวเองดูสิกรันต์... ว่าทำไมรอยกุญแจบนหน้าอกนาย ถึงได้เริ่มไขตัวเองในตอนที่ฉันก้าวเข้ามาในห้องนี้" ขณะที่เธอกล่าวจบ เสียงกลไกโลหะที่หมุนวนดังก้องไปทั่วร้าน พร้อมกับภาพเงาบนผนังที่ยืดขยายจนปกคลุมร่างเราทั้งสองคน ทันใดนั้น แสงสว่างจากดวงตาข้างซ้ายของผมก็ดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดที่สัมผัสได้ถึงไอเย็นของคมมีดที่จ่ออยู่ที่ลำคอของผมจากทางด้านหลัง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่จุดพลิกผันที่ไม่มีใครคาดคิดในบทนี้ด้วยกันนะครับ — ประตูมิติที่แปด
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%