สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 4

ฝนตกหนักกับไซต์งานที่ไม่เป็นใจ

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
กระดาษไขแผ่นบางที่ยับยู่ยี่ในอุ้งมือคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้รินทร์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยความเงียบงัน สมองของสถาปนิกสาวผู้มั่นใจในตัวเองสูงลิ่วประมวลผลแทบไม่ทัน เมื่อความจริงเปิดเผยว่าผู้ชายปากร้าย ท่าทางขวางโลก และชอบจิกกัดเธอทุกฝีก้าวอย่าง ‘ธันวา’ ไม่เพียงแต่แอบตรวจแบบให้เงียบๆ แต่เขายังยอมเอาชื่อเสียงและตำแหน่งวิศวกรควบคุมของตัวเองไปเสี่ยงเซ็นอนุมัติ “แบบฉบับของเธอ” ทั้งที่มันนอกเหนือจากมาตรฐานทั่วไป เพื่อแลกกับการให้เธอได้นอนหลับเต็มอิ่มสักคืน “คุณบ้าหรือเปล่าธันวา” รินทร์หลุดปากออกด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เผยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งตกใจ ซาบซึ้ง และหงุดหงิดระคนกันในคราวเดียว วิศวกรหนุ่มร่างสูงโปร่งเจ้าของเรือนผมสีเข้มที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยจากการทำงานหันขวับมามอง ใบหน้าคมคายติดจะบึ้งตึงเป็นนิจบิดเบี้ยวลงชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาแค่นسเสียงหึในลำคอ ปรายตามองกระดาษในมือเธอด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว “อย่าสำคัญตัวผิดเลยสถาปนิกปากจัด” ธันวาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกระแทกกระทั้นตามสไตล์คนปากไม่ตรงกับใจ “ผมไม่ได้ทำเพื่อคุณ โปรดจำใส่สมองอันเพอร์เฟกต์ของคุณไว้ด้วยว่า ถ้าไซต์งานนี้พังเพราะแบบโง่ๆ ของคุณ คนที่ซวยหัวโตคือวิศวกรคุมงานอย่างผมต่างหาก ผมแค่ไม่อยากโดนผู้รับเหมาอย่างไอ้พีทหัวเราะเยาะว่าคุมงานกับสถาปนิกมือสมัครเล่นก็เท่านั้น” “มือสมัครเล่นเหรอคะ!” รินทร์ปรีแตกขึ้นมาทันที ความซาบซึ้งเมื่อครู่วันนี้ปลิวหายไปในอากาศราวกับควันไฟ เธอ้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง “ถ้าแบบของฉันมันห่วยแตกจริง คุณไม่มีทางเอาลายเซ็นตัวเองมาแลกหรอกค่ะ! ยอมรับมาเถอะว่าคุณแอบปลื้มฝีมือฉัน หรือไม่ก็... สงสารสภาพใต้ตาดำๆ ของฉันจนทนดูไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ!” ธันวาชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบไหววับชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อถูกจี้ใจดำ แต่ริมฝีปากหยักหนากลับยกยิ้มหยันได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก “เพ้อเจ้ออะไรของคุณ” เขาขยับถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แต่แววตากลับหลบเลี่ยงความจริงอย่างเห็นได้ชัด “หน้าตาก็สะสวยดีหรอกนะ แต่ติดที่ปากจัดและมโนเก่งเป็นเลิศ ถ้ามีเวลาว่างมาเถียงผม เอาเวลาไปตรวจหน้างานโซน B ดีกว่าไหมครับ ฝนทำท่าจะตกหนักขนาดนี้ เดี๋ยวโครงสร้างเหล็กจะพังไม่เป็นท่าเพราะความสะดุดขาตัวเองของคุณหรอก” ยังไม่ทันที่รินทร์จะได้สวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยค เสียงคำรามกึกก้องของท้องฟ้าก็ดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีใครเอาค้อนยักษ์มาทุบลงบนหลังคาเหล็กของไซต์งาน ทันทีทันใดนั้น สายฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าจะรั่ว