กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากปาร์ตี้เมื่อคืนแทบจะจางหายไปจากห้องประชุมไซท์งานแล้วค่ะ แต่สิ่งที่ยังตกค้างและอบอวลจนน่าอึดอัดยิ่งกว่า คือความเงียบงันระหว่างคนสองคนที่นั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะทำงานตัวใหญ่
รินทร์แกล้งก้มหน้าก้มตาจดรายละเอียดลงในสมุดแพลนเนอร์ ทั้งที่หัวสมองว่างเปล่า ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงขีดเขียนเส้นตรงซ้ำไปซ้ำมาอย่างไร้จุดหมาย สายตาของเขาเอาแต่จ้องกระดาษแผ่นเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับสายตาคมกริบที่ลอบมองมาจากอีกฟากหนึ่ง
เมื่อคืน... มันไม่ควรเกินเลยไปถึงจุดนั้นเลยจริงๆ
ภาพเหตุการณ์ความเมามายและความวุ่นวายในงานเลี้ยงฉลองความคืบหน้าโครงสร้างโซนเอแล่นย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของสถาปนิกหนุ่มจำได้แม่นยำทุกสัมผัส โดยเฉพาะความรู้สึกตอนที่แผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องพัก และปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะอยู่ตรงกรอบหน้า รวมถึงเสียงกระซิบแหบพร่าประโยคนั้น—
*“ปากเก่งจังนะ… รินทร์”*
ให้ตายเถอะ! รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง พยายามปัดเป่าเสียงทุ้มต่ำและสัมผัสวาบหวามออกไปจากความคิด ขณะเดียวกันก็ขยับตัวยุกยิกด้วยความกระอักกระอ่วน เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งที่สวมอยู่ดูเหมือนจะอึดอัดเกินไปในวินาทีนี้
ส่วนทางด้านธันวา วิศวกรหนุ่มมาดกวนผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร วันนี้กลับนั่งเงียบกริบยิ่งกว่าเป่าสาก มือหนาถือแท็บเล็ตเลื่อนดูแปลนโครงสร้างขึ้นลงซ้ำๆ ทั้งที่หน้าจอไม่ได้ขยับไปไหนไกล ใบหน้าคมคายติดจะบึ้งตึงเล็กน้อยตามวิสัยคนซึนปากร้าย แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นรอยแดงจางๆ ตรงใบหูที่ลามเลียไปถึงต้นคอหนา ธันวาเองก็กำลังความจำเสื่อมชั่วคราวไม่ได้เหมือนกัน เขายังจำรสสัมผัสและความนุ่มนวลที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานได้เป็นอย่างดี
บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมจึงเต็มไปด้วยแรงกดดันประหลาด ราวกับมีสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันผลักดันให้ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมา
"เอ่อ... คือว่า..."
เสียงใสๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ รินทร์สะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองต้นเสียงด้วยความตกใจ ก่อนจะพบว่าเป็นน้องฝึกงานฝ่ายประสานงานที่ยืนทำหน้าเลิกลั่กถือแฟ้มเอกสารอยู่ตรงประตู
"แบบแปลนงานระบบของชั้นสอง... พี่รินทร์กับพี่ธันวาคอนเฟิร์มตรงกันหรือยังคะ พอดีทางทีมจัดซื้อจะรีบเคลียร์บิลช่วงบ่ายนี้ค่ะ"
รินทร์กะพริบตาปริบๆ สมองที่รวนเรเมื่อครู่พยายามกลับมาทำงานในโหมดมืออาชีพ เขาเคลียร์เสียงในลำคอเบาๆ แล้วพยักหน้ารับด้วยท่าทางเรียบเฉยที่สุด
"เรียบร้อยแล้วครับ น้องเอาไปให้ฝ่ายจัดซื้อได้เลย" สถาปนิกหนุ่มตอบเสียงเรียบ นิ่งสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตช้าๆ สายตาคมปลาบกวาดมองคนตรงข้ามที่ตีสีหน้าตายด้านใส่เขา วิศวกรหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ชนิดที่ได้ยินกันแค่สองคน ความหมั่นไส้ตีตื้นขึ้นมากลบความเขินอายเมื่อครู่ทันทีเมื่อเห็นท่าทีเย่อหยิ่งราวกับแมวหวงก้างนั้น
