สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 10

งานด่วนเรียกหา

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
เสียงกริ่งเตือนภัยบนหน้าจอสมาร์ตโฟนดังขึ้นแทรกกลางความเงียบในห้องประชุมสำופןแต่ง... ไม่ใช่เสียงเตือนธรรมดา แต่มันคือเสียงระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังความพินาศของโปรเจกต์คอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำ "รินทร์! ทางหน้างานโทรมาบอกว่าเสาเข็มโซน B ทรุดตัวลงสองเซนติเมตรเนื่องจากดินสไลด์จากฝนเมื่อคืน คุณรีบไปดูหน้างานด่วนเลย!" เสียงร้อนรนของคุณพีทที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาผลักประตูห้องประชุมเปิดอ้าซ่า ทำลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างสถาปนิกหนุ่มหน้าหวานกับกองกระดาษแบบแปลนจนกระจัดกระจาย รินทร์สะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกชั่วขณะก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทตามวิสัยของเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น "เป็นไปได้ยังไงคะคุณพีท เมื่อวานตอนผมตรวจความหนาแน่นของดิน วิศวกรคุมงานเซ็นอนุมัติไปแล้วนี่ครับ" รินทร์กัดฟันกรอด นิ้วเรียวยาวกำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "ก็ไอ้วิศวกรตัวดีของคุณน่ะสิ ที่ดื้อตาใสบอกว่าไม่ต้องเสริมคานกันดินเพิ่มเพราะกลัวงบานปลาย ตอนนี้มันกำลังหัวหมุนอยู่หน้างานแล้ว คุณต้องรีบไปเคลียร์กับมันด่วนเลยนะรินทร์ ไม่งั้นงานนี้พังทั้งยวงแน่!" ยังไม่ทันที่รินทร์จะได้เอ่ยปากด่าความเฮงซวยของสถานการณ์ ร่างสูงโปรดในชุดช่างก่อสร้างเนื้อตัวมอมแมมฝุ่นปูนก็ก้าวพรวดเข้ามาในห้องด้วยท่าทีหัวเสียไม่แพ้กัน ธันวา วิศวกรหนุ่มปากร้ายขวัญใจมหาชน (ที่รินทร์อยากจะเอาแฟ้มแบบแปลนฟาดหน้าสักทีสองที) ยืนจังก้าอยู่ที่กรอบประตู ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกเซฟตี้สีเหลืองกวาดมองสถาปนิกคนสวยด้วยแววตาหงุดหงิดระคนเป็นห่วงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้คำพูดกวนประสาท "ยืนอ้าปากค้างทำซากอะไรอยู่ล่ะคุณสถาปนิก หรือกลัวจนขาแข็งไปหมดแล้ว อยากจะบอกว่าหน้างานตอนนี้เละไม่เป็นท่า ถ้าไม่อยากให้ผลงานชิ้นเอกของคุณกลายเป็นอนุสรณ์สถานร้าวราน ก็ลุกขึ้นแล้วหยิบหมวกนิบภัยมาซะ!" ธันวาพ่นคำพูดจาขวานผ่าซากใส่ทันทีโดยไม่สนว่าจะมีใครมองอยู่บ้าง รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีเข้มตวัดมองหน้าวิศวกรหนุ่มด้วยความเคืองแค้น ปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะอย่างเหลืออด "คนที่ควรจะโดนเฉ่งไม่ใช่ผมหรอกนะคุณธันวา แต่เป็นคุณนั่นแหละที่ประเมินหน้างานพลาดจนปล่อยให้เกิดความหายนะแบบนี้ ถ้าเสาเข็มต้นนั้นหักลงมาจริงๆ ฉันจะฟ้องคุณข้อหาฆาตกรรมทางอ้อมแน่!" "ปากเก่งนักนะคุณรินทร์ เก่งให้ได้อย่างนี้ตอนไปยืนเถียงกับผู้รับเหมาหน้างานก็แล้วกัน" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นอายเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนและน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนรินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ถอยไปนะคุณธันวา มายืนประชิดแบบนี้หมายความว่าไง จะหาเรื่องทะเลาะหรือไงคะ" รินทร์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดของสถาปนิกหนุ่มจะสู้แรงของวิศวกรสายลุยอย่างธันวาได้ "ไม่ได้หาเรื่อง แค่จะเตือนด้วยความหวังดีว่าทางเดินลงไปโซน B มันเฉอะแฉะ ถ้าไม่อยากให้รองเท้าแบรนด์เนมราคาแพงของคุณเปื้อนโคลนตม ก็ขึ้นขี่หลังผมซะดีๆ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทแต่แววตากลับจริงจังอย่างประหลาด "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ใครจะไปบ้าขี่หลังคุณกัน