เม็ดฝนสีเทาทึบสาดซัดเข้ามาตามช่องลมและโครงสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จ จนบรรยากาศรอบตัวมืดครึ้มลงทันตาเห็น “เวรเอ๊ย!” ธันวาชุกสบถออกมาเสียงดังลั่น เขาไม่สนใจจะต่อปากต่อคำกับสถาปนิกสาวอีกต่อไป ร่างสูงพุ่งตัวไปยังกองวัสดุก่อสร้างใกล้ๆ คว้าผ้าใบกันน้ำผืนใหญ่อย่างรวดเร็ว “รินทร์! ยืนบื้ออยู่ทำไมเล่า! วิ่งมาช่วยดึงผ้าใบตรงนี้เร็วเข้า! ถ้าปูนกับไม้พวกนี้โดนน้ำฝนเสียหาย งานพังยับเยื้อแน่!” รินทร์สะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกตะคอก แต่สัญชาตญาณการเป็นสถาปนิกผู้รับผิดชอบงานก็ทำงานเร็วกว่าอารมณ์โกรธ เธอกระโจนเข้าไปช่วยควายมุมผ้าใบอีกด้านทันที น้ำฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาทำให้เสื้อผ้าของทั้งคู่เปียกปอนแนบเนื้อภายในเวลาไม่ถึงนาที ลมกรรโชกแรงพัดเอาละอองน้ำเย็นเฉียบเข้าปะทะใบจนขนลุกซู่ “แรงอีกนิดสิคุณ!” ธันวาตะโกนแข่งกับเสียงสายฝนที่คำรามก้อง เขาย่อตัวลงใช้แรงทั้งหมดตรึงหมุดยึดผ้าใบกับพื้นคอนกรีต ใบหน้าคมเข้มมีหยดน้ำเกาะพราวตามไรผมและแนวสันจกลงมาหยดที่คาง ดูดิบเถื่อนและทรงเสน่ห์อย่างประหลาดจนรินทร์เผลอมองค้างไปชั่วขณะ “ฉันดึงสุดแรงเกิดแล้วพะยะค่ะคุณวิศวกร!” รินทร์ตะโกนตอบกลับอย่างหัวเสีย ขณะที่มือเรียวพยายามผูกเชือกฟางเข้ากับเสาเหล็กอย่างทุลักทุเล เนื่องจากแรงลมทำให้ผ้าใบสะบัดอย่างรุนแรงจนเกือบจะหลุดมือ “โธ่เว้ย! เชือกบ้าอะไรเนี่ย ผูกไม่ติด!” จังหวะนั้นเอง ลมกัสส์ใหญ่ลูกหนึ่งก็พัดกระโชกเข้าใส่โครงสร้างชั่วคราวอย่างแรง ผ้าใบกันน้ำหลุดมือรินทร์สะบัดฟาดเข้าที่ใบหน้าเธอเต็มแรงจนร่างบางเซถลาเสียหลัก หงายหลังล้มลงไปบนพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้น “รินทร์!” เสียงทุ้มห้าวที่ปกติจะมีแต่ความกวนประสาทบัดนี้เจือไปด้วยความตกใจอย่างเห็นได้ชัด ธันวาพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางไว้ได้ทันก่อนที่ศีรษะของเธอจะกระแทกกับพื้นคอนกรีตแข็งๆ แรงกระชากนั้นทำให้ร่างของทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นด้วยกัน โดยมีร่างสูงของวิศวกรหนุ่มเป็นเกราะกำบังให้อย่างไม่ตั้งใจ ความเงียบชั่วขณะเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาด รินทร์นอนหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่างของธันวา แผ่นอกกว้างที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจแนบชิดกับเรือนร่างของเธอจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วผิดปกติ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนน่าเวียนหัว รินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่ก้มมองลงมาพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่มีไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มกันและกันจนรู้สึกได้ถึงความสั่นไหวในแววตาของอีกฝ่าย ธันวาไม่ได้ขยับตัวหนີ เขายังคงใช้มือข้างหนึ่งประคองศีรษะเธอไว้ไม่ให้โดนพื้น ส่วนมืออีกข้างค้ำยันพื้นคอนกรีตไว้ข้างลำตัว สายตาที่เคยมองเธอด้วยความกวนโอ๊ย บัดนี้กลับฉายแววบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ “มองอะไรคะ...” รินทร์กระซิบถามเสียงแผ่วเบา