สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 1

แค่เห็นหน้าก็อยากลาออก

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“แบบแปลนชุดนี้คุณใช้สมองส่วนไหนออกแบบครับ? ถ้าจะเอาเสามาวางตรงจุดรับน้ำหนักวิกฤตแบบนี้ แนะนำให้ไปเปิดร้านขายขนมครกเถอะครับ น่าจะเวิร์กกว่างานสถาปัตยกรรม” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องประชุมชั่วคราวกลางไซต์งาน รินทร์ชะงักมือที่กำลังจัดเรียงม้วนกระดาษ เขาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะไม้กระดานที่เต็มไปด้วยลายเส้นผังโครงสร้าง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีเงินตวัดมองเจ้าของประโยคสามหาวทันที ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มที่เปรอะเปื้อนคราบปูนเล็กน้อยยืนกอดอกพิงวงกบประตู ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูจะดื้อรั้นไปเสียทุกส่วนนั่นกำลังแสยะยิ้มอย่างไม่เกรงใจใคร ‘ธันวา’ วิศวกรคนใหม่ที่บริษัทเพิ่งส่งตัวมาประจำโครงการใหญ่ที่เขาดูแลอยู่ รินทร์ไม่ได้โกรธจนตัวสั่น แต่ความรู้สึกเหมือนโดนดูหมิ่นวิชาชีพทำให้เขายืดตัวตรง มือเรียวสวยหยิบปากกาเคมีขึ้นมาควงเล่นก่อนจะปักลงบนแปลนตรงจุดที่เป็นปัญหาอย่างแม่นยำ “ถ้าคุณธันวาจะมีเวลาว่างมากพอจะวิจารณ์งานคนอื่น ทั้งที่ยังไม่ทันได้ดู ‘เหตุผล’ ในการคำนวณด้านล่าง ก็เชิญไปนั่งจิบกาแฟที่ร้านข้างหน้าได้เลยนะคะ” รินทร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตาวาวโรจน์ “ตรงนี้คือการกระจายน้ำหนักแบบซ่อนคาน ถ้าคุณไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงดีไซน์ให้มันเป็นแบบนี้ ก็ช่วยไปทบทวนตำราเรียนวิศวะปีหนึ่งใหม่ แล้วค่อยกลับมาคุยกับผมใหม่ในฐานะ ‘เพื่อนร่วมงาน’ ไม่ใช่ ‘จอมขวางโลก’” บรรยากาศในห้องเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง คุณพีท ผู้รับเหมาหนุ่มใหญ่ที่ยืนอยู่มุมห้องทำได้เพียงปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เขาพอจะรู้กิตติศัพท์ความปากร้ายของสถาปนิกหน้าสวยคนนี้ดี แต่ไม่คิดว่าจะมาปะทะกับวิศวกรสายเดือดแบบธันวาตั้งแต่ก้าวแรกที่เจอหน้า ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขยับตัวเดินเข้ามาหาใกล้ๆ จนรินทร์ได้กลิ่นแดด กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นบุหรี่จางๆ จากอีกฝ่าย กลิ่นของผู้ชายที่ทำงานกลางแจ้งมาตลอดชีวิต มันเป็นกลิ่นที่น่ารำคาญสำหรับคนเจ้าระเบียบอย่างเขา “ปากเก่งจังนะครับ” ธันวาโน้มตัวลงมา ก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกแทบจะแตะกับโครงหน้าของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าคนตัวเล็กกว่า “ผมไม่ได้อยากขวางโลก แต่ผมไม่อยากแก้แบบจนตายในไซต์งานนี้ เพราะความ ‘ติสต์’ ของสถาปนิกที่มั่นใจในตัวเองเกินร้อย” “ถ้าผมติสต์แล้วผลงานออกมาสวยและแข็งแรงกว่ามาตรฐานที่คุณตั้งไว้... คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องแบบของผม” รินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้นอย่างไม่ยอมลดละ “สวยแต่รูป จูบไม่หอม... แบบนี้เขาเรียกว่าหายนะครับคุณสถาปนิก” ธันวาแค่นหัวเราะ ปลายนิ้วหยาบกร้านเอื้อมไปหยิบปากกาเคมีจากมือรินทร์อย่างถือวิสาสะ ก่อนจะลากเส้นสีแดงทับลงบนแปลนของเขาอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด “ถ้าไม่แก้ตามนี้ ผมไม่เซ็นตรวจรับให้ ต่อให้คุณจะไปฟ้องประธานบริษัท ผมก็ไม่สน” รินทร์ตาโตด้วยความโกรธ เขาคว้าปกเสื้อช็อปของอีกฝ่ายไว้แน่น “คุณ! อย่ามาลามปามแบบของผมนะ!” “ก็ลองดูสิครับ ว่าถ้าผมไม่เซ็น งานนี้จะเดินต่อได้ไหม” ธันวาขยับยิ้มมุมปาก ยิ่งเห็นอีกคนโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขากลับรู้สึกสนุกจนยากจะบรรยาย “ไอ้คนเฮงซวย! คุณมันก็แค่พวกวิศวกรสมองทื่อที่คิดได้แค่เรื่องความแข็งแรงจนลืมความสวยงามไปหมดแล้ว!” “ผมสมองทื่อ แต่ก็เป็นคนที่จะมาเป็น ‘คู่หู’ ของคุณในอีกสามปีข้างหน้านะครับ หวังว่าจะชินนะรินทร์... เพราะผมจะทำให้คุณรู้ว่าการเจอหน้าผมทุกเช้า มันน่ารำคาญกว่าที่คุณคิดไว้เยอะ” ธันวาว่าพลางขยับตัวออกห่าง ทว่าในจังหวะนั้นเอง เขากลับแกล้งทำทีเป็นเซจนร่างหนาปะทะเข้ากับรินทร์อย่างจัง แรงปะทะทำให้สถาปนิกหนุ่มเสียหลักถอยหลังไปชนเข้ากับมุมโต๊ะไม้กระดาน ร่างสูงของวิศวกรหนุ่มตามมาประกบติด มือหนาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้นทั้งคู่ เสียงของในห้องเงียบกริบ คุณพีทที่เห็นท่าไม่ดีรีบถอยกรูดออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ทั้งสองคนอยู่ในระยะประชิดที่หัวใจสั่นไหวอย่างประหลาด รินทร์หอบหายใจถี่ สายตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สั่นไหวอย่างปิดไม่มิด เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนในอ้อมกอดที่ดูจะไม่ได้มีเจตนาจะปล่อยเขาไปง่ายๆ ระยะห่างที่ใกล้เพียงลมกั้นทำให้รินทร์ได้เห็นประกายบางอย่างในดวงตาของธันวา... มันไม่ใช่ความเกลียดชังอย่างที่ปากพูด แต่มันคือ ‘ความสนใจ’ ที่รุนแรงจนน่าขนลุก “ปากเก่งต่อสิครับ...” เสียงของธันวาทุ้มพร่า สัมผัสจากฝ่ามือที่กดลึกลงบนเอวสอบของรินทร์ทำให้อีกฝ่ายตัวแข็งทื่อ “หรือว่าที่ด่าผมตะกี้ หมดมุกแล้ว?” รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ เขากำลังจะอ้าปากสวนกลับ ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามาใกล้ประตูห้องประชุมก็หยุดทุกอย่างลง ประตูถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม “อ้าว... ดูเหมือนจะสนิทสนมกันเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย ทั้งรินทร์ ทั้งธันวา” รินทร์รีบผละออกจากอ้อมกอดของธันวาด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก ธันวาเองก็ยอมถอยออกมาแต่โดยดี หากแต่สายตาคมคายยังคงจ้องมองรินทร์ไม่วางตา ราวกับกำลังรอคอยความผิดพลาดครั้งต่อไปของเขาอย่างใจจดใจจ่อ รินทร์ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะยังเต้นผิดจังหวะอยู่ก็ตาม “แค่กำลังแลกเปลี่ยน ‘มุมมอง’ การทำงานกันอยู่ครับคุณประธาน... แลกเปลี่ยนกันแบบ ‘ถึงพริกถึงขิง’ เลยทีเดียว” ธันวาเหยียดยิ้มรับ “ครับ... ถึงพริกถึงขิงมาก หวังว่าหลังจากนี้เราจะได้ทำงานร่วมกันอย่าง ‘มีความสุข’ นะครับ” ความเย็นชาในน้ำเสียงของทั้งคู่ไม่ได้ตบตาใครได้เลย โดยเฉพาะรินทร์ที่สัมผัสได้ว่า หลังจากวันนี้ไป ชีวิตในไซต์งานที่เคยสงบสุขของเขา คงไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป รินทร์เมินหน้าหนี แต่ในใจกลับว้าวุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่รู้เลยว่าการเข้ามาของวิศวกรหนุ่มคนนี้ คือจุดเริ่มต้นของหายนะ หรือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้กันแน่ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินทร์และธันวาในตอนแรกนะคะ พุดดิ้งคาราเมลจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้แซ่บยิ่งกว่าเดิมแน่นอนค่ะ
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%