เลิกกวนประสาทแล้วนำทางไปสักทีเถอะ!" รินทร์สะบัดหน้าหนีซ่อนรอยเลือดฝาดที่เผลอเห่อขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดเมื่อครู่ทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมา แล้วก้าวเท้าเดินนำลิ่วออกไปจากห้องประชุมทันที ทิ้งให้ธันวายืนมองตามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก การเดินทางมาถึงหน้างานคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองในยามวิกาลท่ามกลางสายปรอยๆ ที่โปรยปลงมาไม่ขาดสาย บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงเครื่องจักรกลหนักยังคงคำรามก้องท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่สาดส่องไปยังหลุมดินขนาดมหาสาร โซน B ที่ควรจะเป็นลานจอดรถใต้ดิน ตอนนี้กลับกลายเป็นแอ่งโคลนขนาดใหญ่ที่ดินด้านข้างสไลด์ตัวลงมาทับโครงสร้างเหล็กเส้นจนบิดเบี้ยว รินทร์ก้าวลงจากรถด้วยความระมัดระวัง รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นดินแฉะๆ จนเลอะคราบโคลน แต่เจ้าตัวกลับไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนั้น ดวงตาคู่สวยกำลังกวาดมองความเสียหายตรงหน้าด้วยความเคร่งเครียด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม "เห็นไหมล่ะครับคุณธันวา ผมบอกคุณแล้วว่าชั้นดินตรงนี้มันอุ้มน้ำสูง ทำไมคุณถึงดื้อดึงไม่ยอมตอกเสาเข็มพยุงดินให้ลึกกว่านี้?" รินทร์หันไปคาดคั้นวิศวกรหนุ่มที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ใบหน้าคมคายตอนนี้ฉายแววเคร่งเครียดไม่แพ้กัน ธันวาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจากวนประสาทเหมือนเคย ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบแท็บเล็ตในมือขึ้นมาเปิดแปลนโครงสร้างให้ดู "ผมไม่ได้ดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลนะคุณรินทร์ แต่ถ้าเราตอกเข็มเพิ่มตามที่คุณต้องการ งบประมาณจะทะลุเพดานที่บริษัทแม่ตั้งไว้ และที่สำคัญ... เวลาส่งมอบงานจะดีเลย์ไปอีกสามเดือน ซึ่งคุณเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าบอร์ดบริหารเขากดดันเราแค่ไหนเรื่องกำหนดการเปิดตัว" ธันวาอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด รินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของธันวามันคือความจริงที่เถียงไม่ออก เขากับธันวาต่างก็ตกเป็นเบี้ยล่างของเกมธุรกิจที่บีบคั้นให้ต้องเลือกทางเดินที่เสี่ยงที่สุด ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่กระทบกับหมวกนิรภัย ทั้งสองคนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันมองดูความเสียหายเบื้องหน้า ความรู้สึกโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจอันเงียบงัน "แล้วตอนนี้... เราจะแก้ปัญหายังไงดีล่ะครับคุณวิศวกร" รินทร์เอ่ยถามเสียงเบาลง ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงเจือความอ่อนล้าอย่างปิดไม่มิด ธันวาหันมามองสถาปนิกคนสวยที่ยืนตัวสั่นนิดๆ เพราะความหนาวและแรงกดดัน ดวงตาคมคายคู่นั้นทอประกายความอ่อนโยนที่มักจะซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้าย ชายหนุ่มถอดเสื้อแจ็กเก็ตกันน้ำของตัวเองออกแล้วคลุมไหล่ให้รินทร์อย่างถือวิสาสะ "เฮ้! ทำอะไรของคุณเนี่ย" รินทร์อุทานด้วยความตกใจ ขยับตัวจะถอดคืนแต่ถูกมือหนาจับไหล่กดไว้แน่น "อย่าดื้อน่า คุณตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำอยู่แล้ว เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก ส่วนเรื่องหน้างาน..." ธันวาเว้นจังหวะ สายตาทอดมองไปที่หลุมดินเบื้องหน้าด้วยความมุ่งมั่น "เราจะใช้ระบบชีทไพล์ (Sheet Pile) ตอกประกบด้านข้างเพื่อหยุดการสไลด์ของดินคืนนี้เลย ผมจะคุมงานเองทั้งคืน คุณไปนั่งรอในห้องพักคนงานอุ่นๆ เถอะ" "ไม่เอาด้วยหรอก