"ถ้าคุณแม่ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าท่านกำลังบุกรุกพื้นที่เขตก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตนะครับคุณหญิง"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันนิดๆ ของธันวา ดังแทรกผ่านสายฝนปรอยที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ร่างสูงใหญ่ในชุดช่างก่อสร้างเปียกชื้น ขยับก้าวเข้าไปยืนบังร่างระหงของรินทร์ไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็กกล้า แม้ว่าปลายจมูกของเขาจะได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมาปะทะกับกลิ่นอับชื้นของดินโคลนจนฉุนกึก แต่แววตาที่มองมารดาบังเกิดเกล้ากลับไร้ซึ่งความเคารพยำเกรง มีเพียงความแข็งกร้าวและดื้อรั้นที่พร้อมชนทุกรูปแบบ
รินทร์ เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความระอุที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้ม ไม่ใช่เพราะความกลัวผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้า แต่เป็นเพราะแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังให้อยู่ต่างหาก... ตาบ้านี่! ปากร้ายใส่เขามาทั้งวัน แต่พอเจอแม่ตัวเองกลับกางปีกปกป้องซะงั้น เป็นหมาบ้าพันธุ์ไหนกันแน่นะ!
คุณหญิงมณีรัตน์ ชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดสามีภรรยา—เอ๊ย ลูกชายตัวดี ดวงตาดุคมกริบภายใต้กรอบแว่นแบรนด์ดัง กวาดมองสภาพไซต์งานที่เละเทะ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังลูกชาย
"ธันวา! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!" เสียงทรงอำนาจเอ็ดขึ้นอย่างเหลืออด "แล้วนี่มันอะไรกัน อาคารเก่าอายุกว่าสี่สิบปีที่แกกำลังรื้อถอน เสาหลักโซน C มันทรุดตัวลงมาจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ แกคิดจะเอาชีวิตคนงานไปทิ้งไว้ตรงนี้หรือไง ถึงได้ดึงดันจะซ่อมแซมโดยไม่ยอมรายงานฉันสักคำ!"
"ผมเป็นวิศวกรผู้ควบคุมงาน การตัดสินใจหน้างานคือหน้าที่ของผม ไม่ใช่ของบอร์ดบริหารที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ" ธันวาตอกกลับเสียงกร้าว สันกรามคมขบเข้าหากันจนนูนเด่น "และที่สำคัญ... โครงสร้างตรงนี้ไม่ได้ทรุดเพราะความสะשלุ แต่เพราะมันถูกปกปิดความเสียหายมาตั้งแต่ยุคที่คุณพ่อบริหารต่างหากล่ะครับ!"
บรรยากาศในไซต์งานพลันเงียบกริบลงทันตา เหลือเพียงเสียงหยดน้ำฝนที่กระทบลงบนผืนผ้าใบกันสาด
รินทร์ หรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันปราดเปรียวประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขายื่นมือเรียวไปดึงชายเสื้อชื้นเหงื่อของธันวาเบาๆ เป็นสัญญาณเตือน ก่อนจะก้าวออกมาจากด้านหลังแผ่นหลังกว้างนั้นเผชิญหน้ากับคุณหญิงมณีรัตน์ด้วยท่าทีนิ่งสงบ ทว่าแววตากลับคมกริบไม่แพ้กัน
"สวัสดีครับคุณหญิง" รินทร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่รื่นหู รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา "ในฐานะสถาปนิกหลักของโปรเจกต์นี้ ผมต้องขออนุญาตชี้แจงตามตรงนะครับว่า รอยร้าวใต้ฐานรากที่เราเพิ่งขุดพบ มันไม่ใช่ความผิดพลาดของงานออกแบบใหม่ และก็ไม่ใช่ความประมาทของคุณธันวาด้วย แต่มันคือ 'มะเร็งร้าย' ที่ถูกซ่อนไว้ใต้คอนกรีตเสริมเหล็กโบราณ... ถ้าวันนี้เราไม่รื้อ ไม่ขุด และไม่เจอความจริงข้อนี้ อีกไม่เกินสามเดือน ตึกคอมเพล็กซ์มูลค่าพันล้านที่คุณหญิงภาคภูมิใจนักหนาก็คงพังครืนลงมาฝังร่างคนงานทั้งไซต์ ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวคุณหญิงเองที่อาจจะมาตรวจงานในวันเปิดตัวหรอกครับ"
พรวด!
