เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะประชุมกระจกใสตัวยาวดังสะท้อนก้องห้องสี่เหลี่ยมทึบแสง จนรินทร์ที่กำลังก้มหน้าตรวจเส้นสายในแท็บเล็ตต้องชะงักมือ ปลายนิ้วเรียวชะงักค้างอยู่เหนือหน้าจอก่อนจะค่อยๆ เงยขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตานิ่งสนิทที่ซ่อนความหงุดหงิดไว้ภายใต้หน้ากากเพอร์เฟกต์ชันนิสต์
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเจาะเสาเข็มตรงจุดนี้ตามแบบแปลนสวยหรูไร้สาระของคุณ ผมแนะนำให้คุณย้ายไปออกแบบบ้านตุ๊กตาบาร์บี้เถอะครับ สถาปนิก... เพราะตึกจริงมันจะถล่มลงมาทับหัวคนอยู่ก่อนที่คุณจะได้เซ็นชื่อรับรองผลงานซะอีก"
ธันวาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาพร้อมกับรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นกล้ามเนื้อท่อนแขนแข็งแรงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจใคร ดวงตาคมกริบคมปลาบจ้องมองร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาท้าทาย ประกายไฟในแววตาคู่นั้นเด่นชัดเสียจนคนมองรู้สึกร้อนผ่าวที่ปลายประสาท
รินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นชาพอจะทำให้แอร์ในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงได้ทันที เขาดันแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย ท่าทางเย่อหยิ่งและถือดีฉายชัดในทุกอณูขยับตัว
"ถ้าวิศวกรสมองทึบอย่างคุณใช้เวลาเรียนสถาปัตยกรรมเพิ่มอีกสักเทอม หรือแค่เปิดกะโหลกหนาๆ ของตัวเองยอมรับฟังแนวคิดเชิงสุนทรียศาสตร์บ้าง คุณก็คงไม่ต้องมานั่งกะHกกระเกร็งกลัวตึกถล่มตั้งแต่วันแรกที่เห็นพิมพ์เขียวหรอกนะคะคุณธันวา" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด "แบบแปลນตรงนั้นผ่านการคำนวณโครงสร้างพื้นฐานมาอย่างละเอียดแล้ว และฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหน ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรปากจัดตกยุค มาทำลายสัดส่วนทองคำของงานดีไซน์เพียงเพราะความขี้ขลาดตาขาวทางวิศวกรรมเด็ดขาด"
บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านขึ้นในพริบตาเดียว รินทร์กับธันวาจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แรงกดดันรอบตัวหนักหน่วงจนแทบหายใจไม่ออก สองคนนี้เหมือนขั้วแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่ถูกจับมาชนกัน มีแต่จะผลักไสและระเบิดใส่กันทุกวินาที
ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า มือหนาสองข้างเท้าลงกับโต๊ะกระจก โน้มใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้จนรินทร์ต้องเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความดุดันแผ่ซ่านเข้ามากดดันพื้นที่ส่วนตัวของสถาปนิกหนุ่มอย่างจงใจ
"คุณคิดว่างานศิลปةบ้าบอของคุณมันสำคัญกว่าความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์หรือไง รินทร์?" ธันวาเค้นเสียงถามช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างกันแค่คืบ จนรินทร์ได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวอีกฝ่าย "ถ้าคุณยังดึงดันจะเอาตามใจตัวเอง ผมก็คงต้องบอกตรงนี้เลยว่า... ผมไม่เซ็น"
"งั้นคุณก็เตรียมตัวตกงานเซ็นใบลาออกไปได้เลยค่ะ เพราะฉันไม่มีวันแก้แบบแปลนนี้เด็ดขาด!" รินทร์ตอกกลับเสียงดัง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีแต่ความถือดีที่พร้อมจะชนแหลก
ประตูห้องประชุมถูกผลเปิดผางขึ้นในจังหวะวิกฤตพอดี คุณพีทผู้รับเหมาจอมกะล่อนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ บนใบหน้า ในมือถือแก้วกาแฟสองแก้วสั่นระริกราวกับรู้ชะตากรรม
"เอ่อ... ท่านครับ ท่านวิศวกร ท่านสถาปนิก ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ กาแฟยังไม่ทันหายร้อนเลย ทำไมอารมณ์พวกท่านถึงได้พุ่งปรี๊ดปรอทร้าวฉานยิ่งกว่าคอนกรีตผสมผิดสูตรล่ะครับเนี่ย" คุณพีทรีบแทรกตัวเข้ามากลางวงสงครามประสาท วางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะยกมือห้ามทัพ
รินทร์สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยความหงุดหงิด อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบถี่ ความโกรธผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกอย่างหาคำตอบไม่ได้ ทุกครั้งที่เถียงกับผู้ชายคนนี้ หัวใจเจ้ากรรมมักจะเต้นผิดจังหวะเสมอ และนั่นคือสิ่งที่รินทร์เกลียดที่สุด—เกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้นของอีกฝ่าย
ธันวากลับนั่งเอนหลังพิงพนักเกียรติ์ สายตาคมกราบกวาดมองใบหน้าหวานที่กำลังเม้มปากแน่นด้วยความเคืองโกรธ มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก แววตาที่มองมารินทร์ไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความคลั่งไคล้และความเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายอย่างแนบเนียน
"โอเค... ถ้าคุณไม่ยอมแก้แบบ และผมก็ไม่ยอมเซ็น" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปลี่ยนโทนไปจากเดิม จนรินทร์ต้องหันกลับมามองด้วยความสงสัย "งั้นเรามาพนันกันดีกว่า..."
"พนันอะไรของคุ—"
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่ร่างบางของเลขาหน้าห้องจะผลประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจสะท้อนรุนแรงราวกับวิ่งหนีผีมา
"คุณรินทร์คะ... คุณธันวาคะ... แย่แล้วค่ะ!" เลขาสาวละล่ำละลักพูดแทบไม่เป็นคำ "ทางสำนักงานเขตเพิ่งโทรมาแจ้งด่วนที่สุด... แบบแปลนที่เรากำลังเถียงกันอยู่เนี่ย... ถูกสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราวแล้วค่ะ!"
รินทร์เบิกตากว้าง แท็บเล็ตในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น ส่วนธันวาลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูงทันที รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงใบหน้าที่เคร่งเครียดจริงจัง
และในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุม ธันวาก็โน้มใบหน้ากระซิบข้างหูรินทร์ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ดูท่าทาง... เราคงต้องไปติดอยู่ในสถานที่เดียวกันยาวๆ แล้วล่ะครับ... คุณสถาปนิกคนสวย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความหัวร้อนแต่ฟินจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 2
พิมพ์เขียวที่ไม่มีวันลงรอย
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!