"ถ้าไม่อยากให้มือสกปรกของแกหักคามือฉัน ก่อนอื่นก็ช่วยถอนสายตาทุเรศๆ นั่นออกจากตัวสถาปนิกของฉันซะ!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ดังมากนัก แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันระดับสิบเก้ารichter จนไอ้หนุ่มเจ้าสำราญที่กำลังทำท่าจะยื่นมือมาแตะไหล่บางของรินทร์ถึงกับชะงักกึก มันหันขวับมามองหน้าคนพูดด้วยความโมโห แต่พอเจอสายตาดุร้ายระดับพญามารของธันวาเข้าจริงๆ รังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ในชุดช่างลุยๆ นั้น ก็ทำเอาไอ้ตัวปัญหาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรีบชักมือกลับแล้วก้าวถอยหลังกรูดด้วยความกลัว แล้วเผ่นแนบหายไปจากร้านกาแฟกึ่งบาร์สไตล์ลอฟท์แห่งนั้นในเวลาไม่ถึงสามวินาที
รินทร์กะพริบตาปริบๆ มองแผ่นหลังของไอ้คนฉวยโอกาสที่วิ่งหางจุกตูดออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเบนสายตากลับมามองพ่อวิศวกรปากร้ายที่ตอนนี้ยืนค้ำหัวเขาอยู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าก้นกระทะ
"ทำเป็นเก่ง" ธันวาพ่นลมหายใจฮึดฮัด ทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างแรงจนแก้วกาแฟสั่น "ถ้าฉันเดินมาช้ากว่านี้อีกนิด นายคงโดนมันแทะโลมจนแทบไม่เหลือชิ้นดีแล้วมั้ง คุณสถาปนิกคนเก่ง"
"แล้วใครใช้ให้คุณเข้ามาจุ้นจ้านล่ะคะ?" รินทร์สวนกลับทันควัน ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบโล่งอกอยู่ไม่น้อยก็ตาม "ถึงไม่มีคุณ ฉันก็จัดการตาบ้านั่นเองได้สบายๆ หรอกน่า ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะธันวา"
"จัดการด้วยการยืนทำหน้าเป็นเป้าสายตาให้มันลวนลามทางสายตาเนี่ยนะ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีนิลคมกริบมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วงที่ปิดไม่มิด "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรินทร์... รู้ตัวบ้างไหมว่าเวลาตัวเองทำหน้าดื้อใส่คนอื่น มันน่าหมั่นไส้ขนาดไหน"
"น่าหมั่นไส้แล้วยังไงล่ะคะ? เชิญคุณไปหาคนอื่นที่เรียบร้อยน่ารักสกôiสิคะ จะมานั่งทนมองหน้าฉันทำไม"
รินทร์ลอยหน้าลอยตาพูดพลางเบือนหน้าหนีไปมองวิวด้านนอกกระจกใส เพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่เกือบจะหลุดออกมาจากมุมปาก เขาเกลียดนักเวลาที่ธันวาทำท่าทางหึงหวงแบบนี้ มันทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะทุกที ทั้งที่ปากก็คอยแต่จะหาเรื่องเถียงกันอยู่เรื่อย
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ คลอเคลียอยู่ทั่วร้าน มือหนาของธันวาเอื้อมไปคว้าแก้วน้ำมาหมุนเล่นไปมา สายตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของคนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งกอดอกเงียบๆ ความรู้สึกอัดอั้นบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้ลึกสุดใจกำลังตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ... ที่เขาเริ่มทนมองรินทร์ถูกคนอื่นมองด้วยสายตาแทะโลมไม่ได้ขนาดนี้?
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่รอยยิ้มและการต่อปากต่อคำของคนคนนี้ กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของไอ้วิศวกรขัดใจโลกอย่างเขาไปเสียแล้ว?
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน มือที่จับแก้วน้ำเริ่มชื้นเหงื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายปากจัดอย่างเขาเกิดอาการ "ปอดแห้ง" ขึ้นมาจริงๆ จังๆ ก็ไอ้คำว่ารักที่มันจุกอยู่ที่อกนี่แหละ ถ้าพูดออกไปแล้วรินทร์เกิดทำหน้าตกใจแล้วถอยห่างขึ้นมา เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
"นี่..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินทร์หันกลับมาเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย
"อะไรคะ?"
