“อย่าปล่อยมือ... กรันต์ ถ้าคุณปล่อยตอนนี้ เราทั้งคู่จะกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของกาลเวลาที่ไม่มีวันหวนกลับ!”
เสียงตะโกนของมายาดังกลบเสียงอื้ออึงที่พุ่งตรงเข้าโสตประสาทของผม บรรยากาศรอบกายบัดนี้ไม่ใช่ร้านค้าของเก่าที่คุ้นเคยอีกต่อไป ทุกอย่างสั่นไหวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกทิ้งให้ละลายท่ามกลางพายุฝน รอยแยกสีดำสนิทดุจหมึกจีนกำลังปริรอยอยู่กลางอากาศเหนือเพดานร้าน มันไม่ใช่แค่การแตกร้าวของมิติ แต่มันคือการสูญสิ้นแห่งความคงอยู่
ผมกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วจากหน้าอกซ้าย รอยแผลเป็นรูปกุญแจที่ฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนังของผมมันร้อนผ่าวราวกับจะฉีกกระชากออกมา มันตอบสนองต่อแรงดูดมหาศาลจาก ‘ประตูมิติที่แปด’ ที่กำลังคลุ้มคลั่ง ดวงตาซ้ายของผมพล่ามัว เห็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายไหลผ่านไปมาเหมือนเศษแก้วในพายุ—ใบหน้าของคนที่ผมจำไม่ได้ เสียงกระซิบที่คุ้นเคย และกลิ่นอายของเหล็กสนิม
“ผมไม่ปล่อย... แต่ดูนั่นสิมายา!” ผมตะโกนกลับพลางพยักเพยิดไปทางชั้นวางที่บัดนี้วัตถุอาถรรพ์นับร้อยกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในรอยแยก ราวกับเศษฝุ่นผงที่ถูกแม่เหล็กดึงดูด “ประตูมันไม่ได้แค่พัง มันกำลังกินทุกอย่าง!”
มายาไม่ได้หันไปมอง เธอพยายามรั้งข้อมือผมไว้แน่น แม้แววตาเย็นชาที่เคยมีจะสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด มือที่เย็นเฉียบของเธอกำลังสั่น เธอไม่ใช่คนที่จะเสียอาการง่ายๆ การที่เธอแสดงท่าทีเช่นนี้ หมายความว่าสถานการณ์นี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของ ‘ตลาดมืด’ โดยสิ้นเชิง
“มันถึงเวลาแล้วกรันต์” เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด “รอยร้าวนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ มันคือผลจากการปะทะครั้งล่าสุด... พลังที่คุณใช้ไปในบทเรียนที่ผ่านมา มันไปกระตุ้นให้กุญแจในอกคุณทำงาน คุณคือกุญแจ และตลาดมืดแห่งนี้คือแม่กุญแจที่ขังคุณไว้”
“คุณพูดอะไรของคุณ?” ผมเบิกตากว้าง พยายามต้านแรงดึงดูดที่เริ่มจะยกเท้าผมให้ลอยขึ้นจากพื้น “เรากำลังจะตายกันหมดนะ!”
“ตายหรือเป็นอิสระ... มันกั้นกันแค่เส้นด้ายบางๆ เท่านั้น” มายาหันมาสบตาผม แววตาของเธอเปลี่ยนไป—จากความหวาดกลัวกลายเป็นความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “คุณมองเห็นอดีตของวัตถุมาตลอด แต่คุณเคยลองมองดู ‘ปัจจุบัน’ ของตัวคุณเองจริงๆ หรือเปล่า? ไอ้รอยแผลที่อกนั่นน่ะ มันไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่าคุณเป็นใคร แต่มันมีไว้เพื่อบอกว่า ‘ที่นี่’ ไม่ใช่ที่ของคุณแต่แรก!”
