"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้ปูนเกรดต่ำลดต้นทุนแบบนี้ ไซต์งานนี้ก็ไม่ต้องเซ็นสัญญากันอีกต่อไปค่ะคุณพีท!"
เสียงตวาดแหลมสูงแต่ทรงพลังของรินทร์ดังสะท้อนก้องโครงสร้างปูนเปลือยชั้นสองของอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ สถาปัตยกรรมที่ควรจะงดงามและมั่นคงตามแบบพิมพ์เขียว กลับกำลังสั่นคลอนด้วยกลโกงของผู้รับเหมาที่คิดว่าสถาปนิกจบใหม่จะเคี้ยวยากและรู้ไม่ทัน
รินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธ นิ้วเรียวตวัดแฟ้มเอกสารตรวจรับวัสดุกระแทกกับโต๊ะไม้ชั่วคราวเสียงดังลั่น เพื่อประจานความมักง่ายตรงหน้า
คุณพีท ผู้รับเหมาจอมกะล่อนหัวเราะแห้งๆ พยายามโบกไม้โบกมือแก้ตัว "โถ... คุณรินทร์ครับ ใจเย็นก่อนสครับ เรื่องปูนนี่มันเป็นความเข้าใจผิดนิดหน่อย..."
"เข้าใจผิดหรือตั้งใจโกงคะ? ฉันเรียนมาเจ็ดปี ตรวจหน้างานมานับไม่ถ้วน อย่ามาทำไขสือว่าแยกไม่ออกระหว่างปูนโครงสร้างกับปูนเกรดบีราคาถูก!" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบน้ำผึ้ง
บรรยากาศในไซต์งานตึงเครียดจนแทบจะตัดเฉือนได้ ทีมงานคนงานก่อสร้างต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงานเงียบๆ ไม่มีใครกล้าสบตากับสถาปนิกคนสวยแต่ดุยิ่งกว่าเสือแม่ลูกอ่อน ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เงาร่างสูงโปร่งในชุดเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสงและหมวกนิกร็อคสีขาวก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลังรินทร์พอดี
กลิ่นอายบุคลิกเฉพาะตัวที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ และฝุ่นปูน ทำให้รินทร์ชะงักไปเล็กน้อยโดยไม่ต้องหันไปมอง
"มีปัญหาอะไรกันเสียงดังไปถึงชั้นล่างวะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนและกวนประสาทเอ่ยขึ้น ธันวา ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังบางเกือบแนบชิดกับอกแกร่ง วิศวกรหนุ่มปราบเซียนปรายตามองเอกสารบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอด้วยท่าทีสบายๆ ชวนหมั่นไส้
"อ้าว คุณธันวา มาก็ดีเลยครับ ช่วยพูดกับคุณรินทร์เขาหน่อยสิครับเรื่องสเปกวัสดุน่ะ..." คุณพีททำท่าเหมือนเจอ The Savior พยายามดึงพวก
"ผมไม่ได้มาเป็นพวกคุณ" ธันวาขัดขึ้นเสียงเรียบ สายตาคมกริบกวาดมองหน้าผู้รับเหมาจอมเจ้าเล่ห์ด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม "แต่ถ้าคุณคิดจะเอาปูนห่วยๆ แบบนี้มาเทคานตึกที่ผมต้องเซ็นรับรองความปลอดภัย... ผมว่าคุณเตรียมตัวหาทนายไว้ฟ้องล้มละลายได้เลยดีกว่าครับ"
รินทร์เหลือบมองเสี้ยวหน้าของคนที่ยืนอยู่เคียงข้าง หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่กลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ความซึนเดระของธันวานี่มันน่าหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริง ปากบอกว่าไม่อยากยุ่งเรื่องจุกจิก แต่การกระทำกลับปกป้องเธอแบบเนียนๆ ทุกที
"ใครบอกให้คุณมาช่วยคะ ฉันจัดการเองได้" รินทร์เชิดหน้าขึ้น เอ่ยกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้
"ใครช่วย เธอเข้าข้างตัวเองเกินไปยัยปากจัด" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกับกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน "ฉันแค่วิ่งมาดูว่าคนแถวนี้จะโดนหมาแถวนี้หลอกกินตับไปถึงไหนต่างหาก... งานนี้ถ้าพัง ชื่อฉันก็เน่าเหมือนกัน ยัยตัวแสบ"
รินทร์ตวัดสายตาค้อนใส่ไปวงใหญ่ แต่อีกฝ่ายกลับทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังถือวิสาสะแย่งแฟ้มเอกสารในมือเธอไปพลิกดูหน้าสเปกวัสดุอย่างถือดี
"เอาล่ะ คุณพีท" ธันวาหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้รับเหมา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังและดุดันจนน่ากลัว "ทางเลือกมีสองทาง... หนึ่ง คือคุณรื้อไอ้ปูนขยะพวกนี้ออกให้หมดภายในวันนี้แล้วเอาของจริงมาเปลี่ยน สอง... ผมจะแจ้งระงับใบประกอบวิชาชีพผู้รับเหมาของคุณ พร้อมกับส่งตำรวจมาเชิญตัวไปคุยกันที่โรงพัก เลือกเอา"
คุณพีทหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่กเมื่อเจอไม้นี้เข้าไป ยطเวลายกมือขึ้นปาดเหงื่อละล่ำละลัก "เอ่อ... คือ... ใจเย็นๆ ครับคุณธันวา เดี๋ยวผมจัดการให้! เดี๋ยวนี้เลยครับ!"
