สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 7

เมื่อสถาปนิกต้องไปปาร์ตี้วิศวกร

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
เสียงเบสกระหึ่มจากลำโพงบลูทูธราคาแพงระยับในห้องพักคนงานไซท์งานก่อสร้างโซน B สั่นสะเทือนจนแก้วพลาสติกใสบรรจุโซจูผสมน้ำอัดลมบนโต๊ะพับพลาสติกกระพือตามจังหวะเพลง รินทร์ถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่แปดของคืนนี้ ปลายเรียวลิ้นดึงรสชาติฝาดเฝื่อนของแอลกอฮอล์กลับเข้าลำคออย่างนึกหงุดหงิด เขาไม่ได้อยากมานั่งเบียดเสียดอยู่ท่ามกลางกลุ่มวิศวกรโยธา กลิ่นบุหรี่จางๆ และคราบฝุ่นปูนที่ยังติดอยู่ตามซอกเล็บของพวกผู้ชายกล้ามโตเหล่านี้เลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะคุณพีทผู้รับเหมาจอมกะล่อนใช้ไม้ตาย—*“ถ้าสถาปนิกคนสวย... อ๊ะ สถาปนิกหน้าหวานคนนี้ไม่ไปให้เกียรติทีมงาน โปรเจกต์คอนโดนี้ได้มีคานทรุดเพราะน้อยใจแน่ครับคุณรินทร์”*—เขาก็คงนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มนิ่มๆ ในห้องแอร์เย็นฉ่ำไปนานแล้ว "เอ้า! ชนแก้วให้กับการเทคอนกรีตฐานรากที่ผ่านฉลุยโดยไม่มีใครต้องลงไปนอนเฝ้าก้นหลุม!" เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนห้าวของธันวาเจ้าเก่าดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงหัวingครึกครื้น เจ้าตัวอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทที่ชุ่มเหงื่อบางเบาจากงานกลางแจ้ง กลิ่นกายปะปนกับกลิ่นแดดและน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ลอยมาแตะจมูกรินทร์วูบหนึ่งตอนที่อีกฝ่ายยื่นศอกมาสะกิดเบาๆ เชิงบังคับให้ยกแก้ว รินทร์ปรายตามองแก้วในมือตัวเอง ก่อนจะหันไปสบตากับคนตัวโตกว่าที่นั่งอยู่ข้างกัน ระยะห่างแคบๆ บนม้านั่งยาวตัวนี้ทำให้เขาต้องหายใจเข้าลึกกว่าปกติ "ดื่มเก่งนักนะวิศวกร... ระวังเถอะ ตับจะพังก่อนที่โครงการนี้จะตรวจรับเสร็จ" รินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความเขี้ยวลึกตามสไตล์คนปากจัดที่ไม่ยอมลดราวาศอกให้ใครง่ายๆ ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟนีออนสลัวกวาดมองใบหน้าเชิ่ดรั้นของสถาปนิกหนุ่มตั้งแต่กรอบหน้าคมคายจรดริมฝีปากสีระเรื่อที่กำลังขยับเถียง เขาไม่ได้โกรธ กลับรู้สึกว่าท่าทางพยศเหมือนแมวเปอร์เซียโดนเหยียบหางนี่แหละที่ทำให้คืนน่าเบื่อหน่ายมีสีสันขึ้นมาเป็นกอง "เป็นห่วงผมเหรอครับ คุณสถาปนิก" ธันวาจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ข้างแก้วเนียน "ปากเก่งแบบนี้... เดี๋ยวผมจับกรอกด้วยโสมเกาหลีสกัดเข้มข้นซะเลยนี่" "ถอยไปไกลๆ เลยนะธันวา กลิ่นเหล้าหึ่งขนาดนี้ ถอยไปสิ!" รินทร์ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่แน่นตึงไปด้วยมัดกล้ามตามประสาคนทำงานกลางแจ้ง ผลลัพธ์คือธันวาไม่เพียงไม่ขยับ แต่กลับคว้าข้อมือเรียวบางนั้นไว้ด้วยอุ้งมืออุ่นจัด บีบกระชับพอเหมาะไม่ให้หลุดหนีแถมยังตรึงไว้บนตักแกร่งของตัวเองต่อหน้าต่อตาคนงานนับสิบชีวิตที่กำลังเมาได้ที่ เสียงแซวฮิ้วฮาจากรอบวงดังขึ้นทันทีจนรินทร์ต้องกัดฟันกรอด ใบหน้าขาวเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความเคืองปนอับอายเล็กน้อย "ไอ้คุณวิศวกรบ้า! ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ คนมองกันหมดแล้ว!" "ให้มองไปสิ ใครจะทำไม ก็ผมอยากกอดที่ปรึกษาโครงการคนเก่งแถวนี้ผิดตรงไหนวะ" ธันวาเอuกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่มักจะใช้สั่งงานลูกน้องถูกปรับลดระดับลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบพร่าเลือนที่สั่นสะท้อนในอกรินทร์อย่างประหลาด ความอลหม่านในวงเหล้าดำเนินต่อไปจนกระทั่งล่วงเลยเข้ายามดึก ผู้รับเหมาและคนงานต่างพากันแยกย้ายกลับที่พัก เหลือเพียงร่างระหงของสถาปนิกหนุ่มที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเดิม กับวิศวกรหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่อาศัยจังหวะชุลมุนลากตัวอีกฝ่ายออกมาที่มุมเงียบสงบหลังตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานชั่วคราว ลมเย็นยามดึกพัดผ่านโครงสร้างเหล็กดิบๆ ให้ความรู้สึกเปลี่ยวเหงาและเคว้งคว้าง รินทร์สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมทันทีเมื่อพ้นสายตาคนอื่น เขาหันหลังกลับมาเตรียมจะต่อว่าอีกฝ่ายให้หูชา แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่แค่ลำคอเมื่อเห็นแววตาที่ธันวาใช้มองมาในยามนี้ มันไม่ใช่สายตากวนประสาท ปากร้าย หรือเยาะ ics แบบที่เคยเจอทุกครั้งในที่ประชุมหน้างาน... แต่มันคือความอ่อนโยนล้ำลึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกกระด้างกระเดื่อง ธันวาถอดเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อยืดสีดำแนบเนื้อ ดวงตาคมคายคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่กลับสุกใสและจริงจังจนน่ากลัว "มองอะไรเล่า มีอะไรจะพูดก็พูดมา จะได้รีบกลับห้องไปนอน พรุ่งนี้ต้องตรวจแบบแปลนชั้นสามอีก" รินทร์เบี่ยงสายตาหนีความกดดันประหลาดนั้น พยายามรักษาเกราะกำบังความเย่อหยิ่งของตัวเองไว้เต็มที่ ธันวาไม่ตอบคำถาม เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งแผ่นหลังบางของรินทร์ชนเข้ากับผนังตู้คอนเทนเนอร์เย็นเฉียบ ไอร้อนจากร่างกายของวิศวกรหนุ่มโอบล้อมเข้ามาจนแทบไม่มีอากาศหายใจ มือหนายื่นออกไปข้างหนึ่ง วางทาบลงบนผนังเหล็กเพื่อกักตัวคนตรงหน้าไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ "เหนื่อยไหมรินทร์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ไร้ซึ่งร่องรอยของการหยอกล้อ รินทร์ชะงัก เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อซ่อนความไหววูบในแววตา "ถามอะไรบ้าๆ ใครจะไปเหนื่อย งานก็คืองาน..." "ปากแข็งชะมัด" ธันวาหลุดยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง นิ้วมือหยาบกร้านจากการจับประแจและคอนกรีตค่อยๆ เอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนของสถาปนิกหนุ่มออกอย่างเบามือที่สุด สัมผัสที่นุ่มนวลสวนทางกับบุคลิกดิบเถื่อนโดยสิ้นเชิงทำเอารินทร์ถึงกับลืมหายใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ "วันๆ เอาแต่ถือไม้บรรทัดสเกลคอยมาไล่จิกกัดผม ตรวจแบบทีไรก็แก้โน่นแก้นี่จนผมปวดหัวไปหมด... แต่รู้ไหม เวลาที่คุณยืนกอดอกแล้วเถียงผมตาเขียว มันน่ามันเขี้ยวชะมัดเลยวะ" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยในอกข้างซ้ายเต้นระรัวราวกับตีกลองเพล รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "นี่คุณ... เมามากแล้วนะธันวา ปล่อยเลยนะ ไม่งั้นผมจะเอาไม้บรรทัดเหล็กฟาดหัวคุณจริงๆ ด้วย" "ถ้าคิดว่ากล้าพอก็ลองดูสิ..." ธันวาไม่ถอยแถมยังทิ้งน้ำหนักตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีก ร่างกายแนบชิดกันจนรับรู้ถึงความอุ่นซ่านที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนมาโอบกระชับรอบเอวสอบบางไว้หลวมๆ ไม่ให้ขยับหนี ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังคייהระอุและริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร— เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของธันวาก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะมารผจญอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา รินทร์สะดุ้งสุดตัวราวกับหลุดจากภวังค์ รีบใช้สองมือดันอกกว้างให้ออกห่างทันที ใบหน้าขาวเนียนแดงซ่านลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอายปนโล่งอก ธันวาจิ๊ปากอย่างขัดใจ ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดชัดเจนเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ แต่ทว่า... ทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอ มือที่ถือเครื่องอยู่ก็ชะงักค้าง ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยประกายความหวานกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที "มีอะไร... หน้าตาคุณดูไม่ดีเลย" รินทร์ถามด้วยความสงสัยระคนสังเกตเห็นความผิดปกติ ลืมความเขินอายเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับรินทร์ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกังวลระคนตกใจอย่างที่สถาปนิกหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "รินทร์..." ธันวาเอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและจริงจังอย่างยิ่งยวด "เมื่อกี้ทางผู้รับเหมาช่วงโซน A โทรมาแจ้งด่วน... กำแพงกันดินด้านทิศเหนือที่เพิ่งเทเสร็จเมื่อเย็น เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่และกำลังทรุดตัวลงมาแล้ว!" ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความระทึกและเคมีชวนจิกหมอนในตอนนี้ด้วยนะคะ บทหน้ามาลุ้นกันค่ะว่าศึกท่อแตกและศึกหัวใจครั้งนี้จะจบลงอย่างไร รับรองว่าแซ่บพริกสิบเม็ดแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%