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนระลอกใหญ่ก็กระแทกเข้าใส่ร้าน แรงระเบิดจากการปะทะก่อนหน้านี้เหมือนจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกเท่าตัว ตู้โชว์ไม้โอ๊คเก่าแก่พังทลายลง โคมไฟระย้าที่ประดับด้วยอัญมณีต้องสาปแตกกระจายดุจเศษฝนที่ตกลงมาใส่ความว่างเปล่า กระแสลมมหาศาลดูดกลืนทุกสิ่งที่ขวางหน้าเข้าไปในใจกลางประตูที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ
ผมมองเห็นร่างของตัวเอง—ไม่ใช่ในกระจก แต่เป็นร่างเงาที่โปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นซ้อนทับกับร่างกายจริง มันคือตัวผมที่สวมชุดโบราณที่ผมไม่เคยเห็น มันกำลังยืนถือเศษกุญแจบางอย่างที่ส่องแสงสีเงินยวงอยู่ในมิติคู่ขนานนั่น
“นั่นมันอะไรกัน...” ผมพึมพำ ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพลิกกลับหัว
“อย่ามองมันกรันต์!” มายาคำราม พยายามฉุดกระชากผมให้ก้มหน้าลง “ถ้าคุณยอมรับภาพนั่น คุณจะสูญเสียตัวตนในปัจจุบันไปตลอดกาล คุณต้องเลือก... จะดึงตัวเองกลับมาที่นี่ หรือจะปล่อยให้ประตูมิติที่แปดกลืนคุณไปเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่ถูกลืม!”
แรงดึงดูดมหาศาลกระชากร่างเราทั้งคู่ลอยขึ้นจากพื้น ผมมองเห็นมือของตัวเองเริ่มโปร่งใสราวกับหมอกควัน ความทรมานจากการฉีกขาดของวิญญาณแล่นผ่านทุกอณูขุมขน แต่ในวินาทีที่ผมกำลังจะตัดสินใจปล่อยมือจากมายา เพื่อที่จะไขว่คว้าหาคำตอบที่ลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า—
เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังขึ้นท่ามกลางเสียงพายุแห่งมิติ มันเป็นจังหวะที่แปลกแยก... มันไม่ได้สั่นไหวไปกับแรงดูดนั้นเลย เหมือนกับว่าบุคคลผู้นั้นเดินอยู่บนพื้นดินที่มั่นคงที่สุด
ผมหันไปตามเสียงนั้นด้วยความยากลำบาก ในมุมมืดที่แสงไฟจากประตูมิติกำลังจะเลียกินไปถึง ร่างเงาของชายคนหนึ่งในชุดโค้ทสีเทาเก่าคร่ำคร่าปรากฏขึ้น เขาถอดหมวกปีกกว้างออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ผิดปกติ แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลานับร้อยปี
เขายกมือขึ้น แตะไปที่รอยแยกของประตูมิติอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบไล้บาดแผลของคนรัก
“สายเกินไปแล้วล่ะ มายา” ชายคนนั้นกล่าว เสียงของเขาเรียบเฉยแต่ทรงพลังจนแรงพายุนิ่งงันไปชั่วขณะ “ประตูมิติที่แปดไม่ได้เปิดเพื่อจะรับใครกลับบ้าน... แต่มันเปิดเพื่อจะทวงคืนสิ่งที่เคยถูกขโมยไปต่างหาก”
เขาหันมามองผม รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากทำให้หัวใจผมกระตุกวูบ
“สวัสดี... กรันต์ หรือผมควรจะเรียกว่า ‘ผู้คุมประตูคนที่เจ็ด’ ดีล่ะ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ชายคนนั้นจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว และรอยแยกที่กำลังจะกลืนกินทุกอย่างก็หยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง—ทว่ามันไม่ได้ปิดตัวลง แต่มันกลับเปิดกว้างออกจนเห็นจักรวาลมืดมิดที่อยู่อีกฝั่ง และที่นั่น... ผมเห็นร่างของตัวเองอีกร่างหนึ่ง กำลังเดินตรงมายังรอยแยก พร้อมกับกุญแจที่ส่องประกายสว่างจ้าในมือ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเผชิญความสั่นคลอนไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะครับ — ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน•ตอนที่ 40
ประตูมิติเริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!