เสียงสูดลมหายใจเข้าพร้อมกันของเหล่าบอดี้การ์ดและผู้รับเหมาที่ยืนอยู่รอบๆ ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครคาดคิดว่าสถาปนิกตัวเล็กๆ ปากคอเราะร้ายคนนี้ จะกล้าพูดจาเชือดเฉือนใส่เจ้าของทุนรายใหญ่ระดับประเทศด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบแบบนี้
คุณหญิงมณีรัตน์ หน้าชาไปวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งมาที่รินทร์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ปากกล้าดีนี่! สมแล้วที่เป็นเด็กในคาถาของตาธันวา ถึงได้กล้าปีนเกลียวฉันขนาดนี้!"
"เด็กในคาถาอะไรกันครับคุณแม่!" ธันวาโพล่งขึ้นทันที น้ำเสียงร้อนรนจนผิดวิสัยคนปากแข็ง "รินทร์เขาทำงานด้วยเหตุผล มืออาชีพพอที่จะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับงาน... เลิกอคติแล้วมองดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าสักทีเถอะครับ ว่าตึกหลังนี้มันกำลังจะพังลงมาทับหัวเราอยู่แล้ว!"
"แก!" คุณหญิงชี้นิ้วสั่นระริกด้วยความโกรธ
"ถ้าคุณหญิงไม่เชื่อสายตาตัวเอง เชิญทางนี้เลยครับ" รินทร์ไม่ปล่อยให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านั้น เขาหมุนตัวเดินนำลิ่วไปยังหลุมฐานรากโซน C ทันที โดยไม่สนใจว่ารองเท้าคัทชูราคาแพงจะเปื้อนโคลนมากแค่ไหน ธันวารีบสาวเท้ายาวๆ ตามไปประกบข้างทันทีอย่างเป็นห่วง กลัวว่าคนอวดดีจะลื่นล้มลงไปในหลุมโคลนเสียก่อน
แสงไฟจากสปอตไลท์สนามส่องสว่างไปยังซากฐานรากคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า ตรงกลางเสาต้นใหญ่มีรอยแยกขนาดมหึมาที่ถูกฉาบปิดทับไว้ด้วยปูนใหม่บางๆ และเหล็กเส้นด้านในก็ขึ้นสนิมแดงจนแทบไม่เหลือสภาพ
"เห็นรอยเชื่อมตรงนั้นไหมครับ" รินทร์ชี้ให้ดูด้วยปลายดินสอแปลน "มันถูกอำพรางไว้ด้วยเทคนิคที่โบราณมาก ยุคพ่อของคุณธันวานั่นแหละที่เคยรีโนเวทตึกนี้ครั้งใหญ่ แต่เลือกใช้วิธี 'ย้อมแมว' เพื่อประหยัดงบ... ถ้าเราไม่รื้อฐานรากนี้แล้วเทตườngรับน้ำหนักใหม่ทั้งหมด แรงสั่นสะเทือนจากการตอกเสาเข็มด้านข้างจะทำให้ตึกนี้ถล่มลงมาภายในพริบตา"
คุณหญิงมณีรัตน์ก้าวตามลงมามองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจและมาดนางพญาเมื่อครู่สั่นคลอนลงทันทีเมื่อเห็นหลักฐานคาตา
"แล้ว... แกสองคนจะแก้ปัญหายังไง" น้ำเสียงของคุณหญิงอ่อนลงเล็กน้อย แม้จะยังคงไว้ซึ่งฟอร์มอันแข็งกระด้าง
ธันวาเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังยืนกอดอกนิ่ง คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด เคมีระหว่างวิศวกรซึนปากร้ายกับสถาปนิกปากจัด พลันเปลี่ยนเป็นความร่วมมือที่น่าทึ่งในชั่วพริบตาโดยไม่ต้องนัดหมาย
"ผมจะออกแบบโครงสร้างเหล็กค้ำยันชั่วคราว (Temporary Steel Jacketing) เพื่อรับน้ำหนักของตัวตึกด้านบนไว้ก่อน" รินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาเป็นประกายเจิดจ้าด้วยความมั่นใจแบบมืออาชีพ "ส่วนธันวา... นายต้องคำนวณการรับน้ำหนักของแจ็คเก็ตเหล็กนี้ให้ดีว่าต้องรับน้ำหนักได้กี่ตัน และต้องเสร็จภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนี้เท่านั้น ไม่งั้นหน้าฝนจะทำให้ดินทรุดตัวลงไปอีก"
"สี่สิบแปดชั่วโมง?" ธันวาหันขวับมามองคนตัวเล็กทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน "รินทร์ นี่มันงานช้างนะเว้ย จะให้คำนวณโครงสร้างเหล็กค้ำยันตึกสี่สิบปีภายในสองวัน นายบ้าไปแล้วหรือไง!"