"เรียบร้อยดีเหรอครับ?" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ทอดเสียงยาวชวนหมั่นไส้ "ผมจำได้ว่าเมื่อคืน... คุณรินทร์ไม่ได้ตรวจงานละเอียดขนาดนี้นี่นา"
รินทร์หันขวับไปมองทันที นัยน์ตาสวยคมวาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่งด้วยความฉุนเฉียว ปากเก่งๆ ของเจ้าตัวอ้าออกเตรียมจะสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณของการไม่ยอมคน
"ถ้าสมองส่วนความจำของคุณวิศวกรยังใช้งานได้ดี ก็คงจะจำได้นะครับว่าเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวผมแยกแยะได้ดีกว่าใคร ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบเอาเรื่องไร้สาระมาปะปนกันในเวลางาน" รินทร์ย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี
ธันวาหรี่ตามองรอยยิ้มหยันบนเรียวปากบางนั้น หัวใจกระชับแน่นด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวปนเอ็นดูที่ตีรวนอยู่ในอก ปากร้ายๆ ของเขาเตรียมจะตอบโต้ความดื้อรั้นนั้นกลับไปให้เจ็บแสบ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะสงครามประสาทพพอดี ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"โอ๊ะโฮ! บรรยากาศมาคุอะไรกันเนี่ย สองคนนี้กินรังแตนมาจากไหนตั้งแต่เช้า"
เสียงกวนๆ ของคุณพีท ผู้รับเหมาจอมกะล่อนดังนำมาก่อนตัว ร่างท้วมเดินยิ้มร่าถือแก้วกาแฟเย็นเข้ามาในห้อง พร้อมกับกวาดสายตามองหน้าวิศวกรหนุ่มและสถาปนิกคนสวยสลับไปมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
รินทร์รีบเบนสายตาหนี หันกลับไปจัดระเบียบเอกสารบนโต๊ะเพื่อซ่อนพิรุธ ส่วนธันวากลอกตาขึ้นฟ้าถอนหายใจยาวเหยียดอย่างขัดใจที่โดนขัดจังหวะ
"ไม่มีอะไร ผู้รับเหมาอย่างคุณว่างมากหรือไงถึงมาเดินป้วนเปี้ยนแถวนี้ งานหน้างานเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง" ธันวาโยนคำถามกลบเกลื่อนความรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อครู่
"แหม ใจเย็นสิครับท่านวิศวกร ผมแค่แวะมาส่งข่าว..." คุณพีทยิ้มกริ่ม วางเอกสารปึกใหญ่ลงบนโต๊ะกลางห้อง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเสียงเจ้าเล่ห์ที่ได้ยินกันทั่วห้อง "พอดีผมเพิ่งเจอคนจากบริษัทแม่ของฝั่งคุณรินทร์มาครับ เขาเดินตรวจไซต์งานอยู่ชั้นล่าง... และดูเหมือนว่าเขากำลังถือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในงานปาร์ตี้เมื่อคืนมาถามหาตัว 'สถาปนิกกับวิศวกรคู่กัด' อยู่ซะด้วยสิครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น รินทร์ถึงกับชะงักค้าง ปากกาในมือร่วงหล่นกระทบโต๊ะเสียงดังลั่น ส่วนธันวาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง
ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะเวียนมาลุ้นระทึกกับโมเมนต์ชวนใจหายใจคว่ำในตอนนี้ด้วยนะคะ บทหน้ามาร่วมลุ้นกันค่ะว่าทั้งคู่จะเอาตัวรอดจากสายตาเฉียบคมของเจ้านายใหญ่ได้อย่างไร รับรองว่าอลวนและฟินจิกหมอนจนต้องกรี๊ดสลับกับจิกโซฟาแน่นอนค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 9
ความเงียบที่น่าอึดอัด
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!