"ถ้าตรงนี้ทรุดลงมาตอนที่ฉันกำลังตรวจแบบนะ คุณธันวาจะได้เห็นสถาปนิกกลายเป็นวิญญาณอาฆาตคอยหลอกหลอนหน้าไซต์งานคนแรกของประเทศแน่นอนค่ะ"
รินทร์เคาะสันปากกาเร่งหมึกในมือลงกับแปลนกระดาษแผ่นโตบนโต๊ะสนามชั่วคราว น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยคมมีดที่พร้อมเชือดเฉือนทุกวินาที ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสปรายมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยด้วยท่าทางกวนประสาทเป็นทุนเดิม
ธันวาเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจที่ทำเอารินทร์อยากจะเอาแฟ้มแบบก่อสร้างฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
"ปากเก่งเบอร์นี้ กลัวว่าถ้าผมทรุดลงไปนอนกองกับพื้นจริงๆ คนที่จะร้องไห้โฮจนไซต์งานแตกตื่น คงจะไม่ใช่ผีสถาปนิกแถวนี้หรอกมั้งครับคุณสถาปนิก" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'คุณสถาปนิก' พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาประชิดพื้นที่ส่วนตัวจนเกินความจำเป็น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนรินทร์ต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"หลงตัวเองไปหน่อยไหมคะ วิศวกรปากเสีย หน้าตาอย่างฉันต่อให้ไซต์งานถล่มทลายลงมาต่อหน้าต่อตา ก็มีแต่จะยืนสวยๆ ปรบมือให้ความพังพินาศที่คุณคำนวณโครงสร้างพลาดมากกว่าจะมานั่งร้องไห้ฟูมฟายค่ะ" รินทร์เชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทาย ไม่ยอมลดละให้ความกดดันจากส่วนสูงและรัศมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างหนาแม้แต่น้อย
ระยะห่างระหว่างเข and เธอในตอนนี้แทบจะหายใจรดต้นกัน ศอกข้างหนึ่งของธันวาเท้าลงกับขอบโต๊ะทำงาน ล้อมกรอบร่างเพิ่งบางของรินทร์ไว้กลายๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับสร้างความปั่นป่วนในอกได้อย่างประหลาด
รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอเกลียดสถานการณ์แบบนี้ สถานการณ์ที่ธันวาชอบใช้ความใกล้ชิดเข้ามาบั่นทอนความนิ่งสงบที่เธออุตส่าห์สร้างกำแพงเหล็กกล้ากั้นไว้ ปากบอกว่าเกลียดขี้หน้า ปากบอกว่าหมั่นไส้ แต่ทำไมไอ้ก้อนเนื้อในอกซ้ายถึงได้ทรยศด้วยการเต้นโครมครามทุกครั้งที่อีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันแบบนี้ล่ะ
"ปากเก่งจังนะ..." ธันวาพึมพำเสียงทุ้มต่ำ แววตาคมกริบที่มักจะใช้มองแปลนงานโครงสร้าง บัดนี้กลับกวาดมองสำรวจทั่วใบหน้าเนียนใสของคนตรงหน้าอย่างละเอียดลออ ราวกับกำลังประเมินความแข็ง 0 ของหัวใจดวงน้อยที่ซ่อนอยู่หลังซี่โครง
"ถ้าปากเก่งพอกับฝีมือทำงานจริงๆ ป่านนี้โครงการนี้คงเสร็จก่อนกำหนดไปสามเดือนแล้วค่ะ" รินทร์สวนกลับทันควัน แม้เสียงจะเริ่มสั่นพร่าด้วยพิษสงความใกล้ชิดที่พุ่งทะยานเกินพิกัด เธอยกมือขึ้นเตรียมดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต่ธันวากลับไวกว่า เขาคว้าข้อมือเรียวบางนั้นไว้ด้วยปลายนิ้วอุ่นจัด บีบกระชับเบาๆ แต่ไร้ทางหนี
"หึ..." ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนในอกจนรินทร์รู้สึกได้ "ปากดีแบบนี้... แต่ทำไมตอนที่ผมเดินตรวจงานตึก C แล้วเกือบพลาดเหยียบเศษเหล็ก คุณถึงได้พุ่งเข้ามาดึงผมจนล้มกลิ้งไปด้วยกันจนหัวเข่าถลอกปอกเปิกทั้งคู่ล่ะครับ หรือว่า... เป็นห่วง?"
