สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 17

ความริษยาของคนนอก

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
*ให้ตายเถอะ... เกือบจะพูดออกไปได้อยู่แล้วเชียว!* เสียงโวยวายในหัวของรินทร์ดังวนซ้ำไปซ้ำมา ราวกับแผ่นเสียงตกร่องที่ติดอยู่ท่อนเดิม ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว กลิ่นอายของกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขแปลนก่อสร้างยังคงลอยอบอวลอยู่ในห้องสถาปนิกส่วนตัว แต่สิ่งที่รบกวนสมาธิเขายิ่งกว่ากลิ่นคาเฟอีน ก็คือไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่เพิ่งผละออกไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ และระยะห่างระหว่างเขากับธันวาที่แทบจะแนบชิดกันจนลมหายใจเป่ารดต้นคอ ไอ้บ้าธันวา... สายตาคมกริบแบบนั้น รอยยิ้มมุมปากเยาะหยันแบบนั้น และปลายนิ้วที่จงใจเกลี่ยปอยผมออกจากกรอบหน้าเขาอย่างถือวิสาสะ มันคืออาวุธทำลายล้างที่ถูกออกแบบมาเพื่อปั่นป่วนหัวใจเพอร์เฟกต์ชันนิสต์อย่างเขาโดยเฉพาะ "มองหน้าผมแบบนั้น หมายความว่าเสียดายที่ไม่ได้ยินคำว่า 'รัก' จากปากผม หรือว่าเสียดายที่อดจูบผมกันแน่ครับ คุณสถาปนิก" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทตามเอกลักษณ์ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มเจ้าandผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและขวางโลกทิ้งตัวพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานอย่างสบายอารมณ์ แขนแกร่งกอดอกไว้หลวมๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะยังคงหยอดคำกวนประสาทเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเองก็ตาม รินทร์ตวัดสายตากลับไปทันที ความหงุดหงิดปนเขินอายแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียน แต่ภายนอกเขายังคงรักษาฟอร์มของสถาปนิกผู้เย่อหยิ่งไว้ได้เป็นอย่างดี ปากเรียวบางยกยิ้มหยันอย่างไม่ยอมแพ้ "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ธันวา หน้าตาอย่างคุณ ต่อให้ผู้หญิงทั้งไซต์งานก่อสร้างมารุมกรี๊ด ผมก็ยังมองว่าคุณเป็นแค่วิศวกรปากเสียที่ชอบสร้างปัญหาให้ผมปวดหัวเล่นเท่านั้นแหละค่ะ... อ้อ แล้วก็กรุณาถอยออกไปไกลๆ โต๊ะทำงานผมด้วย พื้นที่ตรงนี้มันเขตปลอดคนกวนประสาท" "ปากแข็งชะมัด..." ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างเซ็กซี่ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินทร์อีกครั้งอย่างรวดเร็วจนร่างโปร่งต้องเผลอถอยหลังไปชนกับชั้นวางแบบแปลน "แต่แปลกแฮะ ยิ่งคุณปากจัดใส่ผมเท่าไหร่ หัวใจผมมันดันทำงานหนักขึ้นเท่านั้น... หรือว่าเราควรจะลองพิสูจน์กันดูหน่อยไหม ว่าปากคุณจะเก่งเหมือนเวลาเถียงผมรึเปล่า" บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มระอุขึ้นอย่างรวดเร็ว เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันกำลังทำงานอย่างเต็มที่ รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระส่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตากลมโตหลุบมองริมฝีปากหยักที่กำลังขยับยิ้มท้าทาย... *ให้ตายเถอะ... ครั้งนี้เขาอาจจะหลบสายตาไม่พ้นจริงๆ* ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิต—หรืออาจจะเป็นเสียงทำลายล้างความฟิน—ที่ดังผ่ากลางความเงียบ รินทร์สะดุ้งสุดตัว สติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่างทันที