“เจ้าคิดว่าเข็มทิศพังๆ ของเจ้ามันนำทางไปสู่ความจริงงั้นหรือ เรน? ช่างเป็นเรื่องตลกที่น่าสมเพชที่สุดในตลาดมืดแห่งนี้เลยนะ”
มาดามเซเลเน่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทร หน้ากากตุ๊กตาพอร์ซเลนของเธอสะท้อนแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันวิญญาณเป็นสีขาวซีดจนดูน่าขนลุก เธอไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย แต่เสียงของเธอกลับดังกังวานอยู่ในโสตประสาทของเรนราวกับเสียงกระซิบจากหลุมศพ
เรนจ้องมองมือของตนเองที่สั่นเทา เข็มทิศในมือเขามันไม่ได้หมุนวนหาสิ่งของหรือทิศทางเหมือนที่เคยเป็นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่มันกำลังสั่นกึกๆ ราวกับเครื่องจักรที่พยายามจะถอดรหัสตัวตนของเจ้าของมันเอง เข็มเหล็กภายในตัวเครื่องนั้นเริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นเศษเนื้อเยื่อสีดำที่ค่อยๆ ละลายรวมเข้ากับผิวหนังของเขา
“ผมไม่ใช่ของเล่นของคุณ เซเลเน่” เรนเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเขาเริ่มขาดห้วง ความหิวโหยแปลกประหลาดที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอด บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดเสียดแทงเหมือนมีเข็มเป็นพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาท
“โอ้... น่าเวทนาเสียจริง” มาดามเซเลเน่หัวเราะเบาๆ เสียงของเธอราบเรียบจนเย็นยะเยือก เธอเดินเข้ามาใกล้จนเรนได้กลิ่นกำยานเก่าแก่และกลิ่นอับของกาลเวลาจากอาภรณ์ของเธอ “เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือว่าทำไมเข็มทิศถึงเลือกเจ้า? เจ้าไม่ได้กำลังตามหาความทรงจำที่หายไปหรอกนะเรน เจ้ากำลังตามหา ‘ชิ้นส่วน’ ที่เขาถอดออกไปเพื่อสร้างเจ้าขึ้นมาต่างหาก”
เรนชะงัก สายตาที่เคยเงียบขรึมสั่นไหวอย่างรุนแรง “คุณหมายความว่ายังไง...”
“เจ้าก็แค่ ‘ของวิเศษ’ ที่ถูกชุบชีวิตด้วยเศษเสี้ยววิญญาณของชายที่ตายไปแล้ว” เธอยกนิ้วเรียวยาวขึ้นลูบไล้ขอบหน้ากากของตัวเอง “เจ้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นภาชนะรับบาป แทนที่เจ้าของดั้งเดิมที่หนีหายไปในวงจรเวลา เจ้าไม่ใช่คน... เจ้าเป็นเพียงเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาให้หิวโหยพลังงานเพื่อคงสภาพให้คงอยู่ได้นานพอที่จะถึงกำหนดการแลกเปลี่ยน”
ทุกคำพูดของเธอเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ เรนก้มลงมองที่แขนของตนเอง ผิวหนังที่เคยคิดว่าเป็นเนื้อหนังมนุษย์ บัดนี้เมื่อเขาเพ่งมองผ่านสัมผัสที่หก เขากลับเห็นรอยตะเข็บจางๆ ที่เรียงตัวกันเป็นอักขระอาถรรพ์ ลายเส้นเหล่านั้นไม่ได้ไหลเวียนด้วยเลือด แต่มันไหลเวียนด้วยไอสีดำที่เขามักจะโหยหามาตลอด
ภาพความทรงจำที่แตกสลายผุดขึ้นมาในหัว—ภาพของห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยฟันเฟืองและคราบเลือด ภาพของชายผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากแบบเดียวกับเซเลเน่กำลังฝังเข็มทิศลงในหน้าอกของเขาแทนหัวใจ
“ไม่จริง...” เรนพึมพำ น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ใช่ของเหลวใส แต่มันเป็นหยดสีดำที่เข้มข้นและร้อนรุ่ม “ผมมีความรู้สึก... ผมมีความรัก... ผมมีความทรงจำ...”