รินทร์เบิกตากว้าง ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าที่ไซต์งานตึก C ตอนที่ธันวาเผลอใจลอยเกือบเหยียบเศษเหล็กเส้นที่ยื่นออกมาจากคานปูน ร่างกายมันขยับไปเองก่อนสมองจะทันสั่งการ เธอพุ่งตัวเข้าไปกระชากแขนเขาเต็มแรงจนล้มกลิ้งคลุกฝุ่นไปด้วยกันทั้งคู่ ภาพความทรงจำนั้นทำให้เธอหน้าร้อนผ่าว รีบดึงข้อมือกลับทันทีแต่ธันวากลับไม่ยอมปล่อย
"ฉันแค่วไม่อยากให้วิศวกรประจำโครงการนี้หัวใจวายตายคาตึกซะก่อนส่งมอบงานต่างหากค่ะ! ถ้าคุณตายไป ฉันจะไปเถียงกับใครเรื่องเสาต้นนั้นล่ะคะ!" รินทร์แก้ตัวเสียงแข็ง พยายามกลบเกลื่อนความพิรุธที่ฉายชัดบนพวงแก้มแดงระเรื่อ
ธันวาอมยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ทีจะได้เห็นจนรินทร์เผลอชะงัก สายตาคมคายทอดมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา
"ปากแข็งชะมัด..." ธันวาเอ่ยเสียงเบาหวิว มือหนาที่เคยจับข้อมือเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มเนียนของรินทร์ออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารินทร์แข็งค้างราวกับถูกสาป เธอลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดประชดประชันไม่ออกสักคำ
"นาย... นายทำอะไรน่ะ ธันวา" รินทร์เอ่ยถามเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่มักจะปะทะคารมกันทุกครั้งที่เจอหน้า บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์ที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำเกินต้านทาน
"ก็เช็คดูสิว่า... สถาปนิกคนเก่งแถวนี้ หน้าแดงเพราะฝุ่นในไซต์งาน หรือเพราะเขินผมกันแน่" ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพริมฝีปากบาง รินทร์หลับตาลงอัตโนมัติ หัวใจเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความโหยหาในสัมผัสที่อีกฝ่ายกำลังจะมอบให้
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดสนิทกัน ทันใดนั้นเอง...
"เฮ้ย! ไอ้ธันวา! แบบแปลนห้องน้ำชั้นสี่ที่แกแก้ใหม่นี่มัน... อุ๊! โทษทีโว้ย! ฉันไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะความหวาน!"
เสียงตะโกนโפרกพรากพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคุณพีทผู้รับเหมาจอมกะล่อนที่ก้าวพรวดพรากเข้ามาในเต็นท์สำนักงานอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ ทำเอาธันวาและรินทร์ต้องผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต รินทร์หน้าแดงก่ำรีบหันไปหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาแกล้งกางดูแก้เขิน ส่วนธันวาสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่ผู้รับเหมาตัวแสบที่ยืนเกาหัวแกรกๆ ส่งยิ้มแห้งๆ มาให้อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ธันวาหันกลับมามองรินทร์ที่ตอนนี้หลบตาไม่ยอมสองหน้าเขา พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงกระเส่าที่ได้ยินกันแค่สองคนก่อนที่เขาจะหันไปจัดการกับคุณพีท
"เรายังคุยกันไม่จบนะ... คุณสถาปนิก"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมลุ้นไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ - พุดดิ้งคาราเมล)
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 11
ทลายกำแพงด่านแรก
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!