“เจ้าไม่ได้เป็นเจ้าของมันหรอก เรน... เจ้าเป็นเพียงภาชนะที่รอวันแตกสลายเท่านั้น”
เสียงของมาดามเซเลเน่ก้องกังวานอยู่ในมิติที่บิดเบี้ยว ราวกับเสียงแก้วแตกที่เสียดแทงประสาทสัมผัส ผมกุมขมับแน่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังเหมือนเข็มพันเล่มที่ถูกปักลงมาพร้อมกัน เข็มทิศในกระเป๋าเสื้อสั่นระรัวจนแทบจะหลุดกระเด็นออกมา แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้เกิดจากกลไก แต่มันเกิดจาก 'บางอย่าง' ที่กำลังบดขยี้มิติเวลาอยู่เบื้องหน้า
“หุบปากเสียที” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายของผมยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยเศษซากของตลาดมืดที่พังทลาย ทุกอย่างรอบตัวเลือนหายไปเหมือนหมึกที่ละลายในผืนน้ำสีดำสนิท
มาดามเซเลเน่ในชุดราตรีสีครามยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว หน้ากากตุ๊กตาพอร์ซเลนของนางบัดนี้มีรอยร้าวลึกพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย แสงสีม่วงประหลาดไหลทะลักออกมาจากรอยแตกนั้นแทนที่จะเป็นเลือด “เจ้าคิดว่าการตามหาความทรงจำคือการปลดแอกงั้นหรือ? เปล่าเลย... ทุกเศษเสี้ยวที่เจ้าเก็บกลับมา คือการอัญเชิญหายนะให้ใกล้เข้ามาอีกก้าวหนึ่ง”
ผมชักมีดสั้นอาคมที่เพิ่งแลกมาในตอนที่แล้วออกมา ใบมีดเย็นเฉียบจนผิวหนังชาหนึบ “หายนะที่ว่า... คงไม่ใช่สิ่งที่ท่านสร้างขึ้นมาเองหรอกนะ?”
ทันใดนั้นเอง โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง ท้องฟ้าที่ควรจะเป็นเพดานของตลาดมืดกลับกลายเป็นดวงตาขนาดยักษ์ที่จ้องมองลงมา แรงกดดันมหาศาลทำให้เข่าของผมทรุดลงกับพื้น สัญชาตญาณดิบในตัวสั่งให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง—และในวินาทีนั้นเอง ภาพนิมิตก็ระเบิดออกในหัวของผม
ผมเห็นกรุงลอนดอนที่ไม่ได้เป็นอย่างที่ควรจะเป็น อาคารบ้านเรือนถูกกลืนกินด้วยเงาสีดำสนิท ผู้คนยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นที่ถูกแช่แข็งในกาลเวลา ท้องฟ้าดับวูบเหมือนตะเกียงที่น้ำมันหมด และใจกลางของความพินาศนั้น... ผมเห็นร่างของตัวเอง—ร่างที่ดูแก่ชราและเต็มไปด้วยบาดแผล—กำลังถือเข็มทิศเล่มเดียวกันนี้ในสภาพที่สนิมเกาะกินจนดำมืด
เข็มทิศนั้นไม่ได้ชี้ไปที่ทิศเหนือ แต่มันชี้ไปที่หัวใจของผม
“เห็นแล้วสินะ” มาดามเซเลเน่ขยับเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของนางแผ่วเบาราวกับผีหลอก “นั่นไม่ใช่ความฝันเรน แต่มันคือความเป็นจริงที่เจ้ากำลังจะเขียนขึ้นด้วยมือของเจ้าเอง พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน... ไม่ใช่การแลกเปลี่ยนด้วยเงินหรือสมบัติ แต่มันคือการแลกเปลี่ยนด้วย ‘ความเป็นไปได้’ ของโลกใบนี้”
“ข้าไม่เชื่อ” ผมตะโกนลั่น ความเจ็บปวดพุ่งพล่านจนผมต้องใช้มีดปักลงพื้นเพื่อยึดร่างไว้ “ข้าจะทำลายวัฏจักรนี้... ข้าจะหาทางจบเรื่องนี้ด้วยมือของข้าเอง”
“โง่เขลา” มาดามแค่นหัวเราะ ก่อนจะดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว พื้นที่รอบตัวเราก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆ มวลอากาศมหาศาลดูดกลืนตัวผมเข้าไป ผมรู้สึกเหมือนถูกฉีกกระชากออกจากร่างกายตัวเอง ภาพนิมิตเรื่องจุดจบยังคงฉายซ้ำไม่หยุด ทั้งเปลวเพลิงที่ไร้แสง ความเงียบงันที่น่าสยดสยอง และเสียงกระซิบของใครบางคนที่ผมจำได้แม่น... เสียงของตัวผมเองในอนาคตที่กำลังร่ำไห้
ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานในตลาดมืด เหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งไปอาบน้ำมา เข็มทิศในมือหยุดนิ่งสนิท แต่มันกลับร้อนผ่าวจนฝ่ามือผมพองเป็นตุ่มน้ำ
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาในห้อง ความเงียบที่ควรจะปลอดภัยกลับกลายเป็นสัญญาณเตือนภัย ผมคว้ามีดเตรียมพร้อม แต่ทว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่มาดามเซเลเน่ หรือเจ้าหนี้คนไหนที่ผมคุ้นเคย
เขาเป็นชายชราในชุดสูทขาดวิ่น ดวงตาข้างหนึ่งถูกปิดด้วยผ้าพันแผลที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง เขาก้าวเข้ามาหาผมช้าๆ ในมือถือนาฬิกาพกเรือนหนึ่งที่เข็มทุกเข็มหมุนทวนเข็มนาฬิกาอย่างบ้าคลั่ง
“ในที่สุด... ข้าก็หาเจ้าเจอจนได้” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือราวกับกระดาษทรายถูบนแผ่นไม้ เขาโยนนาฬิกาในมือลงบนโต๊ะตรงหน้าผม “ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลิกเล่นบทพระเอกในความทรงจำที่บิดเบี้ยวของตัวเองแล้ว เพราะคนที่เจ้าเรียกว่า ‘มาดามเซเลเน่’ น่ะ... ตายไปตั้งแต่วันที่เจ้าทำพันธสัญญาฉบับแรกสำเร็จแล้วนะเรน”
ผมมองนาฬิกาที่หยุดนิ่งทันทีที่แตะพื้น และเห็นเงาสะท้อนของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังผมในกระจกบานใหญ่... เงาที่ไม่มีหน้าตา แต่กลับมีรอยยิ้มที่กว้างจนฉีกถึงใบหู
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มกัดกินความเป็นคนของเรนนะครับ
ประตูมิติที่แปด
ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน•ตอนที่ 26
สมรภูมิในความฝัน
ผลงานโดย ประตูมิติที่แปด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ประตูมิติที่แปด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตลาดมืดวิญญาณอาถรรพ์: พันธสัญญาแลกเปลี่ยนดับตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!