"คือ... ฉัน..." ธันวาอึกอัก ดวงตาคมคบหลบวูบไปมองทางอื่นชั่วขณะหนึ่ง ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่ง ยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก "ฉัน... มีเรื่องจะบอก"
รินทร์หรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วธันวาไม่ใช่คนพูดจาอึกอักลังเลแบบนี้ เจ้าตัวออกจะมั่นหน้ามั่นโหนเสียด้วยซ้ำ การที่อีกฝ่ายแสดงท่าทีประหม่าออกมาแบบนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ในท้องขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"มีอะไรก็ว่ามาสิคะ มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่ได้ ไม่ใช่พิרויกโครงการถล่มหรอกนะ" รินทร์แกล้งแซวเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
"ไม่ใช่เรื่องงานโว้ย!" ธันวาโพล่งขึ้นมาเสียงดังลั่นจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง ก่อนจะรีบกระแอมไอแล้วลดเสียงลงให้เบาลง "เอ่อ... คือ... คือว่า..."
บรรยากาศระหว่างเขาทั้งสองคนราวกับถูกแช่แข็ง ชั่ววินาทีนั้น โลกทั้งใบเหมือนจะหมุนช้าลง รินทร์จ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่ไหวระริกด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบงันที่โรยตัวลงมาเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
ธันวากลืนน้ำลงคอเฮือกใหญ่ เขาตัดสินใจแล้ว... ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมายังไง วันนี้เขาต้องพูดมันออกไป! ริมฝีปากหยักได้รูปขยับอ้าออก เตรียมจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่กลั้นใจเก็บไว้มานานแสนนาน
"รินทร์... จริงๆ แล้วฉัน..."
"อ้าว! ธันวา! รินทร์! อยู่นี่เองเหรอพวกนาย!"
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงโปร่งของคุณพีทที่เดินปรี่เข้ามาตบไหล่ธันวาฉาดใหญ่ตามนิสัยจอมกะล่อน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
ธันวาถึงกับหลับตาปี๋ สบถคำหยาบคายในใจยาวเป็นหางว่าว ส่วนรินทร์สะดุ้งเฮือก รีบเบนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำและแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายอย่างปิดไม่มิด
"อะไรของคุณเนี่ยคุณพีท มาขัดจังหวะชาวบ้านเขาอยู่เรื่อย!" ธันวาหันไปแยกเขี้ยวใส่ผู้รับเหมาตัวแสบด้วยความหัวเสียสุดขีด
"อ้าว ฉันผิดอะไรวะ ก็เห็นพวกนายทำหน้าเครียดๆ กัน นึกว่ามีเรื่องซีเรียสเรื่องแบบแปลนซะอีก... ว่าแต่เมื่อกี้แกจะพูดอะไรนะธันวา หน้าดำหน้าแดงเชียว" คุณพีททำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไหวไหล่กวนๆ ใส่
ธันวาหันกลับมามองหน้ารินทร์อีกครั้ง แต่อีกฝ่ายกลับลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเอกสารขึ้นมาสะพายไหล่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าสวยกลับมาเรียบสนิทเป็นปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณพีท..." รินทร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาวาววับไปด้วยความงอนนิดๆ "พอดีธันวาเขาแค่จะบอกว่า... เย็นนี้เขาจะเลี้ยงกาแฟฉันเพราะทำตัวมีพิรุธเฉยๆ ค่ะ... จริงไหมคะคุณวิศวกร?"
รินทร์หันไปเลิกคิ้วท้าทายใส่คนตัวโตที่นั่งแข็งทื่อเป็นหิน
ธันวาอ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะจำใจพยักหน้ารับสมยอมอย่างเสียไม่ได้ "เออ... ใช่! เลี้ยงกาแฟ! ไว้คราวหน้าค่อยคุยกันต่อก็แล้วกัน!"
รินทร์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินลิ่วออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ธันวานั่งมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกค้างคาใจที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
*ให้ตายเถอะ... เกือบจะพูดออกไปได้อยู่แล้วเชียว!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 16
คำสารภาพในความมืด
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!