ผมเป็นสถาปนิกเจ้าของโปรเจกต์นี้เหมือนกัน จะให้นั่งรอเฉยๆ ได้ยังไง ผมจะอยู่ช่วยคุณตรวจหน้างานด้วย!" รินทร์เชิดหน้าขึ้นดื้อดึง ดวงตากลมโตฉายแววดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ กับความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยของคนตรงหน้า รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายท่ามกลางแสงไฟสลัว "ตามใจคุณ... อยากทรมานตัวเองก็ตามสบาย แต่ถ้าคุณเป็นลมล้มพับไป ผมไม่แบกกลับคอนโดให้หรอกนะ" รินทร์ค้อนขวับ ปากบางขยับจะต่อปากต่อคำกลับไป แต่จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อพวกเขาก็ลอยมาจากด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่ต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน "คุณธันวา! คุณรินทร์! แย่แล้วครับ!" หัวหน้าคนงานวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาด้วยสีหน้าซีดเผือก มือสั่นเทาชี้ไปทางโซนเก็บวัสดุก่อสร้างที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน "มี... มีคนแอบเข้าไปในโกดังเก็บสารเคมีเคลือบไม้ แล้วตอนนี้... ถังเคมีรั่วไหลออกมาผสมกับน้ำฝนจนเกิดปฏิกิริยาควันพิษพุ่งขึ้นมาแล้วครับ!" หัวใจของรินทร์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันทีที่ได้ยินคำว่าสารเคมีรั่วไหล ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างบางก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว ธันวาก็คว้าแขนเรียวของรินทร์ไว้แน่น แรงกระชากนั้นทำให้รินทร์เซเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของวิศวกรหนุ่มอย่างจัง "อย่าขยับ!" ธันวาตะโกนเสียงLดงแข่งกับเสียงฝน แววตาคมกริบฉายความตระหนกอย่างปิดไม่มิดเมื่อมองเห็นกลุ่มควันสีเขียวจางๆ ลอยคละคลุ้งออกมาจากโกดังร้างปลายไซต์งาน "ลมกำลังพัดกลุ่มควันมาทางนี้... และดูเหมือนว่า... มีใครบางคนยังติดอยู่ข้างในนั้น!" รินทร์หน้าถอดสีทันที เมื่อหันไปมองตามทิศทางที่หัวหน้าคนงานชี้ ก็เห็นเงาร่างของเด็กฝึกงานคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่ใกล้กับกองถังเคมีที่กำลังส่งควันพวยพุ่งออกมาอย่างน่ากลัว "คุณพีทบอกว่าเด็กคนนั้นเข้ามาหยิบเอกสารเบิกของ... ให้ตายสิ!" ธันวาขบกรามแน่น ตัดสินใจในเสี้ยววินาที ก่อนที่รินทร์จะทันได้ห้าม วิศวกรหนุ่มก็ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ชุบน้ำจากขวดใกล้ตัวแล้วคาดปิดจมูกตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งทะยานฝ่าสายฝนและกลุ่มควันพิษเข้าไปในโกดังอันตรายนั้นต่อหน้าต่อตา! "คุณธันวา! หยุดนะ! มันอันตราย!" รินทร์กรีดร้องสุดเสียง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความกลัวแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ภาพของแผ่นหลังกว้างที่หายลับเข้าไปในกลุ่มควันสีเทาทำให้ขาสองข้างของรินทร์แทบทรุดลงไปกองกับพื้น รินทร์กำมือแน่น ตัดสินใจทำในสิ่งที่คนสติดีที่ไหนก็คงไม่ทำ... สถาปนิกหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองขึ้นมาบ้าง ชุบน้ำแล้วคาดปิดจมูก ก่อนจะวิ่งตามร่างของวิศวกรหนุ่มเข้าไปในดงควันพิษโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเองเลยสักนิด! *ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะเวียนมาลุ้นระทึกกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในตอนนี้ด้วยนะคะ บทหน้ามาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยกันค่ะว่าทั้งคู่จะพาเด็กฝึกงานหนีออกมาจากโกดังมรณะได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ รับรองว่าเข้มข้น บีบหัวใจ และฟินจิกหมอนจนต้องส่งเสียงกรี๊ดออกมาดังๆ แน่นอนค่ะ!* — พุดดิ้งคาราเมล
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%