ผู้รับเหมาจอมกะล่อนรีบเผ่นแน่บลงบันไดหนีไฟไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนทั้งคู่ยืนอยู่ท่ามกลางโครงสร้างคอนกรีตที่เงียบสงบอีกครั้ง
รินทร์ถอนหายใจยาวเหยียด ปลดแว่นสายตาออกมาเช็ดกับชายเสื้อเพื่อซ่อนอาการสั่นเล็กน้อยจากความเครียดสะสมตลอดสัปดาห์ ไหล่บางลู่ลงอย่างคนแบกรับความกดดันไว้มหาศาล
ธันวาที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ยื่นมือหนาออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองชอบฟอร์มจัด จึงเปลี่ยนเป็นล้วงกระเป๋า กางเกงยีนส์แล้วใช้นิ้วเขี่ยแขนเธอเบาๆ แทน
"เหนื่อยก็เลิกทำหน้าเป็นยักษ์ใส่ชาวบ้านเขาสักที หน้าบูดเป็นตูดหม้อแบบนี้ เดี๋ยวริ้วรอยถามหาไม่รู้ด้วยนะ"
"คุณธันวา!" รินทร์หันขวับมาแยกเขี้ยวใส่ทันที "อยากตายเหรอคะถึงปากเสียใส่ฉันไม่เลิก!"
"ปากเสียแต่ก็ช่วยเธอนะเว้ย" ธันวาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโหอย่างนึกเอ็นดู "ยอมรับมาเถอะว่าเมื่อกี้ถ้าไม่มีฉัน เธออาจจะเผลอเอาแฟ้มฟาดหัวคุณพีทไปแล้วจริงๆ"
"ก็ถ้าเขาไม่กวนประสาทก่อน..." รินทร์บ่นอุบอิบ เบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงที่มองมา
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างที่ยังไม่ได้ใส่กระจกเข้ามาปะทะผิวกาย ความใกล้ชิดในระยะประชิดท่ามกลางไซต์งานร้างผู้คน ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะรัวเริ่มปั่นป่วน ธันวาขยับเข้ามาใกล้ทีละนิดจนรินทร์ต้องถอยหลังไปชนกับเสาปูนเปลือย
ไม่มีทางหนี...
ธันวายกมือข้างหนึ่งขึ้นยันเสากั้นทางหนีไว้ ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชนกัน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นลึกล้ำและเต็มไปด้วยความหมายที่รินทร์ไม่อาจหลบเลี่ยงได้
"คืนนี้..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ทำเอาขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง "เรายังเคลียร์กันไม่จบเรื่องเมื่อวาน... จำได้ใช่ไหมสถาปนิก"
รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างสูงใหญ่ที่กดดันเข้ามาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมไว้ทั้งหมด
แต่ก่อนที่รินทร์จะได้ทันอ้าปากเถียงหรือผลักไส...
"เอ่อ... ขอโทษครับคุณธันวา คุณรินทร์..."
เสียงตะโกนพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบดังขึ้นจากบันไดชั้นล่าง ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวลงอย่างกะทันหัน รินทร์สะดุ้งสุดตัวรีบผลักอกธันวาให้ออกห่างทันที ขณะที่วิศวกรหนุ่มจิ๊ปากอย่างขัดใจ หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาอาฆาต
ลูกน้องคนสนิทของธันวายืนหอบแฮกอยู่ตรงปากทางขึ้น สีหน้าตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด
"มีอะไรวะไอ้ชาติ หน้าตาตื่นมาเชียว" ธันวาถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"คือ... มีคนส่งพัสดุมาที่ห้องพักคนงานครับ... เป็นกล่องพัสดุประหลาด ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่จ่าหน้าซองถึง... ถึงคุณรินทร์โดยเฉพาะครับ!"
รินทร์ขมวดคิ้วมุ่นทันที หันสบตากับธันวาที่แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที
พัสดุปริศนา... ในเวลานี้เนี่ยนะ?
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้าง "พุดดิ้งคาราเมล" และร่วมเดินทางไปกับความซึนของพี่ธันวาและน้องรินทร์เสมอนะคะ
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก•ตอนที่ 13
รอยร้าวในไซต์งาน
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรขัดใจโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!