“ความทรงจำของใครล่ะ?” เซเลเน่เอียงคอถามด้วยความสงสัยที่แกล้งทำ “นั่นเป็นเพียงความทรงจำที่ถูกโปรแกรมไว้ให้เข้ากับกลไกของเจ้าต่างหาก เรน... ยอมรับเถอะว่าการดำรงอยู่ของเจ้ามันจบลงแล้วตั้งแต่วินาทีที่เจ้าค้นพบความจริงข้อนี้”
เรนกัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก เขาคว้าเข็มทิศที่บัดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของข้อมือตนเองกระแทกเข้ากับโต๊ะหินจนเศษเสื่อมโทรมกระจายว่อน ตลาดมืดรอบข้างเริ่มสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลง โคมไฟวิญญาณทุกดวงดับวูบลงพร้อมกัน เหลือเพียงแสงสีเขียวซีดที่ออกมาจากร่างของเขาเอง
ความเจ็บปวดที่แหลมคมพุ่งพล่านไปทั่วร่าง มันไม่ใช่ความโหยหาพลังงานเพื่อความหิวอีกต่อไป แต่เป็นความโหยหาที่จะทำลายทุกสิ่งที่สร้างเขาขึ้นมา เรนพุ่งตัวเข้าหามาดามเซเลเน่ด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ มือของเขากลายเป็นกรงเล็บที่พยายามจะกระชากหน้ากากพอร์ซเลนแสนทระนงนั่นให้แตกเป็นเสี่ยงๆ
ทว่า ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสถึงพื้นผิวเย็นเยียบของหน้ากากนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็หยุดกึกลง โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุน
ร่างของเซเลเน่เลือนรางกลายเป็นฝุ่นควัน แต่เสียงของเธอกลับดังสะท้อนมาจากทุกทิศทางราวกับโลกทั้งใบกำลังจะแตกดับ “ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าเจ้าคือใครกันแน่... ลองมองไปที่เบื้องหลังของประตูมิติที่แปดดูสิ เพราะที่นั่นคือที่ที่ ‘เรนตัวจริง’ กำลังรอคอยการกลับมาของชิ้นส่วนที่เหลืออยู่”
ประตูไม้เก่าคร่ำคร่าบานหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย บานประตูนั้นสลักด้วยสัญลักษณ์นาฬิกาทรายที่ทรายข้างในไหลย้อนขึ้นด้านบน
เรนยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ใจหนึ่งเขาอยากจะทำลายมันทิ้งเสีย แต่อีกใจหนึ่ง ความโหยหาที่ฝังลึกอยู่ในวิญญาณเทียมๆ ของเขากลับร่ำร้องให้เปิดมันออก มือของเขาเอื้อมไปแตะลูกบิดเหล็กเย็นจัด ขณะที่เขากำลังจะหมุนมัน ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนจับข้อมือเขาไว้จากด้านหลังก็เกิดขึ้นพร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุด
“อย่าเปิดมัน... เพราะถ้าเจ้าเปิด ประตูบานนี้จะไม่มีวันปิดลงได้อีกตลอดกาล”
เรนหันกลับไปมองสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจที่ทำจากกลไกถึงกับหยุดชะงัก... คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือตัวเขาเองในสภาพที่ร่างกึ่งโปร่งใสและกำลังจะสลายกลายเป็นละอองทรายในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
หวังว่าทุกท่านจะยังคงประคองสติไว้ได้ท่ามกลางความโกลาหลนี้ เพราะในตอนหน้า เราจะรู้ว่าบทสรุปของวงจรแห่งเวลาจะจบลงที่ความตายหรือการเกิดใหม่นะครับ
ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน•ตอนที่ 28
ความโหยหาที่แหลมคม
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!