มือเรียวดันอกแกร่งของธันวาให้ออกห่างอย่างแรงจนวิศวกรหนุ่มเซถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคือง ธันวาจิ๊ปากอย่างขัดใจ ดวงตาคมตวัดมองไปยังประตูด้วยความหงุดหงิดระคนไม่พอใจอย่างชัดเจน "ใครวะ..." เขาพึมพำลอดไรฟันด้วยความหัวเสีย ก่อนที่ประตูบานเลื่อนจะถูกเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสเข้ารูปสไตล์แฟชั่นนิสต้าพร้อมกระเป๋าแบรนด์เนมใบโตก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยถูกเซ็ตมาอย่างดี และกลิ่นน้ำหอมราคาแพงก็ลอยฟุ้งเข้ามาแทนที่กลิ่นกาแฟทันที "รินทร์คะ! แย่แล้ว..." เสียงหวานแหลมที่จงใจลากเสียงสูงเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามา แต่แล้วเสียงนั้นก็ต้องสะดุดกึกเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยกวาดสายตามาเห็นร่างสูงของธันวาที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างโต๊ะทำงาน รอยยิ้มที่เตรียมมาหุบลงฉับพลัน ใบหน้าของแขกผู้มาเยือนฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แม้ข้างในจะยังเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก "คุณมิน... มีธุระอะไรด่วนเหรอคะ ถึงบุกเข้ามาถึงห้องทำงานส่วนตัวของฉันแบบนี้" มินตรา หรือ "คุณมิน" ดีไซเนอร์สาวไฮโซชื่อดังที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ของโปรเจกต์นี้ เธอส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยความอิจฉาริษยามาให้รินทร์แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปส่งสายตาหวานเชื่อมใส่ธันวาอย่างจงใจ "มินแค่ผ่านมาแถวนี้ค่ะ เลยแวะเอาเอกสารปรับแบบแปลนส่วนครัวมาให้รินทร์ดู... อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ มินไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญของคุณสองคนใช่ไหมคะเนี่ย ดูท่าทาง... เหมือนมินจะมาผิดเวลาจริงๆ ด้วย" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามแสดงความเกรงอกเกรงใจ แต่น้ำเสียงและแววตากลับเยาะเย้ยถากถางอย่างเห็นได้ชัด ธันวาปั้นหน้าเรียบตึง ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าคมคาย เขาเกลียดที่สุดคือพวกชอบทำตัวเป็นส่วนเกินแถมยังมารyทำให้บรรยากาศดีๆ พังลงในพริบตา "ถ้าคุณรู้ตัวว่ามาผิดเวลา ทำไมไม่เดินออกไปแล้วรอข้างนอกล่ะครับคุณมิน ห้องนี้เขามีไว้คุยเรื่องงาน ไม่ใช่เวทีแสดงละครฉากใหญ่" คำพูดขวานผ่าซากของธันวาทำเอามินตราหน้าเสียไปชั่วขณะ รอยยิ้มเสแสร้งเกือบจะหลุดออกจากใบหน้า เธอกำกระเป๋าในมือแน่นจนข้อ นิ้วขาวซีด แต่ด้วยความที่เป็นคนฉลาดและไม่อยากเสียฟอร์มต่อหน้าผู้ชายที่เธอหมายปอง มินตราจึงหัวเราะกลบเกลื่อนแล้วหันกลับมาเล่นงานรินทร์ด้วยวาจาเชือดเฉือนแทน "แหม... คุณธันวานี่ใจร้อนเหมือนวิศวกรสายลุยจริงๆ นะคะ สมแล้วที่เป็นเบอร์หนึ่งของไซต์นี้ แต่มินเตือนด้วยความหวังดีในฐานะลูกค้านะคะ... ช่วงนี้โปรเจกต์กำลังมีปัญหาเรื่องงบประมาณบานปลาย รินทร์ในฐานะสถาปนิกหลักควรจะโฟกัสที่งานออกแบบให้มากกว่าจะมา... เอิ่ม ปล่อยตัวปล่อยใจให้เรื่องส่วนตัวนะคะ" รินทร์หรี่ตามองมินตราอย่างรู้ทัน ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แค่อยากมาส่งเอกสาร เธอตั้งใจเข้ามาเพื่อขัดขวางความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวระหว่างเขากับธันวาตั้งแต่แรกแล้ว ความริษยาที่ฉาบอยู่ใต้รอยยิ้มปลอมๆ นั้นมันช่างน่าสมเพชเสียจนรินทร์อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะ "ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะคุณมิน แต่เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ฉันแยกแยะได้ดีเสมอ ไม่จำเป็นต้องให้คนนอกมาสอนหรอกค่ะ... ว่าแต่เอกสารที่คุณว่า ไหนล่ะคะ ส่งมาสิคะ ฉันจะได้รีบดูให้ คุณจะได้รีบกลับไปทำธุระของคุณเสียที" วาจาเชือดเฉือนแต่สุภาพเรียบร้อยของรินทร์ทำเอามินตราหน้าชาไปเบาๆ ดีไซเนอร์สาวกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ เธอยื่นแฟ้มเอกสารในมือกระแทកลงบนโต๊ะทำงานของรินทร์เสียงดัง "นี่ค่ะ! แบบแปลนที่มินแก้มาใหม่ รับรองว่าตอบโจทย์ความหรูหราที่มินต้องการมากกว่าแบบเดิมๆ ที่ดูจืดชืดเป็นบ้านจัดสรรทั่วไปแน่นอน" รินทร์หยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ ดวงตากลมโตหรี่ลงเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงที่มินตราทำลงไป "คุณเปลี่ยนตำแหน่งท่อประปาหลักและโครงสร้างรับน้ำหนักโดยไม่ปรึกษาทีมวิศวกรก่อนเหรอคะ? แบบนี้มันทำลายโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมหมดนะคุณมิน" "อ้าว ก็มินเป็นเจ้าของบ้าน เงินก็เงินมิน ทำไมมินจะสั่งแก้ไม่ได้ล่ะคะ?" มินตราเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน "หรือว่ารินทร์กลัวว่าจะทำงานไม่ออกมาตามบรีฟ ถึงได้หาข้ออ้างเรื่องโครงสร้างมาขัดใจมินตลอด" "เรื่องโครงสร้างไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะครับคุณมิน" ธันวาที่ยืนเงียบฟังอยู่นานก้าวเข้ามาแทรกกลาง น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นจนมินตราต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แววตาคมกริบจ้องมองดีไซเนอร์สาวด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "ถ้าคุณอยากได้บ้านที่พังลงมาทับหัวคุณตายตอนแผ่นดินไหว ก็เชิญไปจ้างสถาปนิกฝึกหัดที่ไหนก็ได้ครับ แต่วิศวกรอย่างผมไม่มีทางเซ็นอนุมัติแบบแปลนปัญญาอ่อนแบบนี้เด็ดขาด" "คุณธันวา!" มินตรากรี๊ดออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจและอับอายที่ถูกหักหน้าต่อหน้ารินทร์ "คุณกล้าพูดจาแบบนี้กับลูกค้าได้ยังไงคะ!" "ผมไม่ได้พูดกับลูกค้าครับ ผมกำลังเตือนสติ 'คนนอก' ที่ไม่รู้เรื่องโครงสร้างอาคารแต่ทำเป็นอวดรู้ต่างหากล่ะครับ" ธันวาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยาะที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เคยมีมา รินทร์แอบอมยิ้มมุมปากเล็กน้อยกับท่าทีปกป้องอย่างออกนอกหน้าของวิศวกรปากร้าย ความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในอกอย่างน่าประหลาด แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตอนนี้เริ่มตึงเครียดเกินกว่าจะปล่อยให้ยืดเยื้อ "เอาเป็นว่าเอกสารนี้ฉันรับไว้ก่อนนะคะคุณมิน เดี๋ยวฉันกับคุณธันวาจะช่วยกันดูความเป็นไปได้ในเชิงโครงสร้างให้อีกที วันนี้คุณมินคงมีธุระที่อื่นต่อ เชิญตามสบายเลยค่ะ" รินทร์เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท พร้อมผายมือไปทางประตูเป็นเชิงขับไล่อย่างสุภาพ มินตราหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ เธอกวาดสายตาอาฆาตมาที่รินทร์และธันวา สลับกันไปมา "ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะรินทร์... อย่าคิดว่าเกาะกระแสวิศวกรปากเสียคนนี้แล้วจะทำอะไรตามใจชอบได้นะ โปรเจกต์นี้ใครจะเป็นคนชนะเกม เราจะได้เห็นดีกัน!" พูดจบร่างเพรียวก็สะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นสูงออกนอกห้องไปอย่างหัวเสีย