ความมั่นใจทั้งหมดที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามดังแข่งกับเสียงฟ้าผ่า “เปล่า...” ธันวาตอบเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกريบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างลืมตัวของเธอ “แค่กำลังคิดว่า... ผู้หญิงปากจัดคนนี้ เวลาเงียบๆ ก็น่ารักดีเหมือนกัน” คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เจือความอ่อนโยนอย่างหาดูได้ยากทำให้ใบหน้าของรินทร์ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธออ้าปากจะเถียงกลับตามนิสัยเดิม แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงสักแฮก ประตูทางเข้าไซต์งานชั่วคราวก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนโหว่เหว่ของคุณพีทผู้รับเหมาจอมกะล่อนที่วิ่งถือร่มเข้ามา “ไอ้ธัน! คุณรินทร์! อยู่ไหนวะเนี่ย! แย่แล้วโว้ย! ท่อระบายน้ำหลักหน้าไซต์งานตัน น้ำกำลังทะลักเข้าห้องเก็บวัสดุแล้ว... อุ๊ย!” คุณพีทชะงักกึกทันทีเมื่อสาดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือเข้ามาเห็นภาพตรงหน้า ภาพวิศวกรหนุ่มมาดขรึมกำลังคร่อมทับสถาปนิกสาวคนสวยบนพื้นเปียกปอนท่ามกลางสายฝน โดยที่ใบหน้าห่างกันแค่ไม่ถึงคืบ ผู้รับเหมาจอมกะล่อนเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ร่มในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ธันวาสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย รีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงแขนรินทร์ให้ลุกขึ้นตาม ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเก้อเขินที่ต้องมาถูกจับได้คาหนังคาเขา รินทร์เองก็หน้าแดงก่ำไม่แพ้กัน เธอยกมือขึ้นเสลี่ยปอยผมที่เปียกชุ่มแนบแก้มแก้เขิน พยายามทำเป็นมองไม่เห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของคุณพีทที่กำลังส่งยิ้มกรุ้มกริ่มส่งมาให้ “มะ... มองอะไรเล่าไอ้พีท! พาฉันไปดูท่อเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ธันวาแก้เก้อด้วยการตะคอกใส่ผู้รับเหมาเสียงดังลั่นกลบเกลื่อนความพิรุธ แต่ทว่า ในจังหวะที่คุณพีททำท่าจะเดินเข้ามาใกล้เพื่อรายงานสถานการณ์น้ำท่วม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของผู้รับเหมากลับแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงมองข้ามไหล่ของธันวาไปยังทางเข้าด้านหลัง พร้อมกับอุทานออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ “เฮ้ย! นั่นมัน... คุณหญิงแม่ของท่านประธานไม่ใช่เหรอวะ! มาทำอะไรที่นี่ตอนนี้เนี่ย!” ธันวาและรินทร์ชะงักกึกพร้อมกัน หันขวับไปมองตามทิศทางนั้นทันที หัวใจที่เพิ่งเต้นรัวจากความใกล้ชิดเมื่อครู่ กลับต้องกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อร่างระหงสง่างามในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่ว กำลังก้าวเท้าเข้ามาในไซต์งานที่เปียกแฉะ โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์กางร่มให้อย่างนอบน้อม... และใบหน้าอันเรียบเฉยเย็นชาของคุณแม่ธันวานั้น กำลังจ้องมองตรงมาที่พวกเขาสองคนด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความซึนของพี่ธันวาและน้องรินทร์ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%