"ฉันไม่ได้บ้า แต่นายต่างหากที่โง่ถ้าทำไม่ได้!" รินทร์หันกลับมาเถียงทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ไหนว่าตัวเองเป็นวิศวกรมือหนึ่งของบริษัทไง หรือเก่งแต่ปากคอยหาเรื่องฉันไปวันๆ หะ?"
"เออ! เดี๋ยวทำให้ดู! แต่ถ้างานนี้ฉันทำสำเร็จ นายต้องยอมไปกินข้าวกับฉันสองต่อสองติดต่อกันเจ็ดวัน ห้ามปฏิเสธ!" ธันวาโยนเงื่อนไขหน้าตายใส่ทันที ใบหน้าคมคายฉายแววเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็น
"ฝันไปเถอะไอ้—"
"ตกลงตามนี้" คุณหญิงมณีรัตน์ที่ยืนฟังอยู่นานเอ่ยแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ ทำเอาทั้งรินทร์และธันวาชะงักกึก หันขวับไปมองคุณหญิงเป็นตาเดียว "ฉันให้เวลาพวกเธอสี่สิบแปดชั่วโมง ถ้าทำสำเร็จ ฉันจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการตัดสินใจในไซต์งานนี้อีก... แต่ถ้าล้มเหลว ทั้งคู่ต้องเซ็นใบลาออกจากโปรเจกต์นี้ทันที!"
รินทร์สูดหายใจเข้าลึกๆ ความกดดันมหาศาลทับถมลงมาบนบ่าทันที แต่ความท้าทายในแววตากลับยิ่งลุกโชนขึ้นไปอีก เขากำมือแน่น หันไปสบตากับธันวาที่ยืนอยู่ข้างกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจปะปนกับเสียงเม็ดฝน
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะอ้าปากรับคำท้า สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังเดินเลี่ยงออกมาจากมุมอับหลังเสาเข็มโซน C—
ร่างสูงโปรดของ 'คุณพีท' ผู้รับเหมาจอมกะล่อน กำลังก้มๆ เงยๆ เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋าเสื้อด้วยท่าทางมีพิรุธสุดขีด บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งดับไปเมื่อครู่ ปรากฏข้อความตัวอักษรวิ่งผ่านสว่างวาบในความมืด...
*[ส่งข้อมูลภาพรอยร้าวให้ฝั่งคู่แข่งเรียบร้อย ได้รับเงินงวดแรกแล้ว]*
ธันวาและรินทร์เบิกตากว้างขึ้นพร้อมกัน หัวใจกระตุกวาบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... ความลับใต้ฐานรากนี้ ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนและคุณหญิงที่รู้เสียแล้ว!
***
ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความระทึกและเคมีชวนจิกหมอนในตอนนี้นะคะ บทหน้ามารลุ้นกันค่ะว่าสองแสบของเราจะจัดการกับสายลับตัวแสบอย่างไร รับรองว่าแซ่บพริกสิบเม็ดแน่นอนค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 5
ความลับใต้ฐานราก
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!