เสียงปิดประตูกระจกดังปังสะท้อนความไม่พอใจของเจ้าตัวจนสะเทือน ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง รินทร์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตามเดิม มือเรียวกดนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อคลายความปวดหัว ธันวาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกครั้ง เขาย่อตัวลงเล็กน้อยให้ระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกับรินทร์ที่นั่งอยู่ ใบหน้าคมคายฉายแววเจ้าเล่ห์แกมเอ็นดู "เหนื่อยเหรอครับคุณสถาปนิก? โดนคนนอกเข้ามาขัดจังหวะความสวีทซะได้... เสียดายชะมัด เกือบจะได้คำตอบที่ผมรอฟังอยู่แล้วเชียว" รินทร์ตวัดสายตาคมกริบมองค้อนวิศวกรหนุ่มทันที "ใครจะไปสวีทกับคุณกันคะ! แล้วก็หยุดพูดจาเพ้อเจ้อได้แล้ว งานบนโต๊ะกองเป็นภูเขา แบบแปลนที่คุณมินแก้มาก็เป็นหายนะชัดๆ คุณยังมีอารมณ์มาเล่นอีกเหรอคะ" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่น เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะแตะแก้มนวล แต่มินทร์ไวกว่า เอามือปัดออกทันทีอย่างไม่ยอมให้แตะต้องง่ายๆ "อย่ามาเนียนค่ะ ธันวา" "เปล่าเนียนสักหน่อย แค่จะเชكدูว่าแก้มคุณยังแดงอยู่รึเปล่า..." ธันวาพูดหน้าตาเฉย ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเมื่อเขาสังเกตเห็นซองจดหมายสีขาวปริศนาที่สอดอยู่ใต้กองเอกสารเก่าๆ บนมุมโต๊ะทำงานของรินทร์ ซึ่งเลยออกไปจากกองแฟ้มของมินตราเมื่อครู่ "เดี๋ยวก่อน... รินทร์ นั่นอะไร?" รินทร์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยตาม เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนข้างธันวา ดวงตากลมโตมองตามปลายนิ้วแกร่งที่ชี้ไปยังซองจดหมายสีขาวสะอาด ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีแสตมป์ มีเพียงลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำหวัดๆ ว่า... *ถึง สถาปนิกคนเก่ง... ระวังตัวไว้ให้ดี ของขวัญต้อนรับความพินาศกำลังจะเดินทางไปหาคุณ* บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที รินทร์รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ขณะที่ธันวาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบฉายแววอันตราย ร่างสูงรีบคว้าซองจดหมายนั้นขึ้นมาเปิดดูทันที แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทันตรวจสอบอะไรเพิ่มเติม... เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินทร์ก็แผดเสียงดังลั่นทำลายความเงียบ รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับสายด้วยความระแวง "ฮัลโหล..." "(คุณรินทร์ใช่ไหมคะ! แย่แล้วค่ะ! ไซต์งานก่อสร้างโซน B... เกิดอุบัติเหตุเครนยกของขัดข้อง ร่วงหล่นลงมาทับโครงสร้างหลักพังเสียหายหมดแล้วค่ะ!)" เสียงปลายสายหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนก รินทร์หน้าถอดสีทันที โทรศัพท์ในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ธันวาที่ยืนอยู่ข้างๆ คว้าข้อมือรินทร์ไว้แน่น แรงบีบนั้นส่งผ่านความร้อนและความตื่นตัวมาให้รินทร์รับรู้ทันที ดวงตาคมคายคู่นั้นมองสบตาเขาด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความกลัว "ไป... เราต้องรีบไปที่ไซต์งานเดี๋ยวนี้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีฟินจิกหมอนในตอนนี้ด้วยกันนะคะ รับรองว่าตอนหน้าเดือดกว่าเดิมแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%